โหรฟองสนานเปิดดวงเมือง มฤตยูจรเขย่าเข้าสู่ยุคที่ 13

โหรฟองสนานเปิดดวงเมือง มฤตยูจรเขย่าเข้าสู่ยุคที่ 13

Publish 2019-06-24 13:29:48


โหรฟองสนานทำนายดวงชะตาเมือง เผย เมืองไทยเริ่มเข้าสู่ยุคที่ 13 จะมีการต่อสู้กันทางอุดมการณ์อย่างเข้มข้นและจะกินระยะเวลาไป 20 ปีด้วยกัน ซึ่งทางโหรฟองสนานทำนายไว้ว่า 

แม่หมอสมัครเล่นตอนที่279 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ ไม่ใช่2475-แต่ระวังการต่อสู้ทางอุดมการณ์-ความคิด

ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ พฤหัสบดีจร(5)แตะร่วมราศีพระเสาร์จร(7)ครั้งแรกในรอบยี่สิบปีที่ราศีธนูเมื่อวันที่2มีนาคม 2562-เริ่มต้นยุคที่13-ยาวนานไปยี่สิบปี

 



 

แม้ภูมิปัญญาด้านโหรของผู้เขียนจะสรุปว่าการมาทับลัคนาเมืองของมฤตยูรอบนี้จะไม่ใช่รอบ2475 แต่ก็ขอสรุปภาพรวมสำคัญจากหนังสือที่เคยเขียนไว้สองเล่มคือคู่มือรับมือมฤตยูผู้อาเพศวางจำหน่ายเมษายน2559และหนังสือลอกคราบใหม่ประเทศไทยที่ตีพิมพ์ตั้งแต่มกราคม2558โดยสำนักพิมพ์กรีนส์ปัญญาญาณมาเป็นกรอบกว้างๆให้พอเข้าใจยิ่งขึ้นและช่วยกันระมัดระวังสถานการณ์ในบ้านเมืองดังนี้

1.เรื่องร้าย-ดีสามารถเกิดขึ้นในเมืองตลอดเหมือนธรรมชาติของชีวิต อ่านอาการจากดวงเมืองคือหากช่วงใดสถานการณ์นิ่งผิดปกติให้ระวังตัวไว้เพราะบางอย่างไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้ แต่หากช่วงใดเกิดวิกฤติหรือยุ่งยากมักจะมีโอกาสที่ดีตามมา(ดวงชะตาแบบกรรไกรหนีบขณะคลายออก-ดังจะได้อธิบายต่อไป)

2.ในบรรดาเรื่องทั้งดีและร้ายในเมืองนั้น ตั้งแต่ประมาณมีนาคม 2559เป็นต้นมามฤตยูจรเจ้าของภัยอาเพศ-การปฎิวัติ-เปลี่ยนแปลงใหญ่มาทับลัคนาดวงเมืองที่สถิตราศีเมษเป็นรอบที่สามจนเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในเมือง การเมือง บุคคลสำคัญในเมืองพรรคการเมืองฯลฯชนิดล้อคถล่มคาดไม่ถึง และการเขย่านี้จะยังไม่จบจนกว่าจะหลังกรกฎาคม2565ไปแล้ว
ส่วนผลที่คาดไว้ก็จะเหมือนที่ย้ำบอกตลอดคือหากเรายืนอยู่ข้างกำแพงพระนครในเดือนกรกฎาคม2565 มองย้อนกลับมาเราจะถามตัวเองว่าเมืองเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

3.ไม่ว่ามฤตยูจรจะเขย่าแค่ไหนการมาทับลัคนาเมืองของมฤตยูรอบนี้จะคล้ายๆรอบเจ็ดปีของปลายรัชกาลที่สามต่อต้นรัชกาลที่สี่ ไม่ร้ายแรงเท่ากับการมารอบที่สองคือระยะเจ็ดปีของการปฎิวัติสยาม2475

4.แม้จะไม่คล้ายรอบ2475 แต่นับตั้งแต่2มีนาคม 2562เป็นต้นมาเกิดปรากฎการณ์ใหญ่แทรกเข้ามาในดวงเมืองรัตนโกสินทร์ คือการเริ่มปรากฏขึ้นปลายขอบฟ้าของยุคใหม่-ยุคที่13ของเมือง(ตามวิธีการคิดของอ.เทพย์ สาริกบุตร-ครูโหรผู้ล่วงลับ-คิดจากการแตะร่วมราศีของพระพฤหัสบดีจรและพระเสาร์จรที่เดินตามทันร่วมราศีครั้งแรก-ซึ่งใช้เวลาประมาณยี่สิบปี)ยุคใหม่นี้จะกินเวลายี่สิบปี(ก่อนที่พระพฤหัสบดีจรและพระเสาร์จรจะเดินห่างและกลับมาทันกันแตะร่วมราศีอีกครั้ง)

 

 



5.สิบยุคก่อนในอดีตจากหนังสือโหราศาสตร์ใทยในวรรณคดีของอ.เทพย์ สาริกบุตรคือมหากาฬ-พันธุยักษ์-รักบัณทิต-สนิทธรรม-จำแขนขาด-ราชโจร-ชนร้องทุกข์-ยุคทมิฬ-ถิ่นกาขาว-ชาววิไลหรือราชวิไล(ท่านอื่นๆอาจมีการคิดยุค-ชื่อยุคแตกต่างกันไป)

