วิษณุเล่าความจริง เรื่องราวของชีวิตป๋าเปรม

วิษณุเล่าความจริง เรื่องราวของชีวิตป๋าเปรม

Publish 2019-05-27 14:07:59


ถือเป็นการสูญเสียสำคัญของประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากที่มีข่าว พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษในวัย 98 ปี ย่าง 99 ปี ได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้วอย่างสงบที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา

 



โดยเฟซบุ๊กของ วาสนา นาน่วม (Wassana Nanuam) ได้โพสต์คลิปและข้อความส่วนหนึ่งว่า “พลเอก เปรม จากลาไปอย่างสงบเมื่อรุ่งสางของวันนี้ แม้พาส่งรพ. ก็ไม่อาจยื้อป๋าท่านกลับมาได้ ป๋าท่าน 98 จะ 99 แล้ว ท่านเหนื่อยมาเยอะแล้ว”

 


ขณะที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา  ประจำวันที่ 26  พฤษภาคม 2562  ได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี  เรื่องพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ถึงแก่อสัญกรรม  มีรายละเอียดดังนี้  ตามที่ได้มีประกาศสำนักพระราชวัง เรื่องพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ถึงแก่อสัญกรรม ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 นั้น รัฐบาลได้รับทราบด้วยความเสียใจอย่างยิ่ง และเพื่อเป็นการแสดง ความคารวะและไว้อาลัย จึงเห็นสมควรประกาศ ดังต่อไปนี้
 


1. ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2562 ถึงวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2562รวม 7 วัน

2. ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 27  พฤษภาคม 2562 ถึงวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2562 (ยกเว้นวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2562)รวม 21 วัน สำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม

 

 

อ่านข่าว : ประกาศสำนักนายกฯ เนื่องด้วย พล.อ.เปรม ถึงแก่อสัญกรรม กำหนดให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ ลดธงครึ่งเสา พร้อมแต่งกายไว้ทุกข์ 
 

 

และเนื่องด้วยโอกาสการสูญเสียครั้งสำคัญนี้ เจ้าพนักงานเตรียมการจัดสถานที่บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ แทนพระองค์ ไปพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ณ พระที่นั่งทรงธรรม ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 18.00 น.

 

โดยล่าสุดในเพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา ได้โพสต์เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระที่นั่งทรงธรรม ระบุว่า "พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงสร้างอุทิศแก่สมเด็จพระบรมราชปิตุลาธิบดีเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ผู้เป็นพระราชโอรส เมื่อพุทธศักราช 2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์จะทรงใช้พระที่นั่งทรงธรรมแห่งนี้ เป็นที่ประทับแรมเมื่อเสด็จพระราชดำเนินมาทรงธรรมรักษาอุโบสถศีล ต่อมา ได้ใช้เป็นที่ประชุมสังฆมนตรี ที่ศึกษาพระปริยัติธรรม และจัดงานประจำปีของวัด เป็นต้น

 

นอกจากนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นที่ตั้งพระศพและศพบุคคลสำคัญ เพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลอีกด้วย ดังเช่น เมื่อพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในรัชกาลที่ 6 สิ้นพระชนม์ในวันที่ 10 ตุลาคม พุทธศักราช 2528 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานพระศพ ถวายพระเกียรติยศตามราชประเพณี ณ พระที่นั่งทรงธรรมแห่งนี้เช่นเดียวกัน"

 


อ่านข่าว : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งถึงพล.อ.เปรม ผู้จงรักภักดี  เปิดประวัติพระที่นั่งทรงธรรม สถานที่บำเพ็ญกุศล บุคคลสามัญครั้งสุดท้ายเมื่อ 12 ปีก่อน



