ปองพล แฉไม่ไว้หน้า องค์กร PETA หาเรื่องกะทิไทย  อ้างโดดป้องลิงแท้จริงหวังผลประโยชน์

ปองพล แฉไม่ไว้หน้า องค์กร PETA หาเรื่องกะทิไทย อ้างโดดป้องลิงแท้จริงหวังผลประโยชน์

Publish 2020-07-08 14:48:11


ตามต่อเนื่องจากกรณี  องค์กรพิทักษ์สัตว์  PETA   (People for the Ethical Treatment of Animals) ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีซุปเปอร์มาเก็ตในสหราชอาณาจักร   หยุดขายผลิตภัณฑ์มะพร้าวของไทย  โดยอ้างว่ามีการตรวจพบเรื่องการใช้แรงงานลิงในสวนมะพร้าว  และ ลักษณะการฝึกลิงในโรงเรียน  เข้าข่ายการทรมานสัตว์  จนกลายเป็นกระแสข่าวใหญ่ระดับโลก   พร้อม ๆ กับกระแสตอบโต้กลับ โดยเฉพาะเมื่อ นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล  นำประเด็นดังกล่าวมาโพสต์  แต่กลับนำภาพลิงในประเทศอินโดนีเซียมาใช้  จนเข้าข่ายบิดเบือนข้อเท็จจริง  

 

 

(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  รองปธ.อาวุโส PETA โพล่งแขวะไทยปฏิเสธทรมานลิง ยิ่งยั่วยุกระแสโกรธแค้น )   




ขณะที่เมื่อช่วงต้นปี 2563  ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศเคยนำเสนอข้อมูลข่าวว่า   PETA  โดย นาย เจสัน เบเกอร์    รองประธานอาวุโส  ประจำภูมิภาคเอเชีย  ได้เคยกล่าวหาประเทศไทย ในกรณีจัดการแสดงละครลิงของไทย มาแล้วหนหนึ่ง   โดยอ้างว่าผู้ฝึกสอนใช้ความรุนแรง  ในการฝึกให้ลิงแสดงกายกรรม 

 

 



ล่าสุด   นายปองพล อดิเรกสาร   อดีตรองนายกรัฐมนตรี  ได้โพสต์แสดงความเห็น  เกี่ยวกับพฤติการณ์ของ   องค์กรพิทักษ์สัตว์  PETA  ว่า   " เพื่อนๆ FB คงจะเคยเห็นภาพ selfie ของลิง  Sulawesi Crested Black Macaque และข่าวการฟ้องร้องในปี  2511  ถึง  2518   ระหว่างช่างภาพสัตว์ป่าชาวอังกฤษกับองค์กร   PETA (People for the Ethical Treatment of Animals)   ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นที่รู้จักของคนไทย  เพราะเป็นผู้ร้องเรียนว่าคนไทยทารุณลิง  โดยใช้ไปเก็บมะพร้าวและรณรงค์ไม่ให้ห้างร้านต่างๆในอังกฤษวางกะทิทำจากมะพร้าวของไทยจำหน่ายในห้าง 

 

รู้สึกว่าองค์กรนี้จะสนใจปกป้องสิทธิของลิงเป็นพิเศษ ผมจึงกลับไปดูข่าวคดีเซลฟี่ของลิงชนิดนี้   ซึ่งช่างภาพชาวอังกฤษนำกล้องของเขาไปหาทางให้ลิงตัวนี้ในเขตอนุรักษ์ทังโกโก (Tangkoko Nature Reserve)  ทางตอนเหนือของเกาะสุลาเวสีในอินโดนีเซียถ่ายเซลฟี่ตัวเองจนสำเร็จ  เกิดเป็นคดีความ  

 

เพราะองค์กร  PETA  ต่อสู้ในศาลว่าลิขสิทธิ์ภาพเซลฟี่นี้ต้องเป็นของลิงตัวนี้โดย  PETA  จะเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของลิงให้ ขณะที่ช่างภาพอังกฤษ   ยืนยันว่าลิขสิทธิ์ต้องเป็นของเขา    เพราะเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ถ่ายภาพและไปดำเนินการจนลิงเซลฟี่ตัวเอง ในที่สุดศาลอุทธรณ์ของสหรัฐฯตัดสินในปี 2018  ว่า  ลิงไม่ใช่มนุษย์จึงไม่สามารถมีลิขสิทธิ์ได้  

 

และให้ข้อสังเกตุว่า PETA มีวัตถุประสงค์ที่จะแสวงหาประโยชน์ให้กับองค์กรมากกว่าที่จะปกป้องสิทธิของลิง ผมนำเรื่องนี้มาบอกเล่าเพื่อให้ช่วยกันติดตามดูพฤติกรรมของ PETA ซึ่งแสดงตนเป็นผู้ปกป้องสิทธิและสวัสดิภาพของเหล่าลิงวานรว่าวัตถุประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร ผมได้เคยเดินทางไปถ่ายภาพ  Sulawesi Crested Black Macaque ที่ Tangkoko Nature Reserve  มาแล้ว

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;