รมว.คลัง กลับลำไม่ขยายเวลา แจก 5,000 เยียวยาโควิด นาน 6 เดือนแล้ว

รมว.คลัง กลับลำไม่ขยายเวลา แจก 5,000 เยียวยาโควิด นาน 6 เดือนแล้ว

Publish 2020-04-09 15:23:21


จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีประเด็นดราม่าร้อนฉ่าในโลกออนไลน์ หลังจากที่เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา รัฐบาลเริ่มที่จะทยอยโอนเงินมาตรการเยียวยา 5,000 บาท (3 เดือน) ที่เปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ให้กับ ปชช. ไปบ้างแล้ว



และก่อนหน้า นายอุตตม  สาวนายน รมว.คลัง    ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังการประชุมครม. ว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ กระทรวงการคลังออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินเพื่อการเยียวยาและดูแลเศรษฐกิจวงเงิน 1 ล้านล้านบาท โดย 6 แสนล้านบาท ใช้เพื่อการสาธารณสุข และอีก 4 แสนล้านบาท เพื่อดูแลเศรษฐกิจและสังคม โดย พ.ร.ก. จะมีผลบังคับใช้เดือน เม.ย. นี้ และเดือน พ.ค. เริ่มกู้เงินได้


พร้อมระบุว่า   เงินกู้ส่วนหนึ่งจะนำมาใช้ในโครงการแจกเงินเยียวยา 5,000 บาท จากเดิม 3 เดือน (เม.ย.-พ.ค.2563) หรือ คนละ 1.5 หมื่นบาท เป็น 6 เดือน (เม.ย.-ก.ย.2563) หรือ เป็นคนละ 3 หมื่นบาท เพื่อดูแลกลุ่มอาชีพอิสระที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบอื่นที่ไม่เข้าเกณฑ์รับเงิน 5,000 บาท ครม. ได้สั่งให้ทุกกะทรวง ให้เร่งพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือให้มากที่สุด

 

“การแจกเงิน 5 พันบาท เพิ่มเป็น 6 เดือน เพราะเห็นว่าโควิดกระทบประชาชนและผู้ประกอบการอาชีพอิสระมากขึ้น และไม่รู้ว่าการระบาดจะจบลงเมื่อไร จึงต้องช่วยคนกลุ่มนี้ที่มีมาลงทะเบียน 24 ล้านคนเพิ่ม ซึ่งจะใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการนี้ ไม่รวมกับงบประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท ที่กันไว้ก่อนหน้านี้ โดยจะมีผู้ผ่านคุณสมบัติได้รับเงินเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากกลุ่มแรก1.6 ล้านคน ที่ผ่านเงื่อนไขและจะได้รับเงินพรุุ่งนี้เป็นต้นไป โดยจะได้รับเพิ่มจาก 3 เดือน เป็น 6 เดือนทั้งหมด” 

 



ล่าสุดนายอุตตม   ได้โพสต์ถึงกรณีดังกล่าว ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว  มีข้อความว่า  " ชี้แจงข่าวการยืดเวลารับเงินเยียวยา 5 พันบาท .... จากกรณีที่มีคำถามว่า เหตุใดจึงมีการยืดระยะเวลาให้ผู้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา 5,000 บาท จากเดิม 3 เดือน เป็น 6 เดือน ผมขออธิบายเพิ่มเติมว่า ความจริงกรณีดังกล่าว เป็นเรื่องของการตั้งกรอบเวลาในการเยียวยาไว้ เนื่องจากเรายังไม่รู้ว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 จะสิ้นสุดลงเมื่อใด จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์

 

ดังนั้นในระยะแรก จึงจะมีการเยียวยาในช่วง 3 เดือนก่อน ส่วนหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ก็สามารถขยายระยะเวลาเพิ่มเติมได้อีกตามความเหมาะสม ในทางกลับกันหากสถานการณ์จบก่อน ก็สามารถยุติการเยียวยาได้เช่นกัน


อีกเรื่อง คือ การบริหารจัดการมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้น ผมได้กำชับกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และ ธนาคารกรุงไทย ว่า จำเป็นต้องทำเร็วและเร่งด่วน แต่ต้องควบคู่ไปกับการจ่ายเงินให้มีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งวันนี้ก็เป็นวันที่ 2 ในการทยอยโอนเงินให้กับผู้ผ่านเกณฑ์ตรวจสอบ และจะทยอยจ่ายต่อไปอย่างเร่งด่วน

 


ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับเยียวยา ได้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนในวัยทำงานเป็นหลัก เพราะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ขอย้ำว่าทั้งหมดอยู่ภายใต้คำนิยามว่า ต้องเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งจะแยกย่อยไปตามกลุ่มอาชีพต่างๆ แต่ที่สำคัญต้องเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับการเยียวยาหรือดูแลจากภาครัฐตามมาตรการอื่นๆ อยู่ก่อนแล้ว

 

หากท่านใดสงสัยว่าอยู่ในเกณฑ์ได้รับสิทธิหรือไม่ สามารถสอบถามขอความช่วยเหลือไปที่ Call Center ธนาคารกรุงไทย 02-111-1144 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 0 2273 9020 ต่อ 3421, 3422, 3423, 3424, 3425, 3427, 3429, 3430, 3572 (ในวันและเวลาราชการ)

 


อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังยึดแนวนโยบาย ที่จะต้องช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้ครอบคลุมที่สุด ภายใต้กรอบงบประมาณ 1 ล้านล้านบาท หมายความว่าสามารถปรับเปลี่ยนแนวทางมาตรการหรือวงเงิน ได้สอดคล้องเหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน

 

ทั้งนี้ล่าสุดกระทรวงการคลังอยู่ระหว่าง กำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร เป็นรายครัวเรือน ซึ่งจะมีการนำเสนอเข้า ครม. เร็วๆนี้ โดยมุ่งหวังว่าจะครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบในวงกว้างที่สุด และประคับประครองเศรษฐกิจในภาพรวมไปพร้อมกัน"

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน