เช็คเลย 11 กิจกรรม กทม.ออกประกาศ เงื่อนไขคลายล็อค เริ่ม 15 มิ.ย.

เช็คเลย 11 กิจกรรม กทม.ออกประกาศ เงื่อนไขคลายล็อค เริ่ม 15 มิ.ย.

Publish 2020-06-14 19:25:06


สืบเนื่องจากการที่  ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.  มีมติเห็นชอบในการยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ   และประกาศมาตรการผ่อนคลายกิจการ ระยะที่ 4 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. เป็นต้นไป

 

(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  มติศบค.ยกเลิกเคอร์ฟิวแล้ว พร้อมแจงผ่อนคลายกิจกรรมเฟส 4 แต่ยังคุมเข้มเดินทางเข้าออกปท.




ล่าสุด  ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร   แถลงผลการประชุม คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดมาตรการคลายล็อกดาวน์เฟส 4 ว่า   กทม. ได้พิจารณาผ่อนปรน สถานที่เพิ่มเติมอีก  11 แห่ง โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.นี้  เป็นต้นไป  ประกอบด้วย 

 

 

1.โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนนานาชาติ ส่วนโรงเรียนในสังกัด กทม. เปิดได้ 1 ก.ค.
2.โรงแรม ศูนย์แสดงมหรสพ การจัดเลี้ยง การจัดประชุม คอนเสิร์ต ต้องมีการจำกัดจำนวนคน และแสกน คิวอาร์โค้ด ไทยชนะ โดยการจัดแสดงดนตรีนั้น ต้องเป็นการขายตั๋วนั่งเท่านั้น
3.ร้านอาหาร และเครื่องดื่มทั่วไป สามารถบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ แต่ต้องไม่เกิน เวลา 24.00 น. ส่วนผับ บาร์ คาราโอเกะ ยังไม่อนุญาตให้เปิด
4.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ เปิดได้ แต่ต้องจำกัดจำนวน และมีมาตรการเว้นระยะห่าง
5.ศูนย์วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม เช่น ท้องฟ้าจำลอง
6.การถ่ายทำรายการโทรทัศน์ จำกัดทีมงาน 1 กองถ่าย 150 คน และมีผู้ชมในสตูดิโอ ไม่เกิน 50 คน
7.ร้านนวด สปา (ไม่รวมอาบอบนวด) สามารถนวดตัวและใบหน้าได้ โดยจำกัดระยะเวลาการให้บริการ 2 ชั่วโมง
8.สวนสาธารณะ ลานกีฬากลางแจ้ง อนุญาตให้ออกกำลังกายเป็นกลุ่มได้ ไม่เกิน 50 คน แต่จะต้องมีการสวมหน้ากากอนามัยก่อนและหลังออกกำลังกาย
9.สนามเด็กเล่น สวนสนุก ยกเว้นบ้านบอล บ้านลม แต่มีการจำกัด เวลาการเล่นไม่เกิน 2 ชั่วโมง
10.สนามกีฬากลางแจ้งและสถานที่ออกกำลังกายเพื่อการแข่งขัน แต่ต้องไม่มีผู้ชมในสนามแข่งขัน โดยในส่วนของสระว่ายน้ำ จะต้องควบคุมจำนวน 8 ตารางเมตรต่อคน

11.ตู้เกม เครื่องหยอดเหรียญ ยกเว้นร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่



ขณะที่ในเพจเฟสบุ๊ค  "ผู้ว่าฯอัศวิน"  ได้โพสต์ขยายเพิ่มเติมว่า  สถานที่และกิจกรรมที่มีกรผ่อนคลาย  มีข้อกำนดเบื้องต้นดังนี้

1.การใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา
***โรงเรียนในระบบประเภทนานาชาติ***
***สถาบันการศึกษาหรือมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนหลักสูตรนานาชาติ***
***โรงเรียนนอกระบบประเภทกวดวิชาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน***
***โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนรวมทั้งโรงเรียนไม่เกิน 120 คน***
2.โรงแรม โรงมหรสพ ห้องประชุม ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า โรงภาพยนตร์ การจัดแสดงดนตรี/คอนเสิร์ต ฯลฯ
***ให้ผู้จัดแสดงดนตรี คอนเสิร์ต จำหน่ายตั๋วนั่งชมเท่านั้น***
3.ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม โดยอนุญาตให้นั่งดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ภายในร้านได้
4.สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานดูแลผู้สูงอายุ และสถานที่สงเคราะห์อื่น ๆที่จัดสวัสดิการให้แก่เด็กและผู้สูงอายุ
***สามารถเปิดให้บริการได้แบบรายวัน (แบบพักค้างเดิมได้เปิดให้บริการไปแล้ว)***
5.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อุทยานวิทยาศาสตร์ และศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม
6.การถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และวิดีทัศน์
7.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา สถานประกอบการนวดแผนไทย
***ยกเว้นอาบ อบ นวด***
8.สวนสาธารณะ ลานกิจกรรม พื้นที่กิจกรรมสาธารณะ หรือลานกีฬากลางแจ้ง
9.สวนน้ำ สนามเด็กเล่น สวนสนุก
***ยกเว้นเครื่องเล่นที่ติดตั้งแบบชั่วคราว หรือเครื่องเล่นที่มีผิวสัมผัสมาก เช่น บ้านบอล บ้านลม***
10.สนามกีฬา สถานที่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา และสถานที่เพื่อการเรียนการสอนกีฬาทุกประเภท
***ยกเว้นสนามชนโค สนามชนไก่ สนามกัดปลา หรือสนามแข่งขันอื่น ๆในลักษณะทำนองเดียวกัน***
11.ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์
***อนุญาตให้ตู้เกมส์ เครื่องเล่นหยอดเหรียญที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้บริการได้***


ส่วนการจัดงานสัมมนา งานอบรมต่าง ๆ การจัดแสดงสินค้าเปิดตัว (Event) ให้ยึดตามข้อกำหนด โดยไม่มีการจำกัดจำนวนคน แต่ให้ยึดพื้นที่ 4 ตารางเมตรต่อ 1 คน เป็นหลัก ขณะที่โรงเรียนในสังกัด รัฐบาลยืนยัน ว่าจะให้เปิดเรียนพร้อมกันทั้งหมด ในวันที่ 1 ก.ค. 63 ซึ่งหากเป็นกรณีโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีจำนวนไม่เกิน 120 คน สามารถเปิดได้ก่อนกำหนด สำหรับ โรงเรียนสังกัดกทม. ที่มีอยู่ทั้งหมด 437 แห่ง เบื้องต้น พบปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ 92 แห่ง จึงมีแนวคิดจะให้นักเรียนชั้น ป.4-ม.6 เหลื่อมเวลาเรียน โดยให้นักเรียนมาเรียนที่โรงเรียน ในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ส่วนวันอังคาร และ พฤหัสบดี จะให้เรียนผ่านสื่อออนไลน์ของโรงเรียน

 

 

 

 

ขณะที่ประเด็นว่าด้วนร้านอาหารประเภท  สามารถจัดให้มีการแสดงดนตรีได้  ในเพจเฟสบุ๊ค  "เอิร์ธ พงศกร ขวัญเมือง - Earth Pongsakorn Kwanmuang"  ระบุว่า "ในการผ่อนปรน เฟส 4 นี้มีหนึ่งสถานที่ที่ทำให้คนสงสัยว่า ร้านอาหารไหนเล่นดนตรีได้ ร้านแบบไหนเล่นไม่ได้ วิธีดูคือ

1.ร้านของท่านจดทะเบียนเป็นร้านอาหารและขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทแสดงดนตรีไหม?

2.ใบอนุญาตนี้คือสิ่งที่ต้องมีหากท่านต้องการเปิดร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรี

3.การดำเนินการจะต้องไม่เข้าข่ายเป็น “สถานบริการ” ตาม พ.ร.บ. สถานบริการ พ.ศ. 2509 หรือเป็นสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ

ซึ่งหากท่านทำการจดทะเบียนและขออนุญาตถูกต้อง อีกทั้งไม่เข้าค่ายเป็นสถานบริการหรือสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ ก็สามารถทำการแสดงดนตรีได้ครับ แต่อย่าลืม เว้นระยะห่าง และต้องทำตามมาตรการอื่นๆอย่างเคร่งครัด" 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;