เปิดใจเต็มๆ หนุ่มโดนแชร์ภาพมั่ว กล่าวหาเป็นโจรปล้นทองลพบุรี เสียงสั่นเครือโซเชียลทำชีวิตพัง

Publish 2020-01-13 16:29:25


สืบเนื่องจากกรณีที่เกิดเหตุอุกอาจขึ้นกลางห้างดังในจังหวัดลพบุรี ซึ่งเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนพร้อมที่เก็บเสียง กราดยิงผู้คนในห้างเพื่อปล้นทองในร้านทองออโรร่า ซึ่ง 1 ในผู้เคราะห์ร้ายที่โดนลูกหลงนั้นเป็นเด็กชายวัยเพียงแค่ 2 ขวบคือน้องไทตัล นับว่าเป็นความสูญเสียของครอบครัวของน้องเลยก็ว่าได้ ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 4 คน 


เปิดใจเต็มๆ หนุ่มโดนแชร์ภาพมั่ว กล่าวหาเป็นโจรปล้นทองลพบุรี เสียงสั่นเครือโซเชียลทำชีวิตพัง

ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามสืบหาตัวคนร้ายอย่างหนัก เนื่องจากว่าเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจมาก และมีข้อมูลวงในเผยภาพผู้ต้องสงสัย ซึ่งทำให้หลายๆ เพจรีบเร่งเกินไปจนเป็นเหตุทำให้ใครหลายๆ คนเดือดร้อน แต่ทว่าเพจดังกล่าวนั้นก็ได้ออกมาขอโทษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

อ่านข่าว - เพจดังกระตุกโซเชียล แชร์มั่วภาพชายต้องสงสัย ปล้นทองลพบุรีโดนด่ายับคนโพสต์รีบขอโทษด่วน
 


เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นที่ถูกจับตามองมากในโลกโซเชียลและต่างตั้งข้อสงสัยเพื่อหาตัวคนร้ายนำมารับโทษ และมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนร้ายดังกล่าว และถูกตำรวจตามตัว แต่ผู้ที่ถูกกล่าวหานั้นออกมาปฏิเสธว่าเขาไม่ใช่คนร้าย ซึ่งล่าสุด นายเอกฐวีป คงคาวี หรือ เอก ผู้ถูกกล่าวหาคนดังกล่าว และ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาฯ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ออกมาพูดคุยและเปิดใจในประเด็นนี้ ในรายการโหนกระแส
 


โดยนายเอกฐวีปได้เปิดใจหลังถูกประนามว่าเป็นคนร้าย จนทำให้ชีวิตของตนเองและครอบครัวเกิดความเดือดร้อน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าบุกค้นตัวที่ภูมิลำเนา แต่ขณะนั้นตนทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้ทำให้พ่อและแม่ของนายเอกฐวีปมีอาการตกใจเป็นอย่างมาก


 
ทั้งนี้จากการถูกกล่าวหา เนื่องจากมีมูลเมื่อครั้งอดีตนายเอกฐวีปเคยก่อคดีชิงทองร้านในลักษณะเดียวกัน และได้เข้ารับโทษจำคุกนานกว่า 7 ปี และปัจจุบันพ้นโทษสำนึกผิดและกำลังศึกษาอยู่ จึงออกมาเปิดใจยอมรับว่าเคยกระทำความผิด แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ตนไม่ใช่คนร้าย และได้หอบหลักฐานเข้าแจ้งความเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตน เนื่องจากหลังโดนโพสต์ภาพกล่าวหาในเฟซบุ๊กสร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก


 
ด้านรศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์ ได้วิเคราะห์ถึงลักษณะคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทอง และกรณีของนายเอกผู้เคยก่อคดี ที่มีความเหมือนและแตกต่างกัน โดยมีการวางแผนดูพื้นที่จริงและเริ่มปฏิบัติการชิงทองในอีกวัน กรณีนี้พฤติกรรมของคนร้ายมีวิธีการใช้อาวุธปืนอย่างเชี่ยวชาญ และยังไม่ตั้งเป้าว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุจำนวนกี่คน พร้อมแนะมาตรการรักษาความปลอดภัยของห้างทองทุกแห่งโดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้าเพื่อป้องกันการเกิดเหตุและสูญเสียชิ้นนี้อีก

