แฟนสาวพูดทั้งน้ำตา เสียใจและคาดไม่ถึง หลังหนุ่มอัมพาตเผยความจริงที่ไล่ตน

แฟนสาวพูดทั้งน้ำตา เสียใจและคาดไม่ถึง หลังหนุ่มอัมพาตเผยความจริงที่ไล่ตน

Publish 2019-06-25 09:55:46


จากกรณีนายวัฒนพันธ์ บัวน้อย หรือ จุก อายุ 27 ปี ผู้ซึ่งเป็นอัมพาตจากการที่เกิดอุบัติเหตุ เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ ปี 2558 ภายหลังจากเกิดอุบัติเหตุแม่ และแฟนสาวในขณะนั้น พร้อมด้วยญาติ ๆ คอยให้กำลังใจและดูแลอย่างใกล้ชิด ภายหลังจากนั้น 7 -8 เดือน ก็กลับมารักษาตัวอยู่ที่บ้านในสภาพพูดไม่ได้ เดินไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เห็นแฟนแล้วรู้สึกสงสารและคิดถึงอนาคตของแฟน พยายามบอกเลิกด้วยการพิมพ์ข้อความให้แฟนอ่านจากโทรศัพท์ แต่แฟนก็ยังไม่เลิก จึงตัดสินใจวางแผนกับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ให้ทำทีว่ามาเป็นแฟนใหม่ เพื่อให้แฟนตัดใจเลิก พร้อมเผยว่าที่ทำไปเพราะเห็นกับอนาคตของแฟน จนเป็นเรื่องราวดังผ่านโลกโซเซียล

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องหนุ่มอัมพาต จำใจโกหกบอกเลิกแฟน หวังให้คนรักไปเจอสิ่งที่ดีกว่า



ล่าสุดอดีตแฟนของหนุ่มที่ป่วยเป็นอัมพาต เปิดเผยว่า ตนคบหากับนายจุก อดีตแฟนคนนี้มานานกว่า 7 ปี ตลอดระยะเวลาที่คบหาก็ไม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกัน จนเมื่อปี 2558 ระหว่างที่นายจุกขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน แต่ถูกรถสิบล้อตัดหน้า จนเป็นเหตุให้ต้องพิการ เป็นอัมพาต ขยับตัวไปไหนมาไหนไม่ได้ ช่วงนั้นนายจุกต้องเจาะคอทำให้ไม่สามารถพูดได้ ตนก็ต้องคอยสื่อสารผ่านการเขียนข้อความ ช่วงเวลานั้นตนก็ต้องคอยดูแลแฟนนายจุกพร้อมกับเรียนไปด้วย

อดีตแฟนสาวเล่าทั้งน้ำตาว่า ระยะหลังนายจุกเริ่มไล่ตน พร้อมกับแสดงอาการหงุดหงิด ต่อมาเขาได้นำรูปภาพผู้หญิงคนหนึ่งมาให้ดูแล้วบอกว่าคือแฟนใหม่ของเขา แต่ตนก็ยังไม่มั่นใจ กระทั่งวันหนึ่งเห็นผู้หญิงคนนั้นมาเฝ้านายจุกที่ข้างเตียง เมื่อเข้าไปหาเขาก็ไล่ตนโดยพูดทำนองว่า “ให้ออกไปจากชีวิต” ซึ่งตนก็ออกมาจริง ๆ แต่ก็ยังคอยให้การช่วยเหลืออยู่บ้าง



จนเมื่อไม่นานมานี้ ตนก็ส่งเรื่องร้องเรียนไปหากู้ภัยที่เป็นคนโพสต์เรื่องราวดังกล่าวให้ช่วยเหลือ แล้วอดีตแฟนก็ได้เล่าข้อเท็จจริงให้พี่กู้ภัยฟังว่าที่ไล่ตนออกมา เพราะไม่อยากให้ตนมาลำบากด้วย และผู้หญิงที่เขาอ้างว่า เป็นแฟนนั้นที่จริงแล้วไม่ใช่ แต่เป็นแค่เพื่อนที่เขาให้มาเล่นเป็นแฟน เพื่อให้ตนเลิกราจากอีกฝ่าย เมื่อตนได้ยินเรื่องราวเช่นนั้นยอมรับว่าเสียใจ และส่วนตัวก็คาดไม่ถึงว่าเขาจะทำเช่นนั้น เพียงเพราะอยากให้ตนมีอนาคตที่ดี

สุดท้ายนี้ ตนก็อยากบอกกับเขา ซึ่งได้เลิกรากันมาประมาณ 4 ปีแล้วว่า ขอบคุณที่ทำให้ตนรู้ว่ารักกันจริง ๆ ซึ่งเป็นรักที่ไม่ได้หวังครอบครอง และเป็นห่วงกันจริง ๆ หากถามว่าจะกลับไปคบหากันอีกหรือไม่นั้น ตนอยากให้เป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งตนเองก็กำลังจะหมั้นกับผู้ชายอีกคน

 

ขอบคุณ  ทุบโต๊ะข่าว



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สมิตา ขุมทรัพย์
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์