ต่อจากยุคชาววิไล ผู้เขียนได้คิดการเกิดและอาการสำคัญของยุคสิบเอ็ดคือช่วงเวลายี่สิบปีที่โชติช่วงชัชวาล นำก๊าซธรรมชาติที่พบในอ่าวไทยมาใช้ทำโครงการพัฒนาพื้นที่ชายทะเลภาคตะวันออก ส่วนยุคสิบสองคือยี่สิบปีที่เพิ่งผ่านไปคือยุคโทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ท

6.ยุคที่13ของกรุงรัตนโกสินทร์ที่เริ่มปรากฏมาตั้งแต่ 2มีนาคม 2562ที่จะกินระยะเวลายาวนานไปอีกยี่สิบปีนี้สรุปคือน่าจะเป็นยุค4.0ขึ้นไป ที่ผู้เขียนคนยุคเกิดหลังสงครามโลกครั้งที่สองมึนงง ด้วยจากที่เคยใช้กระดานชนวนเปลี่ยนมาเป็นจอกระจก

7.ตีความตามหลักโหร การเกิดของยุคที่สิบสาม-4.0ขึ้นไปนี้เกิดจากการแตะร่วมราศีของพฤหัสบดีจรหัวหน้าดาวดีและพระเสาร์จรหัวหน้าดาวร้ายในราศีธนู ซึ่งเป็นภพที่เก้า-ศุภะของเมืองซึ่งแม้จะเจริญรุ่งเรืองหลายด้านแต่ก็มีเรื่องที่ต้องระวังคือ ภพศุภะนี้ครูโหรผู้ล่วงลับยอดธง ทับทิวไม้ให้หนึ่งในความหมายในหนังสือโหราศาสตร์เศรษฐกิจและการเมือง คือทัศนะ-อุดมการณ์-ศาสนา-ปรัชญาและลัทธิการเมือง ผู้เขียนจึงคาดว่าตลอดระยะเวลายี่สิบปีของยุคที่สิบสามนี้จะมีการต่อสู้ทางอุดมการณ์อย่างเข้มข้น ตัวอย่างในอดีตของเหตุการณ์สำคัญในยุคที่หัวหน้าดาวดีและร้ายร่วมกันในภพศุภะดวงเมืองคือการเกิดขึ้นของขบวนการแบ่งแยกดินแดนภาคใต้ และการเกิดขึ้นของลัทธิคอมมิวนิสต์

8.ในหนังสือลอกคราบใหม่ประเทศไทยจึงได้เตือนว่าการเกิดขึ้นของยุคที่สิบสามให้ระวังการต่อสู้ทางความคิดที่สำคัญซึ่งขณะเขียนหนังสือในปี2558ก็ยังคาดหมายไม่ได้ว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ขณะเริ่มเห็นชัดเจนประเด็นแรกคือประชาธิปไตย-ไม่เป็นประชาธิปไตย

9.การต่อสู้รอบนี้จะเป็นไปตามอาการของมฤตยูคือความล้ำสมัยระหว่างรุ่น(ยุค)ของคนของเมืองรัตนโกสินทร์คือคนรุ่นใหม่บอกอีกฝ่ายว่าล้า-ตกสมัย ขณะที่คนรุ่นเก่ามองเด็กรุ่นใหม่ว่าไร้รากหรือวิตถารแล้วทำสงครามไซเบอร์ชนิดเลือดท่วมจอกระจก หากไม่ระวังเกรงความขัดแย้งบนจอจะกลายเป็นบนถนนในช่วงที่ดาวจรเดินยุทธ์หรือปะทะกันในช่วงยี่สิบปีของยุค นี่คือสิ่งที่สังคมพึงระวัง พร้อมกับการแทรกแซงหรืออิทธิพลของต่างชาติ(หนึ่งในความหมายของศุภะ)

10.ส่วนผลของการปะทะกันจะเป็นอย่างไรนั้นคงคาดหมายยาก แต่สิ่งหนึ่งที่พอจะบอกได้คือชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ออกแบบมาเข็มแข็งและอยู่รอด หากมีเหตุเพศภัยใดๆก็ผ่านพ้นไปได้แม้บางครั้งจะสาหัสหรือเส้นยาแดงผ่าแปด
เช่นเรื่องลัทธิคอมมิวนิสต์สู้กันแทบเป็นแทบตาย และกองทัพเวียดนามจ่อชายแดนแต่เมืองเราก็ไม่ล้มเป็นโดมิโน่เหมือนที่ต่างชาติคาดหมาย-หรือคนไทยบางกลุ่มทิ้งเมืองไปเพราะกลัว สถานการณ์ภาคใต้ขณะนี้เริ่มจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นผิดหูผิดตา

11.จึงเป็นคำถามทิ้งท้ายว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะเดินผ่านยุคที่สิบสามโดยไม่เสียเลือดเนื้อคนไทย

ส่วนผู้เขียนก็ทำได้เพียงแต่ส่งสัญญาณทางโหรและพยายามปฏิวัติเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับยุคสมัย แต่ที่จะเปลี่ยนแปลงยากคือความคิดซึ่งคนรุ่นใหม่อาจจะเห็นว่าคร่ำครึ และยังพร้อมจะปกป้องความคิด-ความเชื่อนั้นเต็มที่

ฟองสนาน จามรจันทร์
21มิถุนายน2562

 

 

ขอบคุณ Fongsanan Chamornchan

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์