ครอบครัว ร้องเรียน พ่อผมเป็นแพะ

ครอบครัว ร้องเรียน พ่อผมเป็นแพะ

Publish 2019-05-29 14:30:54


เรียกว่าเป็นประเด็นดราม่าในสังคม สำหรับกรณีของ นายพิชิต เชิดธรรม อายุ 36 ปี ถูกตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จับในข้อหาครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย เนื่องจากพบยาบ้า 1 มัด จำนวน 52,000 เม็ด ในลังส้มที่นายพิชิตเป็นผู้ขนส่ง ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. 62 ที่ผ่านมา ซึ่งนายจ้างและครอบครัวได้ร้องเรียนว่านายพิชิตไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด  



สำหรับความคืบหน้ากรณีดังกล่าวนั้น นายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ พร้อมด้วยนายปองพล สวัสดิ์ทัส นายจ้างของนายพิชิต, น.ส.กัลยกร ชลพิทักษ์ ภรรยานายพิชิต และลูกอีก 2 คน โดยลูกชายวัย 11 ขวบ ของนายพิชิตได้ถือป้ายข้อความเขียนว่า “ช่วยพ่อผมด้วย พ่อผมเป็นแพะ” เดินทางมาที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มอบหนังสือร้องขอความเป็นธรรม กับ พ.ต.ท.วิเชียร เหมือนสุวรรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง

โดย น.ส.กัลยกร ชลพิทักษ์ ภรรยาผู้ต้องหา อยู่ในอาการโศกเศร้า และร้องไห้ตลอดเวลา พร้อมยืนยันว่าสามีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากนั้น อุ้มลูกชายวัย 1 ขวบ และลูกชายวัย 11 ขวบ วิ่งไปกลางถนนหน้า สภ.คลองหลวง เพื่อให้รถชน และนั่งร้องไห้กว่า 10 นาที พร้อมพูดว่า “ขอตายดีกว่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่”

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น นายสมศักดิ์ เป็นผู้ว่าจ้างนายปองพลให้นำส้ม 180 ลังไปทิ้ง จากนั้นนายปองพลรับงาน และขอนำส้มไปขายต่อ โดยแบ่งใส่รถของตัวเอง 100 ลัง และแบ่งใส่รถของนายพิชิต ลูกจ้าง อีก 80 ลัง จากนั้นรถของนายพิชิตผ่านหน้าบ้านของเจ๊พรทิพย์ ซึ่งเป็นลูกค้า เจ๊พรทิพย์ขอซื้อ 11 ลัง จึงมีการเทส้มเปลี่ยนถ่ายใส่ลังกระดาษ จนพบยาเสพติดจำนวน 52,000 เม็ด ต่อมา นางปองพล นายพิชิต และเจ๊พรทิพย์ จึงปรึกษากันโทรแจ้งตำรวจ

นอกจากนี้ จากข้อมูลคาดการณ์ว่า นายสมศักดิ์อาจมีการระบายยาเสพติดจำนวน 100 ลัง ไปกับลังส้มทั้งหมดก่อนหน้านี้แล้ว โดยที่ไม่ทราบว่ามีตกค้างอยู่อีก 1 ลัง ก่อนที่จะว่าจ้างให้นำส้มที่เหลือทั้งหมดไปทิ้ง

 



โดยเมื่อวานที่ผ่านมา (28/05/2562) ในรายการต่างคนต่างคิดนั้น น.ส.กัลยกร ได้ออกมาเปิดเผยว่า ว่า ที่วิ่งไปให้รถชนเพราะสามีตัวเองไม่ได้ความเป็นธรรม ตนก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปทำไม ไม่อยากมีชีวิตอยู่ถ้าไม่มีสามี ตนก็ทำทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่เคยได้คำตอบว่าสามีจะได้ออกจากคุกเมื่อไร และไม่รู้ว่ากระบวนการยุติธรรมให้ความเป็นธรรมได้หรือไม่ ทั้งนี้ สามีตนบอกไว้ว่าอย่าทิ้งนะ ให้ช่วยตามเรื่องให้ด้วย

ส่วนทุกวันนี้ตนต้องทำงานรับจ้างตัดผัก ต้นทานตะวันอ่อน รายได้ต่อวัน 200-300 บาท ก่อนหน้านี้สามีทำงานหาเลี้ยงครอบครัว เป็นลูกจ้างนายปองพลมาประมาณ 5 ปี ส่วนตนเลี้ยงลูกที่บ้าน อย่างไรก็ตาม เมื่อทราบว่าปลัดกระทรวงยุติธรรมจะให้การช่วยเหลือ ตนก็ดีใจ ส่วนลูกชาย 11 ขวบ ก็ถามตนตลอดว่าเมื่อไรจะพาไปเยี่ยมพ่ออีก

ส่วนทางด้านของทนายอย่าง วรกร พงศ์ธนากุล 

เปิดเผยว่า หลังพบยาเสพติด ตำรวจนำตัวนายสมศักดิ์ ผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าของส้ม มาสอบสวน แต่เจ้าตัวปฏิเสธ จากนั้นตำรวจจึงออกอุบายขอตกลงให้ลูกพี่ของนายสมศักดิ์มีการโอนเงิน 500,000 บาท เพื่อให้จบคดี จากนั้น 5 นาที ลูกพี่ของนายสมศักดิ์โอนเงินมาให้ เจ้าหน้าที่ตามรวบตัวได้ จากนั้นตำรวจก็ออกอุบายต่อ ให้ลูกพี่ใหญ่โอนมาอีก 1 ล้านบาท แล้วก็โอนมาจริง ตำรวจก็ไปล็อกตัวจับกุมมาสอบสวนดำเนินคดีเช่นกัน

นอกจากนี้ ตำรวจสามารถเพิกถอนเพื่อปล่อยตัวนายพิชิตได้ หากเห็นว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งถ้าหากนายพิชิตไม่โทรแจ้งตำรวจ ตำรวจก็ไม่รู้เรื่อง จึงควรต้องขอบคุณนายพิชิตด้วยซ้ำที่ทำให้เรื่องแดงขึ้นมา ทั้งนี้ ตำรวจบอกว่าให้นำหลักฐานไปสู้ในชั้นศาล ซึ่งตนเห็นว่าครอบครัวนายพิชิตไม่มีเงิน อาจจะสู้คดีได้ยาก และไม่มีเงินประกันตัว ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงยุติธรรมยื่นช่วยเหลือ ออกค่าใช้จ่าย 800,000 บาท เพื่อขอประกันตัวนายพิชิตแล้ว ตนเชื่อมั่นว่าสามารถประกันตัวได้ และเชื่อว่านายพิชิตเป็นแพะ 1 ล้านเปอร์เซ็นต์

 

อ่านรายละเอียดทั้งหมด คลิก 

ขอบคุณคลิปจาก ทุบโต๊ะข่าว 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์