ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีหวย 30 ล้าน ทนายตั้มโพสต์เหตุสุดวิสัย

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีหวย 30 ล้าน ทนายตั้มโพสต์เหตุสุดวิสัย

Publish 2020-06-25 13:41:09


เป็นคดีมหากาพย์ ที่ยืดเยื้อกันมานานถึง 3 ปี จากกรณีร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือ หมวดจรูญ อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี นำสลากกินแบ่งรัฐบาลถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 หมายเลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ ไปขึ้นเงินที่กองสลากกินแบ่งรัฐบาล รับเงิน 30 ล้านบาท โดยหมวดจรูญเบิกเงินจากธนาคาร 5,500,000 บาท ยังคงเหลือเงินอยู่ในบัญชีธนาคารอีก 24,350,000 บาท




แต่ต่อมาถูกนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในคดีแพ่ง เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ พ.1230/2560 ในข้อหาละเมิดลาภมิควรได้ ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี มีหนังสือถึงธนาคารกรุงไทย ให้อายัดเงินในบัญชี

 

นอกจากคดีแพ่งแล้ว ร.ต.ท.จรูญ ยังถูกนายปรีชา ฟ้องคดีอาญาอีก 1 คดี ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้ประทับรับฟ้องในคดีอาญา หมายเลขดำ ที่ อ.1863/61 ข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร คดีอาญาจึงถือเป็นคดีหลัก ศาลจึงจำหน่ายคดีแพ่ง เพื่อรอฟังคำพิพากษาในคดีอาญา

 

โดยในวันที่ 4 มิ.ย.62 ศาลชั้นต้นจังหวัดกาญจนบุรี มีคำพิพากษายกฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ หลังจากศาลยกฟ้องคดีดังกล่าว ครูปรีชา มอบหมายให้ทนายความส่วนตัว ยื่นอุทธรณ์คดี และที่ผ่านมานายวรยุทธ ได้ขอเลื่อนยื่นอุทธรณ์มาแล้ว 2 ครั้ง จนกระทั่งวันที่ 16 ต.ค.62 นายปรีชาพร้อมทนายความเดินทางไปที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อยื่นอุทธรณ์คดีหลักเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรีนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 25 มิ.ย.63

 

 

ต่อมา นายปรีชา เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 มิ.ย. ครูต้องไปร่วมฟังคำพิพากษาอยู่แล้ว เพราะตนเป็นโจทก์ฟ้อง และยังยืนยันหนักแน่นเหมือนเดิมว่า ลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลเป็นของตน แต่จะไม่ขอก้าวล่วงศาล ส่วนศาลจะตัดสินออกมาอย่างไร ก็เคารพในคำพิพากษาของศาล เพราะไม่มีผลต่อการประกอบวิชาชีพครู เนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุด และพร้อมที่จะใช้สิทธิตามกฎหมาย เพื่อเดินหน้าต่อสู้ต่อไป โดยยังไม่ทิ้งสโลแกนประจำตัวที่ว่า ความจริงก็คือความจริง

 

 

ด้าน ร.ต.ท.จรูญ กล่าวว่า คงไม่ต้องเตรียมอะไรไป เพราะหลักฐานทุกอย่างปรากฏชัดเจนอยู่แล้ว แต่อยากให้คดีนี้สิ้นสุดเร็วๆ เพราะช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เหมือนเสียเวลา และความสุขกับการใช้ชีวิตไปมากแล้ว แต่ก็มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งหลังจากนี้ตนจะเดินหน้าดำเนินการทางกฎหมายกับอีกฝ่าย เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง จะได้ไม่มีผู้คิดกระทำการเช่นนี้กับบุคคลอื่นอีก

 

 

ล่าสุด ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีหวย 30 ระหว่างหมวดจรูญและครูปรีชา ออกไปแบบไม่มีกำหนด ส่วนสาเหตุที่เลื่อนยังไม่ทราบแน่ชัด

 


ขณะเดียวกัน ทนายตั้ม ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหวย 30 ล้าน ยังไม่มีกำหนด !! เหตุจากเอกสารมีข้อผิดพลาดเล็กน้อย ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ต้องมีการตรวจสอบให้ถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง"

 

 

โดยมีรายงานเพิ่มเติมว่า  การเลื่อนอ่านคำพิพากษาดังกล่าว  เป็นผลสืบเนื่องด้วยจำนวนเอกสารพยานแจ้งไม่ตรงกับเลขจำนวนนับของฝ่ายธุรการ เพื่อความสบายใจของโจทก์และจำเลย จึงให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปก่อน  



