สารวัตรแรมโบ้ เผยหลักฐานใหม่สำคัญมาก คดีน้องชมพู่

สารวัตรแรมโบ้ เผยหลักฐานใหม่สำคัญมาก คดีน้องชมพู่

Publish 2020-07-03 15:25:31


จากกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตบริเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ขณะนี้ยังไม่สามารถจับคนร้าย เนื่องจากหลักฐานไม่ครบถ้วน 

ล่าสุด พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช ฉายาสารวัตรแรมโบ้ อดีตผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ และอดีตสารวัตรกองปราบนครบาล สัมภาษณ์ผ่าน อมรินทร์ทีวี ว่า เรื่องรถแบ็กโฮของเล่นที่อยู่บ้านน้องชมพู่ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก และถ้าพยานไม่ได้จำสับสนว่ารถแบ็กโฮยังอยู่ที่หลุมหน้าบ้านตามที่ตกเป็นข่าว และหากพยานเห็นจริงก็คือเป็นเรื่องสำคัญมาก เมื่อเป็นแบบนี้ก็เหมือนจะต้องมาเริ่มต้นสืบสวนใหม่อีกครั้ง หลัก ๆ ก็ต้องเริ่มจากครอบครัวน้องชมพู่ โดยต้องแยกสอบสวน

 



ทั้งนี้ตนมองว่าคนร้ายนำแบ็กโฮขึ้นไปบนเขา เพื่อให้ตำรวจเกิดความสับสน และก็เป็นไปได้ว่าคนที่นำขึ้นไป จะเป็นคนใกล้ชิดน้องชมพู่ อีกทั้งก็เป็นไปได้ว่าน้องชมพู่อาจจะเสียชีวิตตั้งแต่ด้านล่างแล้ว และได้นำศพไปอำพรางบนภูเขา และไม่สามารถรู้ได้ว่าคนร้ายจะย้ายศพตั้งแต่วันแรก หรืออาจะนำไปซ่อนไว้ที่อื่นก่อนที่จะนำไปวางไว้บนภูเขา

ตอนนี้ก็ต้องมองกลับไปที่ครอบครัว ว่าในวันแรกครอบครัวมีการค้นหามากน้อยแค่ไหน ตนก็ไม่สามารถพูดมากได้มาก อีกทั้งหากมีการย้ายศพจริง การนำไปไว้ที่สูงแบบนั้นก็เพื่อต้องการให้คนหาศพไม่เจอ และพยายามจะทำลายหลักฐาน ต้องการทำให้ดีเอ็นเอถูกทำลายจากธรรมชาติ นอกจากจะถูกทำลายจากธรรมชาติก็เป็นไปได้ที่ดีเอ็นเออาจจะถูกทำลายจากความตั้งใจของคนร้ายเอง

อย่างไรก็ตาม ตนก็ยังไม่กล้าวิเคราะห์อะไรที่เจาะลึกไปมากกว่านี้ ต้องให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจดีเอ็นเอมาอธิบาย ตนคิดมาตลอดว่าหากผลดีเอ็นเอชัดเจน ทุกอย่างก็จบแต่แรก แต่ตนเชื่อว่าคนร้ายกำลังหลอกตำรวจ หลอกชาวบ้าน หลอกทุกคนทั้งประเทศ ตนมั่นใจว่าตำรวจจะจับตัวได้ แต่พอมีพยานเรื่องรถแบ็กโฮก็คงต้องเริ่มสอบสวนใหม่อีกรอบ
 

 



นอกจากนี้อาจจะเพิ่มรางวัลนำจับให้มากขึ้น ครอบครัวของคนร้ายอาจจะทนไม่ไหว และคนในครอบครัวคนร้าย อาจจะสารภาพเพื่อเงินรางวัลก็ได้ ซึ่งที่ตนพูดแบบนี้ไม่ได้ปรักปรำใคร ไม่ได้โทษใคร เพราะตนเชื่อว่าทุกอย่างที่คนร้ายทำไป ต้องมีแรงจูงใจแน่นอน และคนที่รู้ดีที่สุดก็คือคนร้าย ซึ่งตนเป็นตำรวจมา ก็เคยเห็นคดีลักษณะนี้ ที่คนร้ายจะหลอกตำรวจ ทำให้ตำรวจสับสนจากการทิ้งของผู้ตายเอาไว้ตามที่ต่าง ๆ