 

เปิดใจเต็มๆ หนุ่มโดนแชร์ภาพมั่ว กล่าวหาเป็นโจรปล้นทองลพบุรี เสียงสั่นเครือโซเชียลทำชีวิตพัง


อย่างไรก็ตาม นายเอกฐวีป คงคาวารี อายุ 36 ปี อดีตผู้ต้องหาคดีปล้นร้านทองคำมูลค่า 4 ล้านบาท ไปจากห้างย่านปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อปี 2556 เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.หญิง ณัฐชยา วงศ์รุจิไพโรจน์ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.หลังมีผู้นำภาพหมายจับเก่า และข้อมูลส่วนตัวของตนเองไปโพสต์ในโลกโซเชียล โดยอ้างว่าเป็นผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุฆ่า 3 ศพชิงทองอุกอาจในห้างโรบินสัน จ.ลพบุรี


ทั้งนี้ นายเอกฐวีป เปิดเผยว่า วันนี้มาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์และแชร์ภาพหมายจับดังกล่าวประมาณ 7-8 ราย ซึ่งมีทั้งบุคคลและเพจเฟซบุ๊ก บางเพจมีผู้ติดตามหลายพันคน มียอดแชร์กันหลายพันคนในไม่กี่ชั่วโมง โดยทราบเรื่องหลังจากที่เพื่อนส่งภาพให้ตนดูเมื่อวานนี้ จึงรู้สึกตกใจมาก และรีบไปแจ้งความที่ สน.สามเสน ซึ่งเชื่อว่าภาพดังกล่าวนั้นมาจากการที่ตำรวจ

 

 

นำข้อมูลเก่าที่ตนเคยก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองเมื่อปี 2556 มาตรวจสอบ แต่เกิดหลุดออกมา ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุครั้งล่าสุดที่ จ.ลพบุรี นั้นไม่ใช่ตนแน่นอน เพราะมีหลักฐานภาพวงจรปิดว่าตนทำงานอยู่ในวันที่เกิดเหตุ หลังเกิดเรื่องพี่ชายที่อยู่ จ.กำแพงเพชร แจ้งว่ามีตำรวจได้โทรศัพท์มาสอบถาม ซึ่งหากจะเรียกไปสอบปากคำเกี่ยวกับคดี ตนก็ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่


“สำหรับคดีเก่าของตนนั้น เคยก่อเหตุชิงทรัพย์จากร้านทองออโรร่า ในห้างบิ๊กซีย่านลาดพร้าว เมื่อปี 2556 ได้ทองไปมูลค่าราว 1 ล้านบาท โดยร่วมกันกับพวกก่อเหตุ 3 คน ซึ่งตนได้ใช้อาวุธปืนเช่นกัน แต่ไม่ประสงค์เอาชีวิตใคร เพราะทุกคนเลี่ยงการทำร้ายร่างกาย กระทั่งมาถูกจับกุมและศาลตัดสินจำคุก 25 ปี ตนรับสารภาพ ลดโทษเหลือ 11 ปี และลดโทษเรื่อยมาจนเหลือ 7 ปี

 

 

เพิ่งจะพ้นโทษออกมาเมื่อ 10 เดือนก่อน ตอนนี้ได้มาเริ่มชีวิตใหม่ ทุกอย่างกำลังจะไปได้ดี เพราะตนมีงานทำและเรียนไปด้วย แต่กลับเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ซึ่งมันกระทบกับครอบครัวคนรอบข้าง และงานเพราะหัวหน้าที่ให้โอกาสตนทำงานยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ หากจะแชร์อะไรกันก็ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ถ้าตนตกงานตนไม่อยากไปก่อเหตุซ้ำอีก ล่าสุดมีเพียงคนเดียวที่ติดต่อมาขอโทษว่าไม่ทราบ หากแก้ไขและลบให้ ตนก็อาจจะถอนแจ้งความ “ นายเอกฐวีปกล่าวปิดท้าย

 


เบื้องต้นพนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำผู้เสียหายก่อนพิจารณาประกอบหลักฐานและรายงานผู้บังคับบัญชาสั่งการต่อไป

 

ขอบคุณรายการโหนกระแส



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน