หนุ่มโวยหลังเจอแมลงสาบในแก้วน้ำ ที่ร้านปิ้งย่างชื่อดัง ร้านแจงน้ำแข็งจากร้านอื่นจะลดให้ 20 %

หนุ่มโวยหลังเจอแมลงสาบในแก้วน้ำ ที่ร้านปิ้งย่างชื่อดัง ร้านแจงน้ำแข็งจากร้านอื่นจะลดให้ 20 %

Publish 2019-07-01 10:38:22


เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. เฟซบุ๊ก “Harin Paesongthai” ได้โพตส์เตือนภัยหลังได้ทานอาหารร้านหนึ่ง ในห้างดัง จังหวัดนนทบุรี โดยทานอาหารพร้อมเพื่อน รวมเป็น 2 คน จนทานอาหารเสร็จเรียบร้อย และดื่มน้ำจนหมดแก้วแต่ตาได้เหลือบไปเห็นแมลงสาบในแก้วน้ำตนเอง
 




ในลักษณะที่เปื่อยยุ่ย ทำให้ตนเองและเพื่อนตกใจมาก และต้องการคำอธิบายและขอโทษ สุดท้ายทางร้านให้พนักงานออกมาขอโทษพร้อมอธิบายว่าสั่งน้ำแข็งมาจากข้างนอก และลดค่าอาหาร 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งชายหนุ่มมองว่าไม่เพียงพอต่อความรู้สึกที่เสียไป

โดยมีเนื้อหาโพสต์ว่า “บอกเลยว่าต่อไปคงไม่ไปเหยียบร้าน xxx อีกเด็ดขาด ผมและXไปกินร้าน Xxx สาขาxxxx ก็ไม่มีอะไรจนกินอิ่มแล้วดูดน้ำในแก้วจนหมด พลิกแก้วมาดูก็พบกับสิ่งที่เห็นในภาพ ผมนี่ช็อคไปเลย มันมีแมลงสาบอยู่ในแก้วที่ผมกินจนหมด เป็นสภาพที่ทุกส่วนน่าจะเจือปนเข้าไปอยู่ในท้องผมหมดแล้ว ผมก็นั่งนิ่งทำอะไรไม่ถูก จนม่อนต้องเรียกพนักงานมาให้ดูหลักฐาน พนักงานเห็นก็รีบเก็บแก้วไปคุยกับผู้จัดการ ซึ่งหายไปนานมาก ซักพักก็เห็นพนักงานทะยอยกันตักน้ำแข็งที่ให้บริการออก ไม่มีใครมาชี้แจงหรือขอโทษอะไรเลย จนม่อนต้องเรียกผู้จัดการมาชี้แจงซึ่งก็เดินมาบอกว่าน่าจะติดมากับน้ำแข็งและไม่มีการขอโทษใดๆ ในระหว่างที่พนักงานกำลังตักน้ำแข็งออกไปก็มีลูกค้าคนอื่นมาตักน้ำแข็งแต่ไม่มีการแจ้งเตือนใดๆเลย



ซักพักพนักงานที่เห็นหลักฐานคนแรกก็เดินมาขอโทษ (พนักงานมาขอโทษ แต่ผู้จัดการไม่ขอโทษซักคำ) เรากับม่อนรู้สึกผะอืดผะอม เลยเดินไปที่แคชเชียร์ พอจะเก็บตังก็เลยให้ดูรูปนี้ที่ถ่ายไว้ว่าคุณปล่อยลูกค้าให้เจอของกินแบบนี้แล้วไม่มีมาตรการอะไรเลยหรอ ถึงไปเรียกผู้จัดการมาอีก ผู้จัดการมาก็ให้เหตุผลว่าเครื่องทำน้ำแข็งเสีย วันนี้เลยสั่งน้ำแข็งจากร้านข้างนอกมาน่าจะปนมาด้วย (ทั้งมื้อเราใช้น้ำแข็งที่ตักรอบแรกรอบเดียว โดยเติมน้ำไปประมาณ4ครั้ง เท่ากับเราดูดน้ำที่มีการปนแมลงสาบนี้ไปแล้วทุกแก้ว และไม่รู้ว่ามีปะปนไปกับน้ำของลูกค้าคนอื่นด้วยรึเปล่า) โดยทั้งหมดไม่มีการขอโทษใดๆทั้งสิ้น หลังจากนั้นก็เสนอว่าลดราคา20% เราแบบโกรธในใจนะว่าแบบนี้มึงยังจะเก็บตังกุอีก แต่ความรู้สึกตอนนั้นคืออยากรีบออกจากร้านให้เร็วที่สุดเลยทำยังไงก็ได้ให้ออกมาไวที่สุด เลยยอมๆไป แต่รู้สึกไม่พอใจมากๆอยู่ข้างใน เลยอยากมาเตือนทุกคนทานอาหารร้านนี้ระวังจะเจอเหตุการณ์แบบผมนะครับ และหวังว่าร้านของคุณจะไม่ทำแบบนี้กับลูกค้าคนอื่นๆอีกนะครับ”