ส่วนในเรื่องกางเกงลูกที่แม่น้องชมพู่จำสีผิด ตนก็มองว่าเป็นประเด็นที่สำคัญ และเป็นประเด็นที่สำคัญมากด้วย และไม่อยากชี้ว่าใครมีพิรุธหรือไม่ เพราะตามที่ตนกล่าวไป ต้องเริ่มสอบสวนใหม่อย่างละเอียดอีกครั้ง หลักจากที่มีพยานเรื่องแบ็กโฮออกมา

พ.ต.อ.สุรโชค ยังกล่าวว่า ประเด็นพ่อของน้องชมพู่ที่เห็นรอยเท้า และไม่มั่นใจจะเป็นรอยเท้าลูกหรือไม่ ตนก็ไม่สามารถพูดอะไรได้มาก แต่หากเป็นตนก็ต้องหาความจริงว่าใช่รอยเท้าของลูกหรือไม่ ต้องพิสูจน์ให้ได้ เพราะมันเกี่ยวโยงกับคดีทั้งหมด และทุกอย่างมันเริ่มที่บ้าน ตนมองว่าทุกคนในบ้านกกกอกเป็นผู้ต้องสงสัยได้ทั้งหมด แต่อย่างที่ตนกล่าวไป คือ ต้องเริ่มสอบสวนใหม่ทั้งครอบครัว และพยานแวดล้อมทั้งหมด ทุกอย่างก็อยู่ที่การสืบสวนสอบสวน ตำรวจต้องห้ามถอย สื่อมวลชนก็อย่าถอย ตนขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน


ด้านนางสาวิตรี แม่ของน้องชมพู่ กล่าวว่า ประเด็นที่ตนแจ้งกับชาวบ้านในวันที่ 11-13 พ.ค.63 ว่าน้องชมพู่ ก่อนหายตัวไปวันนั้น แต่งกายด้วยเสื้อสีขาว กางเกงขายาวสีม่วงแถบขาวนั้น ตนขอชี้แจงว่าอาจจะจดจำการแต่งกายของลูกสาวผิดจริง แต่ในวันที่ 14 พ.ค.63 ช่วงเช้าชาวบ้านมาช่วยตามหาน้องชมพู่จำนวนมาก ตนจึงถามสะดิ้งในวันที่ 14 พ.ค.63 ว่า สรุปว่าน้องสาวใส่กางเกงตัวไหน สีอะไร สะดิ้งก็ตอบตนว่า น้องใส่กางเกงสีแดงขาสั้น ในวันที่ 11 พ.ค.63 ตนถึงมารู้ความจริง ทั้งนี้ตนเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้แน่นอน ที่คนร้ายจะนำกางเกงสีม่วงน้องชมพู่ มาเปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้นสีแดง ในตอนก่อเหตุ คิดว่าตนน่าจะจำสีกางเกงลูกไม่ได้จริง ๆ ส่วนคดีตอนนี้ ก็มีการพูดคุยให้ข้อมูลกับตำรวจเรื่อย ๆ ซึ่งก็คืบหน้าถึง 70% แล้ว แต่ก็ต้องรอผลพิสูจน์ และหลักฐานอื่น ๆ ส่วนกรณีการหลับของน้องสะดิ้งในวันที่ 11 พ.ค.63 ตนไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว สุดท้ายตนก็อยากฝากถึงคนร้ายว่า ให้ออกมามอบตัว เพราะถ้ารับสารภาพ โทษจากหนักจะได้กลายเป็นเบา

 

 

ด้าน นายอนามัย วงศ์ศรีชา พ่อของน้องชมพู่ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่อยากให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเจอรอยเท้าในวันที่ 11 พ.ค.63 เพราะตนให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้ว ส่วนวันที่ 11 พ.ค.63 ตนกลับถึงบ้านประมาณ 10.00 น. และน้องสะดิ้ง ก็ไม่ได้บอกตนว่าเจอรอยเท้าน้องชมพู่แต่อย่างใด ส่วนกรณีที่นางแตงโม เห็นรถแบ็กโฮของเล่นนั้น ตนก็ไม่ขอออกความคิดเห็น เพราะไม่รู้ว่าเห็นจริงหรือไม่

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน