อัพเดทคดีจ่าสิบตำรวจประสิทธิ์ ไชยศีรษะ

Publish 2019-05-29 18:29:08


จากกรณีที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยศาลอาญา ได้ควบคุมตัว จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ หรือ จ่าประสิทธิ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย



โดยการควบคุมตัวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2562 หลังจากจ่าประสิทธิ์ ซึ่งเดินทางมายื่นอุทธรณ์คดีครอบครองยุทธภัณฑ์เสื้อเกราะที่ศาล เเต่ขณะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำการตรวจค้นโดยต้องเดินผ่านเครื่องสเเกนกับพบว่ามีการพกพาวัตถุคล้ายอาวุธอยู่ในกระเป๋าเป้ที่สะพายมา จึงทำการตรวจค้นพบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด.357 บรรจุลูกกระสุนอยู่ในรังเพลิง จึงควบคุมตัวไว้ 

 

ทั้งนี้จ่าประสิทธิ์ อ้างว่าลืมเก็บปืนไว้ในรถ ขณะนี้จ่าประสิทธิ์ ถูกควบคุมตัวไปสอบอยู่ในห้องผู้อำนวนการศาลอาญาพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน มาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

 


อ่านข่าว : ด่วน!!! รวบตัว "จ่าประสิทธิ์" อดีตส.ส.เพื่อไทย พกปืนเข้าศาลอาญา 



ต่อมาทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ โพสต์เฟซบุ๊ก ผ่านทนายคลายทุกข์ ระบุว่า "เป็นตำรวจน่าจะรู้นะว่ามาศาลห้ามพกปืน ข้อหาแรกที่โดนทันทีคือละเมิดอำนาจศาลคุกหกเดือน นอกนั้นก็โดนข้อหาพาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ไม่มีเหตุอันสมควรอีกหนึ่งข้อหา โดนสองดอก ไม่เข้าใจทำไมประพฤติตนแบบนี้ #ซ่าผิดที่"

 


อ่านข่าว : "ทนายเดชา" จัดหนัก "จ่าประสิทธิ์" ซัดกลับเป็นตำรวจแท้ๆ ยังกล้าทำผิดเอง

 

ล่าสุดมีรายงานว่างานคุ้มครองสิทธิ์ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสอบถามคดีหมายเลขดำ อ.1274/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องนายประสิทธิ์ หรือ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อายุ 54 ปี อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ปัจจุบันสังกัดพรรคเพื่อชาติ และแนวร่วมนปช. ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ

 


       
โดยอัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2562  ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2562 เวลากลางวัน จำเลยได้พาอาวุธปืนพกสั้นรีวอลเวอร์ สมิธแอนด์เวสสัน ขนาด.357 แม็กนั่ม และเครื่องกระสุนขนาดไว้ในเป้สะพายติดตัวไปบริเวณจุดตรวจอาวุธชั้น 2 อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธ พ.ศ.2490 มาตรา 4, 8 ทวิ, 72 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371
        

 


ทั้งนี้ศาลสอบถามแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพ ไม่ต่อสู้คดี ศาลจึงพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดจริงตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธ พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯซึ่งเป็นกฎหมายบทหนักสุด วางโทษปรับ 9,000 บาท และให้เพิ่มโทษ 1 ใน 3 เป็นปรับ 12,000 บาท จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 6,000 บาท

 

 


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์