ญาติเผยตัวตนชายต้องสงสัย มีเอี่ยวคดีเซลล์สาวสระบุรี

ญาติเผยตัวตนชายต้องสงสัย มีเอี่ยวคดีเซลล์สาวสระบุรี

Publish 2019-12-11 12:00:27


จากกรณีที่เจ้าของเฟซบุ๊กชื่อ Jasmine Naka ได้โพสต์เฟซบุ๊กตามหาญาติไปเมื่อปี 2017 ซึ่งครั้งนั้นเธอร้องขอให้ชาวโซเชียลตามหา น.ส.กลิ่นเกษร วงษ์สิงห์อายุ 33 ปี (ณ ขณะนั้น) ผิวขาว หายตัวจาก อ.พระบาท จ.สระบุรี ซึ่งเธอได้หายไตัวประมาณ 3 เดือนแล้ว พร้อมกับภาพรถเก๋งยี่ห้อนิสสันสีขาว ทะเบียน 4 กฐ 5648 กทม. แต่ทว่าเวลาล่วงเลยมานานแล้วก็ยังไม่พบ



จนในที่สุดเวลาล่วงเลยไปถึง 3 ปี ก็พบเธอกับรถเก๋งคันดังกล่าวในสภาพที่ทำให้ครอบครัวใจสลาย เมื่อ ตร.สภ.หนองโดน จ. สระบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบรถเก๋งตกคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ต.บ้านโปร่ง อ.หนองโดน จ.สระบุรี จึงรีบออกไปตรวจสอบ พบรถเก๋งในสภาพเก่าเป็นสนิมและภายในมีโครงกระดูกมนุษย์ ซึ่งเป็นของ น.ส.กลิ่นเกษร โดยเบื้องต้นญาติเชื่อว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ

 


อ่านข่าว - เซลล์สาวสระบุรีหายตัวไร้ร่องรอย 3 ปี เพิ่งเจอร่างในรถเก๋งจมคลองชลประทาน ญาติมั่นใจไม่ใช่อุบัติเหตุ!

 


ขณะเดียวกัน นายสมใจ ชมเช้า อายุ 59 ปี คนแรกที่ไปเจอรถ เล่าว่า เมื่อช่วงเวลา 07.00 น. ตนนำน้ำมันไปเติมเครื่องสูบน้ำ ซึ่งมีชาวบ้านมาสูบน้ำหลายคน จนกระทั่งเห็นล้อรถในลักษณะหงาย ตอนแรกตนก็คิดว่า เป็นล้อรถบรรทุกหลุดลงน้ำ จึงแจ้งกู้ภัย แต่เมื่อกู้ภัยมาดู กลับพบรถและศพในนั้น ที่ผ่านมาตนทำไร่ทำนาก็สูบน้ำแถวนั้น แต่ไม่เคยเห็นร่องรอยรถแต่อย่างใด เหตุการณ์นี้ทำให้ตนก็ไม่กล้าไปสูบน้ำเพราะกลัวผี

 


ด้าน พ.ต.ท. ณัฏฐวร กันธายอด สารวัตร(สอบสวน) สภ.หนองโดน เผยว่า เจ้าหน้าที่ได้นำโครงกระดูกที่พบในรถไปตรวจหาดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ อาจต้องใช้เวลาประมาณ 10-15 วัน ส่วนทางบริษัทประกัน ก็ได้นำหลักฐานมายืนยันว่า รถคันนี้เป็นรถของน้องต่อจริง ซึ่งจะมีการเสนอให้บริษัทต่อไป

 


ทั้งนี้ ญาติของน.ส.กลิ่นเกษร เล่าว่า น.ส.กลิ่นเกษรเป็นคนหน้าตาดี มีคนเข้าหาหลายคน ก่อนหน้านี้ น.ส.กลิ่นเกษรเคยคบหากับเสี่ยเจ้าของโรงงานปุ๋ยแห่งหนึ่ง เมื่อคบกัน 4-5 ปีก็เลิกรา จากนั้น น.ส.กลิ่นเกษรก็ไปคบชายคนใหม่ และมีลูกด้วยกัน 1 คน แต่อยู่กันไม่นานก็เลิกกัน น.ส.กลิ่นเกษรจึงกลับไปคบเสี่ย และเสี่ยก็ให้งานน.ส.กลิ่นเกษรทำ จนกระทั่งวันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 น.ส.กลิ่นเกษรก็สาบสูญ ซึ่งก่อนหายตัวน.ส.กลิ่นเกษรบอกว่าจะไปหาเสี่ย

 


และเสี่ยคนนี้ดูเป็นคนดี เคยพาญาติ ๆ ของน.ส.กลิ่นเกษรไปเที่ยวบ่อย ๆ และดูเป็นคนขี้หึง โดยก่อนที่น.ส.กลิ่นเกษรจะหาย เสี่ยได้โทร. มาง้อ จากนั้น 4 ทุ่ม น.ส.กลิ่นเกษรก็ไปหาเสี่ย แล้วญาติก็ติดต่อไม่ได้ ญาติจึงตัดสินใจแจ้งความ และตามหาทางเฟซบุ๊ก ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ แต่ไม่เจอ ซึ่งทางเสี่ย หลังจากที่น.ส.กลิ่นเกษรหายไป เสี่ยได้มาคุยกับแม่ของน.ส.กลิ่นเกษรว่า จะไม่ตามหาต่อแล้ว ประกอบกับน.ส.กลิ่นเกษรอยู่กับเสี่ยเป็นคนสุดท้าย ตนเลยคิดว่าน.ส.กลิ่นเกษรอาจจะถูกฆาตกรรม ตนจึงไปหาพระ ให้พระดูดวงน.ส.กลิ่นเกษร พระก็บอกว่า น.ส.กลิ่นเกษรเสียชีวิตแล้ว

