บทความพิเศษ : Cyberbully​ กับ​ กรณี​ ปั้นจั่น  โดย ดร.เวทิน​ ชาติกุล

บทความพิเศษ : Cyberbully​ กับ​ กรณี​ "ปั้นจั่น" โดย ดร.เวทิน​ ชาติกุล

Publish 2019-06-24 12:26:43


1.​ สิ่งที่ไม่อาจยอมได้เลยในกรณี.”ปั้นจั่น” ไม่ใช่ ประเด็นเรื่องความเห็นทางการเมือง แต่เป็นประเด็น Cyberbully

2.​ เหมือนกรณี “ไข่มุก BNK” ที่ไม่สามารถยอมให้มีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นในสังคมได้

3.​ ตาม หลักเสรีภาพการแสดงออกแบบคลาสิก อันวางอยู่บนฐานคิดแบบเสรีนิยม คือ เห็นคุณค่าของความเป็นคนในมนุษย์ทุกคนทัดเทียมกัน ก็มิอาจยอมให้แสดงออกหรือแสดงความคิดเห็นได้ตามอำเภอใจ

4.​ “ทุกคนสามารถทำอะไรก็ได้ แสดงความเห็นอย่างไรก็ได้ ตราบเท่าที่การกระทำนั้นไม่ทำอันตรายให้คนอื่น”

 



 

5.​ การกลั่นแกล้ง = การทำอันตรายต่อคนอื่น = การละเมิดหลักเสรีภาพ = การทำผิด(ทั้งกฏหมายและศีลธรรม)

6.​ กรณี “ไข่มุก BNK” โพสเรื่องของตนเอง. แต่โดนแอดมินเพจโรงหนังที่บ้าการเมืองเอามาขยายผลสนองอารมณ์คึกคะนองของตัวเองทั้งๆที่เรื่องมันไม่เกี่ยว ชัดเจนว่าเป็นการกลั่นแกล้ง ผิดตั้งแต่ต้นทาง ไม่ต้องพูดเรื่องที่มีการเอาไปขยายผลต่อในโซเซียล

7.​ ถามว่าทำไมถึงผิด? เพราะก็แค่ใครก็ไม่รู้แสดงความเห็น จะไปอะไรกันมากมาย ที่ผิดก็เพราะนอกจากร่วมกลั่นแกล้ง(=ร่วมทำร้าย)แล้ว สังคมจะยอมรับได้หรือไม่ที่จะยอมให้คนในสังคมทำผิดแล้วไม่ต้องมีความรับผิดชอบ(ไม่แม้ในระดับสามัญสำนึก) เพราะอ้างว่าไม่รู้ว่าเป็นใคร หรือ ใช้ตัวตนที่อุปโลกน์ขึ้นมาในโลกไซเบอร์

8.​ สังคมที่สั่งสมผู้คนที่คิดว่าจะทำอะไรก็ได้ไม่ต้องรับผิดชอบ(เพราะใครไม่รู้ว่าเป็นกู)ให้เพิ่มจำนวนขึ้น​จะเป็นสังคมแบบไหน ลองคิดดู

9.​ อาจมีคำถาม แต่ “ปั้นจั่น” แส่เอง เสือกแหลมเข้ามาในเรื่องการเมือง ที่สมควรโดนนะถูกแล้ว? ซวยไป คำตอบก็คือ Bully ไม่ใช่เรื่องความซวย ยิ่งเป็นเรื่องทางการเมือง ยิ่งไม่สามารถหาเหตุผลสนับสนุนให้เป็นเรื่องถูกต้องได้ ยิ่งกว่ากรณีที่ไม่ใช่เรื่องการเมือง

10.​ เพราะคนที่สนใจเรื่องการเมือง ไม่อาจปฏิเสธหลักการทางการเมืองของตนได้​ และ​การไม่ปฏิบัติตามหลักการการเมืองที่ตนสมาทาน ถือเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลยิ่งกว่า

11.​ ถ้าคุณอ้างเคารพหลักการประชาธิปไตย คุณก็ไม่สามารถยอมรับว่า “กฏหมู่” เป็นเรื่องที่ถูกได้

ถ้าคุณเชื่อว่า คนเท่ากัน คุณก็ไม่สามารถบอกว่า แต่มีบางคนเท่ากันมากกว่าคนอื่นได้

ยกเว้น คุณจะเป็นพวกตอแหล หรือ เป็นประชาธิปไตยจอมปลอม หรือ เสรีนิยมสามานย์​ หรือหมูใน​ "แอนนิมอล​ฟาร์ม"

 

 



12.​ “ปั้นจั่น” อาจโพสต์ไม่เข้าหูฝ่ายประชาธิปไตย​ แต่สาระคำคัญของกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตย ก็คือการ “อดกลั้น” “อดทน” ต่อความต่าง ไม่ใช่การใช้ “กฏหมู่” เพื่อรุมทำร้ายความต่างให้พินาศไป​ (นั่นไม่นับการสร้างข้อเท็จจริงครึ่งเดียว)​

ทู บี แฟร์

13.​ กรณี “พรรณิการ์” ก็เช่นกัน ถ้าเป็น “ข้อเท็จจริง” ว่าพรรณิการ์ทำผิด การเปิดเผยด้วยหลักฐาน​ ข้อเท็จจริง การดำเนินการทางกฏหมาย ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง (แค่นั้นก็ไม่รู้จะรอดอย่างไรแล้ว) ไม่นับว่านั่นย่อมเป็น “ทางเลือกที่ดีกว่า” การุมด่าด้วยความสะใจ หรือใช้ กฏหมู่ แบบพวกอันธพาลประชาธิปไตยที่ตัวเองด่า

14.​ นั่นไม่ต้องพูดถึง "การให้อภัย" ธรรมที่ทำได้ยาก ธรรมที่ในหลวง ร9 ท่านทรงทำมาทั้งชีวิต ธรรมที่คนที่รักและปกป้องสถาบันน้อยคนที่จะพูดถึงหรือทำได้

15.​ Cyberbully ผิดตั้งแต่
หนึ่ง ทำสิ่งที่ผิด(กลั่นแกล้ง)
สอง ร่วมขยายวงของความผิด
สาม ไม่ต้องสำนึกเรื่องแสดงความรับผิดชอบ
และ สี่ (สำหรับคนบ้าการเมือง) ไม่ยืนอยู่บนหลักการเมืองของตนอย่างแท้จริง

16.​ ทั้งหมดไม่มีข้อไหนที่ไม่ทำหรือแสดงออกมาโดยปราศจากเจตนา และสิ่งที่ทำโดยเจตนาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญย่อมไม่ใช่ “ความซวย”

ผู้กำกับถ้ากล้าและมีจุดยืนต้องเปลี่ยนวิกฤติปั้นจั่นให้เป็นโอกาสที่สังคมจะลุกขึ้นมาต่อต้านพฤติกรรม. Cyberbully ไม่ใช้ก้มหน้ารับว่าเป็นความซวย

17.​ จะไปดูหนัง “ปั้นจั่น” หรือไม่ก็เป็นรสนิยมส่วนตัว แต่ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีจุดยืนทางการเมือง ไม่ว่าจะฝ่ายไหน ก็ยอมให้มี Cyberbully เกิดขึ้นไม่ได้ทั้งนั้น

18.​ สังคมจะนอกหรือในไซเบอร์ที่มัวแต่กลั่นแกล้งกัน คุยกันไม่ได้ ทำผิดอะไรก็ไม่ต้องรับผิดชอบ มีเหตุผลก็เหมือนไม่มี จินตนาการเอาเองว่าคนในสังคมแบบนั้นสุดท้ายจะลงเอยกันแบบไหน?อย่างไร?

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

ติดตามข่าวอื่นๆ