ล่าสุดในเฟซบุ๊กของ วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร Wassana Nanuam ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "ป๋าบริจาค ทรัพย์สิน ทั้งหมด ให้ประชาชน “ป๋าเปรม” ประสงค์ จะบริจาคทรัพย์สินเพื่อให้เป็นประโยชน์กับประชาชน ป๋าให้ทส.ประสานมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เผย “ป๋า” ไม่ต้องการเก็บสะสมสิ่งใดๆไว้ วิษณุ เครืองาม”เผยว่า เมื่อไม่เกิน 7 วันที่ผ่านมา พลเอกเปรม ได้ให้นายทหารคนสนิท ติดต่อตนเองและแจ้งว่ามีความประสงค์ที่จะบริจาคทรัพย์สินเพื่อให้เป็นประโยชน์กับประชาชนทั่วไป เนื่องจากพลเอกเปรม ไม่ต้องการเก็บสะสมสิ่งใดๆไว้ 

 

แต่ท่านได้ถึงแก่อสัญกรรมก่อน ถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศและของภูมิภาคอีกคน เห็นจากการที่หลายประเทศออกมาแสดงความเสียใจและความไว้อาลัย ทำให้ได้เห็นว่าเราอยู่ในยุคที่มีพลเอกเปรม เป็นบุคคลสำคัญ"
 

 

 

ขณะที่ทางด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความอาลัยต่อการถึงแก่อสัญกรรมของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรษ ว่า ขอร่วมกับคนทั้งประเทศที่เสียใจและอาลัย ในฐานะที่ตนเป็นคนสงขลาและเป็นประธานมูลนิธิสวนประวัติศาสตร์พล.อ.เปรม ซึ่งตนได้อาสาทำงานกับท่านในบางเรื่องและบางระยะ เห็นถึงความเจตนาดีและตั้งใจดี ในการอุทิศตนแก่ส่วนรวมตลอดมาในทุกเรื่อง บางเรื่องเป็นข่าว บางเรื่องไม่เป็นข่าว ซึ่งต่อไปอาจจะเป็นข่าวได้มากขึ้น

 


“เมื่อไม่กี่วันมานี้ ก่อนที่ท่านจะถึงแก่อสัญกรรม ท่านให้คนสนิทติดต่อมาที่ผม ว่าท่านมีความประสงค์ที่จะทำประโยชน์ หรือบริจาคอะไรบางอย่างให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งท่านให้คนมาถามความเห็นผมว่า น่าจะทำอะไรดี เพราะท่านไม่ต้องการเก็บสะสมอะไรไว้ทั้งหมด แต่ยังไม่ทันได้คิด ท่านก็มาจากไป ถือว่าเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศ และอาจจะเป็นของภูมิภาคอีกคนหนึ่ง สังเกตจากการแสดงความเสียใจ และการไว้อาลัยที่ออกมาอย่างรวดเร็วจากต่างประเทศ และเดี๋ยวจะมีมากกว่านี้ เราจะได้เห็นเลยว่าอยู่ในยุคที่มีคนสำคัญ คนรุ่นใหม่อาจจะเกิดไม่ทัน หรือจำไม่ได้ว่าท่านทำอะไรเอาไว้บ้าง ทั้งในแง่ความมั่นคง ถ้าไม่มีท่าน ผมคิดว่าประเทศไทยจะไม่ได้อยู่มาทุกวันนี้”

 


และในแง่เศรษฐกิจ พล.อ.เปรมริเริ่มนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด ซึ่งยิ่งใหญ่มากในครั้งนั้น และท่านยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการยุบสภาถึง 3 ครั้ง โดยไม่สังกัดพรรคการเมืองใด เมื่อพรรคการเมืองเชิญ ท่านก็มาด้วยความยินยอมพร้อมใจ ทั้งที่ท่านกำชับทุกครั้งในการจัดตั้งรัฐบาลว่า ขอให้ถือว่ารัฐบาลนี้เหนือพรรคเหนือพวก แต่พรรคการเมืองก็ยังยอมรับท่าน ตนจึงถือว่าท่านต้องมีความยิ่งใหญ่ และความเป็นผู้นำจริงๆ พูดอะไรก็ไม่ค่อยจะพูด จนสื่อมวลชนตั้งฉายาว่าพระเตมีย์ใบ้ ท่านก็ยังอยู่มาได้ และได้รับความเคารพนับถือ ต้องถือว่าเราอยู่ในยุคที่ท่านเป็นผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของประเทศ
 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Wassana Nanuam

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์