สุดโอละพ่อ เดือนมหาลัยดัง อ้างทำโทรศัพท์ตกในรถแท็กซี่ ตามเจอเหลือแต่เคส คนขับยันบริสุทธิ์ แต่ไม่ยอมไปโรงพัก

Publish 2019-04-02 08:58:24


เมื่อไม่นานนี้เพจรถตระเวนข่าว V.2 ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวของหนุ่มรายหนึ่งที่เขาอ้างว่าทำโทรศัพท์ตกอยู่ในรถแท็กซี่ โดยนายอนุวิท เดือนคณะ IT บัณฑิตมหาวิทยาลัยชื่อดัง เล่าว่า ชวยด้วยครับขึ้นแท็กซี่จากลาดพร้าว130 มาพหลโยธิน ลืมเครื่องiphoneเป็นหมื่นไว้บนรถ เอะใจตั้งแต่5นาทีแรก โทรกลับไปเบอร์ตัวเองเท่าไหร่มันก็ไม่รับ เลขทะเบียนแท็กซี่ มช2029ชายใส่แว่นขับ ทุกอย่างทั้งชีวิตอยู่นั้นหมดเลย
 


สุดโอละพ่อ เดือนมหาลัยดัง อ้างทำโทรศัพท์ตกในรถแท็กซี่ ตามเจอเหลือแต่เคส คนขับยันบริสุทธิ์ แต่ไม่ยอมไปโรงพัก

 

ต่อมาด้วยความที่เจ้าตัวจำเลขรถได้ จึงไปขอตรวจสอบชื่อผู้ขับและเชคทะเบียนราษฎร์ จึงตามไปยันบ้าน พบตัวลุงโชเฟอร์ หากแต่ #กลับโดนเหวี่ยงใส่ ว่าไม่ได้เอามือถือ ก่อนยั้วะถึฝขนาด ขว้างกระเป๋าใส่ผู้เสียหายแต่ระหว่างนั้น สังเกตว่า มีมือถือหลายเครื่อง หลายยี่ห้อ ร่วงจากกระเป๋าใบนั้น โดนจำนวนนั้นกลับมี เคสมือถือของน้องนักศึกษารวมอยู่ด้วย โชเฟอร์ขี้เหวี่ยง เลยอ้างว่า เคสนี้เจอในรถจริง แต่มือถือคิดว่าผู้โดยสารที่นั่งรถต่อจากผู้เสียหายเป็นคนเอาไป เจ้าตัวเลยยิ่งเกิดความสงสัยว่า #หากจะมีคนเอามือถือเครื่องทำหล่นจะถอดเคสทิ้งเอาไปแต่มือถือหรือ จนในที่สุดเรื่องชักบานปลาย จนโชเฟอน์รายนี้ไม่พอใจจนหวิดวางมวยใส่น้องผู้เสียหาย 
ก่อนมีญาติของโชเฟอร์ออกมาร่วมสนับสนุน จึงต้องตัดสินใจเดินทางกลับ และ ไปแจ้งศูนย์มือถือให้ล็อกเครื่องไว้ก่อน อย่างไรก็ตามเจ้าตัว ยืนยันว่า ไม่ได้ปรักปรำโชเฟอร์แท็กซี่ หากแต่เชื่อว่าลืมของไว้บนรถ หากเอาของตนไปแค่เอามาคืน เพราะมือถือเครื่องนี้ เก็บไฟล์งานไว้จำนวนมาก

 


 



 

นอกจากนี้ทางด้านผู้เสียหาย ยืนยัน เจอพิกัดมือถือบนรถแท็กซี่คันดังกล่าว ก่อนแจ้งความแล้วรีบไปติดตามเอง หากแต่ #ลุงแท็กซี่ ระเบิดอารมณ์ #หัวร้อนกลับ หวิดวางมวยใส่น้องผู้เสียหาย #จนมือถือเครื่องอื่นหล่นจากกระเป๋า ซึ่งในจำนวนนี้มีเคสมือถือผู้เสียหายปนอยู่ด้วย ด้านลุงแท็กซี่ วอนขอความเป็นธรรม ยืนยัน มือถือของเดือนคณะหายไปแร้ว ตนเองเจอแค่เคสบนรถแล้วเก็บมา ไม่ได้เอาไปขายต่ออย่างที่ถูกกล่าวหา แต่ให้ไปโรงพักด่วยกัน #ไม่สะดวกเพราะต้องทำมาหากิน

 

 

ขอบคุณ เพจรถตระเวนข่าว V.2 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์