 



แม้ว่าน.ส.กลิ่นเกษรจะหายไปแล้ว แต่เสี่ยก็ยังรักษาสัมพันธ์ไว้กับญาติของน.ส.กลิ่นเกษร เสี่ยมักไปหาคุณตาคุณยายของน.ส.กลิ่นเกษรที่ จ.ชัยนาท แทบทุกเดือน และเคยหลุดปากว่า ถ้าน.ส.กลิ่นเกษรเสียชีวิต ให้ผมดูแลตากับยายแทนน.ส.กลิ่นเกษร

 


ด้านญาติยังตั้งข้อสังเกตหลายอย่าง และเชื่อว่าน.ส.กลิ่นเกษรเสียชีวิตจากการฆาตกรรม อาทิ น.ส.กลิ่นเกษรเป็นคนขี้ร้อน ไม่เคยห่มผ้าตอนขับรถ แต่กลับมีผ้ามาห่อร่าง และกระดูกของผู้เสียชีวิตอยู่เบาะหลัง เข็มขัดนิรภัยไม่ได้เสียบคาไว้ แสดงว่าน.ส.กลิ่นเกษรไม่ได้ขับรถมาเอง แต่มีคนขับรถมาให้ อีกอย่างรถของน.ส.กลิ่นเกษรเป็นรถรุ่นใหม่ หากน.ส.กลิ่นเกษรขับรถมาเอง ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ถ้าไม่คาดจะมีสัญญาณเตือน อีกอย่าง เสี่ยยังเป็นคนขี้หึงมาก เวลาไปไหนจะขับรถตามตลอด แต่วันที่น.ส.กลิ่นเกษรหายตัว เสี่ยกลับไม่ตามหาเลย

 


ขณะที่ นางลั่นทม วงษ์สิงห์ อายุ 56 ปี แม่ของน.ส.กลิ่นเกษร เผยว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.กลิ่นเกษรได้คบหากับเสี่ยโรงงานปุ๋ย และเป็นเจ้านายด้วย โดยย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน น.ส.กลิ่นเกษรบอกว่า จะไปนอนที่บริษัท และจะมาเจอกันที่ร้านกับแม่ในตอนเช้า แต่พอถึงเวลา ตนไม่เห็นลูกมา ติดต่อไม่ได้ พอ โทร.ไปหาเสี่ย เสี่ยบอกว่า น.ส.กลิ่นเกษรออกไปแต่งหน้าให้เจ้าสาวที่มาเช่าชุดตอนตี 3

 


ที่ผ่านมา ตนก็มีความเคลือบแคลงใจว่า ลูกสาวกับเสี่ยจะมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งพอลูกหายไป เสี่ยก็เอากล้องวงจรปิดมาให้ดู และเห็นรถของน.ส.กลิ่นเกษร ออกจากบริษัทช่วงตี 3 แต่ตนไม่เชื่อว่า คนในรถจะใช่น.ส.กลิ่นเกษรหรือไม่

 


นายทอด วงษ์สิงห์ อายุ 78 ปี ตาของน.ส.กลิ่นเกษร เผยว่า หลังจากที่น.ส.กลิ่นเกษรหายไป เสี่ยก็ยังมาหา เอาอาหาร เอาเงินมาให้ ตนก็สงสัยว่าเสี่ยจะมาทำไม เสี่ยเริ่มมีพิรุธหลายอย่าง ตนก็ปักใจเชื่อทันทีว่าเสี่ยเป็นคนทำให้น.ส.กลิ่นเกษรเสียชีวิต  ตนมองว่าที่เสี่ยมาทำดี เพราะต้องการกลบเกลื่อนความผิด ทั้งนี้เสี่ยเคยอ้างว่า น.ส.กลิ่นเกษรเคยพูดสั่งเสียกับเสี่ยว่า ถ้าน.ส.กลิ่นเกษรเป็นอะไรไป น.ส.กลิ่นเกษรอยากให้เสี่ยช่วยดูแลตายายแทน จนตนโกรธมากที่ได้ยินเสี่ยบอกว่าน.ส.กลิ่นเกษรเสียชีวิต 

 


ตนจึงถามเสี่ยไปตรง ๆ ว่า หลานผม ถ้าเสี่ยไม่ทำ มันไม่ตาย ซึ่งเสี่ยก็นิ่งไป และจากนั้นเสี่ยก็ไม่ยอมมาหาตายายอีกเลย "พูดกับเขาเลยนะว่า คนคนนี้นะ ถ้าเสี่ยไม่ทำ มันไม่ตายหรอก ถ้าเสี่ยทำมันถึงจะตาย เขาก็พูดว่า จะไปทำทำไม ทำไปได้อะไรก็พอเราพูดอย่างนั้น เขาก็ไม่มาเลย"

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์