ทั้งนี้ก็ยังมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเอาไว้ด้วยว่า "พนักงานในร้านไม่ใช่เจ้าของ เค้าจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบที่เค้าคาดว่าจะกระทบเงินในกระเป๋าเค้าน้อยที่สุด ส่วนมากร้านคนไทยที่ไม่ใช่เครือข้ามชาติที่มีชื่อเสียงจะไม่มีมาตรการอะไรเป็นพิเศษ เค้าเลยไม่เอะใจว่าควรโทรหาเจ้าของเพื่อแก้ปัญหา ในกรณีนี้ร้ายแรงมากนอกจากต้องไม่คิดเงินแล้ว ยังต้องให้ค่าทำขวัญลูกค้าคนนี้อีกไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท เผื่อเค้าป่วย ต้องไปหาหมอ ชื่อเสียงของร้านในห้าง วันนึงยอดขายเป็นแสนแลกกับเงิน 11,000 บาท เป็นผมยอมจ่าย" 

.

และอีกท่าน "เคยคุยกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับร้านอาหารเค้าบอกในกรณีที่มีการมีสิ่งปลอมปนในอาหารและเราต่างแปลกใจว่าทำไมไม่มีดารขอโทษหรือแสดงความรับผิดชอบแต่แรกเพราะเค้ามีกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคถ้าผู้ประกอบการกระทำการอย่างใดที่บ่งบอกว่าตัวเองผิด หรือบกพร่องในเรื่องความสะอาดอาจทำให้โดนความผิดหรือเรียกว่าผูกตัวเอง เราเลยเจอสิ่งที่ขัดใจว่าทำไมนิ่งเฉยและไม่แสดงความขอโทษสักนิด (เจอกันมาหลายคน)
ส่วนตัวเคยเจอเหมือนกันค่ะ ประมาณเครื่องดื่มให้ชงแล้วสั่งเป็นปั่นเจอเศษพลาสติกหนาของถุงที่เหมือนเป็นการตักปากถุงแล้วอยู่ในแก้วเครื่องดื่มซึ่งเศษเป็นเสี้ยวของพลาสติกนั่นหมายความว่าอาจผ่านการปั่นจนรวมเป็นเครื่องดื่มจนเราดื่มจนหมดแก้วแล้วเหลือแต่เกร็ดน้ำแข็งปั่นที่รอการละลาย ฟ้องสคบขั้นแรกดูทีท่าว่าผู้บริโภคน่าจะเสียเวลาทำมาหากินมากกว่าค่ะ ลางานมาถี่และบ่อยบวกกับการสงสัยว่าเป็นเศษพลาสติกที่ห่อหุ้มหลอดตอนเราฉีกห่อหลอดดูดแล้วเผอิญมีลมพัดเศษนั้นมาลงแก้วทั้งๆที่แก้วมีฝาครอบปิด จบค่ะประเทศนี้ดูแลระวังตัวเองดีที่สุด อย่าหวังพึ่งใครมาคุ้มครองความปลอดภัยเรา ถ้าเป็นประเทศอื่นคงฟ้องร้องปิดกิจการเรียบร้อย แต่ที่นี่Thailand onlyใครเงินหนาเส้นใหญ่สามารถอุดเรื่อง ปิดปาก ได้ทุกที่ ตอนนี้ทำใจและคุ้มครองตัวเองดีที่สุดค่ะ"

.

 

ขอบคุณ Harin Paesongthai




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สมิตา ขุมทรัพย์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;