ดร.อาทิตย์ประกาศทางการ อย.ไฟเขียวม.รังสิต

ดร.อาทิตย์ประกาศทางการ อย.ไฟเขียวม.รังสิต

Publish 2019-05-08 15:17:50


ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "มหาวิทยาลัยรังสิตได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชาได้แล้วเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เลขาธิการสำนักงานอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามอนุญาตให้มหาวิทยาลัยรังสิตปลูกกัญชาที่มีคุณภาพ ควบคุมทั้งอุณหภูมิและสิ่งแวดล้อมในระบบปิดได้เป็นแห่งแรกในประเทศไทยแล้ว ครบทุกมิติ!! ม.รังสิตนำร่อง เปิดสอนวิชากัญชาศาสตร์"

 



 

ขณะที่ ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ระบุว่า ผมขอแสดงความยินดีกับ คณะนวัตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยรังสิตดังนี้

1. เปิดสอนปริญญาตรี “กัญชาศาสตร์” แห่งแรกแห่งประเทศไทย

2. คณะนวัตกรรมการเกษตร และวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตได้ร่วมกันทำงานจร ผ่านเกณฑ์และอนุมัติจากเลขาธิการอาหารและยาให้ปลูกกัญชาในแปลงทดลองได้ “เป็นเอกชนรายแรกของประเทศไทย”ต่อจากองค์การเภสัชกรรม

 

 



การดำเนินการครั้งนี้จะทำให้มหาวิทยาลัยรังสิต จะเป็นขุมพลังแห่งปัญญา เพื่อกัญขาที่ใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ครบวงจร บูรณาการตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ น่ายินดีอย่างยิ่งจริง ๆ ครับ

 

 

ก่อนหน้านั้น ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมด้วย นพ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ รองอธิการบดีฝ่ายการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยรังสิต ผศ.ดร.ภก.ธนภัทร ทรงศักดิ์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผศ.ดร.เภสัชกรหญิง สุรางค์ ลีละวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์ วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต

 

ร่วมแถลงข่าวค้นพบสาร CBN จากกัญชา ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งปอด โดยวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นับเป็นความสำเร็จของการวิจัย พร้อมเปิดสถาบันวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์แห่งแรกในไทย รวมทั้งแนะนำ 4 ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้นแบบจากสารสกัดกัญชาประกอบด้วย ยาเม็ดเวเฟอร์จากสารสกัดกัญชา ยาประสะกัญชา น้ำมันกัญชา และแคนนาบินอลสเปรย์ฉีดพ่นในช่องปาก

 

ดร.อาทิตย์กล่าวว่า กัญชาเป็นพืชที่มีคุณค่าและมีประโยชน์มากมาย มีหลักฐานทางวิชาการที่แสดงว่ากัญชามีประสิทธิภาพในการรักษาโรคหลายชนิด และมีแนวโน้มการนำมาใช้ทางการแพทย์มากขึ้น มหาวิทยาลัยรังสิตได้เล็งเห็นคุณค่าและคุณประโยชน์ของกัญชามาอย่างยาวนาน

 

และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย ที่ขออนุญาตทำงานวิจัยกัญชาทางการแพทย์อย่างถูกต้อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 และได้รับอนุญาตเป็นรายแรกในปี 2560 เป็นต้นมา โดยมีเป้าหมายเพื่อวิจัยและพัฒนายาและตำรับยาที่พัฒนาจากกัญชาให้มีคุณภาพ มีความปลอดภัยและมีประสิทธิผล

 

อย่างไรก็ตาม “กัญชา” ถือได้ว่าเป็นพืชสมุนไพรที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน เช่นเดียวกับการถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในตำรับภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย สอดคล้องกับงานวิจัยจากต่างประเทศที่ระบุว่า กัญชากลายเป็นส่วนหนึ่งของการแพทย์ปัจจุบัน สามารถช่วยบรรเทาอาการปวด, อาการคลื่นไส้ อาเจียนจากการใช้ยาเคมีบำบัด โรคลมชักในเด็ก รวมถึงโรคพาร์กินสัน และอัลไซเมอร์

 

สำหรับสรรพคุณของกัญชาใช้ในทางการแพทย์ มีดังต่อไปนี้

- บรรเทาอาการปวด

- บรรเทาอาการของโรคลมชักในเด็ก

- บรรเทาอาการของโรคอัลไซเบอร์

- บรรเทาอาการของโรคพาร์กินสัน

- บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนจาการใช้ยาเคมีบำบัด

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-สง่างามท่ามกลางเงื้อมมือของกฏหมาย!! "ประสาร" ยกย่อง "เดชา" การก้าวกระโดดของวงการกัญชา สู่ ปรากฏการณ์ #SaveDecha
-สายเขียวยิ้มหวาน! Gunja TV "พันธุ์บุรีรัมย์" ถ่ายทอดสด “กัญชา” 19-21 เม.ย.นี้ พร้อมแจกรางวัลสำหรับผู้ร่วมรับชม! (คลิป)
-"วัฒนา" ยื่น 4 ข้อเสนอ "บิ๊กตู่" ชงตั้ง "สภากัญชาแห่งประเทศไทย" ขึ้นตรงสำนักนายกฯ
-เนวินอ้อนลุงตู่ใช้ม.44 ปลดล็อกกัญชารักษาชีวิต ทำได้ขอยกมือท่วมหัว

 

ขอบคุณ : Arthit Ourairat และ ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์