ก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2562 จ.กาญจนบุรี ศาล จ.กาญจนบุรี อ่านคำพิพากษาคดีที่ ครูปรีชา ใคร่ครวญ เป็นโจทก์ ฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล จำเลย โดยกล่าวหาว่ายักยอก และรับของโจร คือสลากกินแบ่งจำนวน 5 ใบ ที่ถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย. 2560 ที่ผ่านมา โดยล่าสุด ศาลมีคำพิพากษา ยกฟ้อง ในคดีดังกล่าวแล้ว

 

 

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหายักยอกสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่หนึ่งซึ่งโจทก์ทำหายหรือรับสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าวโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยการกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหาย จึงต้องวินิจฉัยก่อนว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่หนึ่งเป็นทรัพย์สินของโจทก์ที่ทำหายซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบภายนอกสำหรับความผิดตามฟ้องหรือไม่

 

 

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาทั้งหมดแล้วเห็นได้ว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบเกี่ยวกับการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่หนึ่งดังกล่าวคงมีเพียงพยานบุคคลที่อ้างว่าเป็นประจักษ์พยานมาเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อขายเท่านั้น แต่ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนคำเบิกความของพยานบุคคล

 

อีกทั้งคำเบิกความของพยานบุคคลดังกล่าวก็มีข้อพิรุธและขัดแย้งกันเองในหลายประการ ทั้งเรื่องความสามารถของพยานแต่ละคนในการจดจำเลขสลากกินแบ่งรัฐบาล การโทรศัพท์ติดต่อนัดหมายไปรับสลากกินแบ่งรัฐบาลระหว่างโจทก์กับนางสาวรัตนาพร การแจ้งความหลังทราบผลการออกรางวัลและที่สำคัญคำเบิกความของพยานบุคคลที่โจทก์นำสืบล้วนขัดแย้งกับข้อมูลการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่และพื้นที่การใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ของโจทก์ในวันที่ 31 ตุลาคม 2560

 

เมื่อพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่จำเลยนำสืบหักล้างแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากนางสาวรัตนาพรที่ตลาดเรดซิตี้ในวันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม 2560 โดยไม่ได้เดินทางไปตลาดเรดซิตี้ในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 แต่โจทก์กลับใช้วิธีนำสืบโดยหยิบยกเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคม 2560 มากล่าวอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2560

 

เมื่อปรากฏว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่หนึ่งยังวางขายอยู่บนแผงขายสลากกินแบ่งรัฐบาลของนางสาวพัชริดาในวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ แต่โจทก์ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากนางสาวรัตนาพรในวันที่ 27 ตุลาคม 2560 แสดงว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลที่โจทก์ซื้อไปจากนางสาวรัตนาพรไม่ใช่สลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่หนึ่ง

 

แต่เมื่อทราบผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 นางสาวรัตนาพรเห็นภาพถ่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลบนแผงขายของนางสาวพัชริดา ซึ่งนางสาวพัชริดาถ่ายรูปไว้เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2560 ปรากฏภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลเลข 533726 อยู่บนแผง นางสาวรัตนาพรจึงคิดว่าตนเองซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดดังกล่าวไปจากนางสาวพัชริดาแล้วนำไปขายต่อให้โจทก์ นางสาวรัตนาพรจึงไปบอกโจทก์ว่าถูกรางวัลที่หนึ่ง ในครั้งแรกโจทก์ก็ยืนยันว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลที่โจทก์มีเลขสามตัวหน้าไม่ตรงกับรางวัลที่หนึ่ง แต่เมื่อนางสาวรัตนาพรพูดย้ำหลายครั้งว่าโจทก์ถูกรางวัลที่หนึ่ง ทำให้โจทก์เริ่มลังเลจนในที่สุดก็เข้าใจไปด้วยอีกคนว่าตนได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่หนึ่งตามที่นางสาวรัตนาพรบอก

 

แม้ว่าขณะนั้นโจทก์จะไม่มีสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่หนึ่งอยู่ในครอบครอง จนกลายเป็นที่มาของการไปแจ้งความว่าโจทก์ทำสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่หนึ่งตกหาย ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วโจทก์ไม่ได้ซื้อกินสลากแบ่งรัฐบาลชุดดังกล่าวมาตั้งแต่แรก เมื่อคดีอาญาโจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ได้ความว่า มีการกระทำความผิดตามฟ้องเกิดขึ้นจริง แต่พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบล้วนแต่มีข้อพิรุธน่าสงสัยและขัดแย้งกับพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในหลายประการตามที่กล่าวมา ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่หนึ่งมาจากนางสาวรัตนาพร สลากกินแบ่งรัฐบาลที่จำเลยนำไปขอรับเงินรางวัลไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;