ศาลอุทธรณ์ยืน สั่งลงโทษ เดอะบิ๊ก อดีตปธ.สโมสรเพื่อนตำรวจ

ศาลอุทธรณ์ยืน สั่งลงโทษ "เดอะบิ๊ก" อดีตปธ.สโมสรเพื่อนตำรวจ

Publish 2019-04-03 13:08:47


จากกรณีระหว่าง 21 ธ.ค.56-21 ก.ค.57 จำเลยกับบริษัท บิลเลี่ยน อิโนเวเทค กรุ๊ป จำกัด ร่วมกันปลอมตั๋วแลกเงิน หรือดราฟท์ของธนาคารฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ แบงค์กิ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อไปใช้อ้างต่อ สำนักงานสวัสดิการ และสวัสดิภาพบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ว่าเป็นตั๋วแลกเงินที่แท้จริงจากธนาคารฮ่องกงฯ ที่ออกคำสั่งจ่ายเงินตามคำสั่งของสำนักงาน สกสค.ผู้เสียหายจำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (3,200 ล้านบาท) ยึดถือไว้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันตั๋วสัญญา ใช้เงินของบริษัท บิลเลี่ยนฯ ที่จำเลยนำมาหลอกลวงขายให้แก่ สกสค. โดยคณะกรรมการบริหารกองทุนสนับสนุนพิเศษ และส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ สมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.)


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  -คุมตัว"เดอะบิ๊ก"ปธ.สโมสรเพื่อนตำรวจส่งสอบหลังถูกจับคดีฉ้อโกง



ล่าสุดที่ห้องพิจารณา 811 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ ในคดีดำ อ.1134/59 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือ "เดอะบิ๊ก" เจ้าของฉายา "ปาเกียวเมืองไทย" อดีตประธานสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ จำเลยที่ 1 และ นายสิทธินันท์ หลอมทอง อายุ 36 ปี กรรมการผู้มีอำนาจ บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันปลอมและใช้ตั๋วเงินปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 , 266 (4) ,268

 

ศาลอุทธรณ์ยืน สั่งลงโทษ "เดอะบิ๊ก" อดีตปธ.สโมสรเพื่อนตำรวจ

 


ตามฟ้องโจทก์ บรรยายสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 21 ธ.ค.56 - 21 ก.ค. 57 จำเลยกับบริษัท บิลเลี่ยน อิโนเวเทค กรุ๊ป จำกัด ร่วมกันปลอมตั๋วแลกเงิน มูลค่า 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 3,200 ล้านบาทไปแสดงต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กระทรวงศึกษาธิการ ผู้เสียหาย จนหลงเชื่อว่า เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันตั๋วสัญญาใช้เงินของ บริษัท บิลเลี่ยนฯ  จำนวน 2,100 ล้านบาท ที่จำเลยกับพวกร่วมกันนำมาหลอกขายให้ สกสค. 

 

 

 

 

 ทำให้สกสค.เชื่อว่า พวกจำเลยสามารถหาหลักทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือเทียบเท่ากับธนาคารเป็นอาวัล (การรับประกัน การใช้เงินตามตั๋วเงิน) กระทั่งคณะกรรมการบริหารกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ชพค.ยึดถือไว้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทำให้เกิดความเสียหาย

 

 




โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 61 ลงโทษจำคุก นายสัมฤทธิ์ เป็นเวลา 10 ปี ภายหลังฝ่ายจำเลยยื่นอุทธรณ์อ้างว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้องแต่อย่างใด

 

 


อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า การที่จำเลยอ้างว่าลาออกจากบริษัท รวมทั้งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ปรากฏว่าหลังจากลาออกไปแล้วนั้น ยังพบว่ามีการโอนเงินจากบริษัทเข้ามายังบัญชีจำเลยซึ่งเป็นเงินจากชพค. หลายล้านบาทอยู่ ดังนั้นการลาออกของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการสร้างพยานหลักฐานไว้เท่านั้น เชื่อว่าจำเลยยังคงมีส่วนร่วมรู้เห็นกับบริษัทเช่นเดิม ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน
 

 

ศาลอุทธรณ์ยืน สั่งลงโทษ "เดอะบิ๊ก" อดีตปธ.สโมสรเพื่อนตำรวจ



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์