ญาติผู้เสียชีวิตไข้สมองอักเสบไม่พอใจ หลัง ร.พ.ชัยนาทแถลง เชื้อนี้ถ้าวินิจฉัยทันก็รอด !!

Publish 2019-02-25 16:17:21


จากกรณี เฟสบุ๊ค Chandra Channary ได้โพสต์เรื่องราวการเสียชีวิตของหลานสาวตน หลังจากที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลชัยนาท ระหว่างวันที่ 2-10 ก.พ.62 ซึ่งหลานสาวของเธอก็เข้าออกโรงพยาบาลระหว่างวันที่ 2-10 ก.พ.62 และเสียชีวิต ในวันที่11 ก.พ62 ด้วยโรค ภาวะสมองอักเสบ โดยหลังเสียชีวิต แพทย์ได้ระบุว่า เป็นเชื้อที่ไม่พบในเมืองไทยนานแล้ว ซึ่งตนฟังดูแล้ว มันน่าจะเป็นเชื้อที่สามารถรักษาและควบคุมได้ แต่ทำไมหลานของตนถึงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 23 ก.พ.62 ทีมข่าว จึงเดินทางไปที่ จ.ชัยนาท เพื่อไปสัมภาษณ์คุณเอ (นามสมมุติ ) เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว และมีศักดิ์เป็นน้าสาวของผู้เสียชีวิต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ญาติโพสต์เฟสบุ๊ค หลานปวดหัวหนัก ไปหาหมอบอกเป็นไมเกรน สุดท้ายกลายเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบเสียชีวิต

แพทย์รพ.ชัยนาทสรุปสาเหตุสาวเสียชีวิต หลังญาติคาใจทำไม 10 วันวินิจฉัยโรคไม่ซ้ำ รักษาไม่หายสักที



คุณเอ กล่าวว่า หลานสาวเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง เป็นลูกสาวคนโต และมีน้องสาว 1 คน ซึ่งหลานคนนี้เปรียบเหมือนหัวเรือใหญ่ของครอบครัวและมีลูกน้อยวัย1ขวบ พอหลานสาวเสียชีวิต ซึ่งความรู้สึกตนตอนนี้ก็ยังทำใจไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อพบหน้าลูกของหลานก็จะถามหาแม่ตลอด ซึ่งตนสนิทกับหลานคนนี้มากเพราะตนไม่มีครอบครัว จึงหวังพึ่งพาหลานตอนแก่ ในส่วนของอาการป่วยของหลานตนนั้นยืนยันว่าหลานสาว ไม่เคยมีโรคประจำตัวมาก่อนและร่างกายแข็งแรง ทุกครั้งที่หลานสาวมาหาแพทย์ ตนจะอยู่กับหลานสาวแทบทุกครั้ง ครั้งไหนที่ตนไม่ได้ไป พี่สาวตนซึ่งมีศักดิ์เป็นแม่หลานก็จะพาไปทุกครั้ง โดยทุกครั้งที่มารับการรักษา ส่วนใหญ่แพทย์ที่มาตรวจจะเป็นแพทย์ใช้ทุน ซึ่งไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง มีเพียงบางครั้งเท่านั้นที่เป็นแพทย์เฉพาะทาง แต่การรักษาของแพทย์ใช้ทุนตนไม่แน่ใจว่าต้องมีหมอเฉพาะทางคอยดูด้วยหรือไม่ รวมถึงแผนการรักษาทางแพทย์ก็ไม่ได้มีการแจ้งกับทางครอบครัวว่าจะต้องรักษาอย่างไร เป็นเหมือนการรักษาตามอาการที่พบ รวมถึงตนสงสัยว่าการรักษาหลานสาวว่าตอนที่เราสาวมาหาหมอทำไม่เจาะแล็ปและส่งเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์จะได้รู้ตั้งแต่ตอนแรก ซึ่งมารู้ก็ตอนคนไข้อาการหนักแล้ว ช่วงที่คนไข้มารักษาครั้งแรกทำไมปล่อยให้คนไข้กลับไปบ้าน โดยบอกว่า ตึกคนไข้อายุรกรรมเต็มแต่ตึกอื่นที่มีเตียงว่างเช่น ตึกศัลยกรรม ก็ไปฝากตรงนั้นดูได้ หรือให้คนได้ไปดูอาการที่แผนกฉุกเฉิน ไปฉีดยาเพิ่มหรือไม่หรือจะเจาะแล็ปอะไรเพิ่มหรือป่าว ก็สามารถทำได้ แต่ไม่ทำเลย แต่กลับไล่ให้คนไข้กลับบ้าน แถมพอเจอตนยังพูดด้วยว่า คิดไว้แล้วว่าคนไข้ต้องกลับมาอีก  ซึ่งพอตนได้ยินเช่นนั้นก็คิดว่า ในเมื่อรู้แล้วว่าคนไข้กลับมาอีกแล้วทำไมไม่รักษาคนไข้ ปล่อยให้คนไข้อาการแย่จนไม่สามารถรักษาได้ โดยหมอที่พูดกับตนนั้นเป็นแพทย์ใช้ทุน
 

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 กพ.62 โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ได้ออกมาชี้แจงประเด็นดราม่าดังกล่าวที่เกิดขึ้น  ว่าหลังจากที่ทำการรักษาและหมอได้บอกว่าเป็นไมเกรน แต่สุดท้ายก็พบเป็นยื้อหุ้มในสมองอักเสบ เพราะติดเชื้อโรคเมลิออยด์ โดย นพ.ณัฐภร ประกอบ กล่าวว่า ผู้ป่วยมาโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ครั้งแรกในวันที่ 2 กพ.62  เวลา 16.40 น. ด้วยอาการปวดศีรษะทั่วไป ไม่มีไข้ ตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติ แพทย์ได้ให้ยากลับไปรับประทาน ต่อมาผู้ป่วยมาโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ครั้งที่ 2 ในวันที่ 4กพ.62   เวลา 13.20 น. ผู้ป่วยก็มีอาการไข้ ถ่ายเหลว และปวดศีรษะ ตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติ ซึ่งทางแพทย์ได้ให้ยากลับไปรับประทาน ต่อมาวันที่ 5กพ.62   ก็ทราบว่าผู้ป่วยเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลรวมแพทย์ชัยนาท และมีการตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง ไม่พบสิ่งผิดปกติ ทางแพทย์จึงให้ยากลับไปรับประทาน  ซึ่งวันที่ 6เวลา 19.00 น. ผู้ป่วยได้กลับมาที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ด้วยอาการปวดศีรษะยังไม่หาย ถ้าได้ตรวจอาการทางสมองไม่พบอาการผิดปกติ ผู้ป่วยรู้สึกตัวดีและตรวจไม่พบอาการคอเกร็งแพทย์ได้ฉีดยาแก้ปวด ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 16.50 น. ผู้ป่วยถูกส่งต่อจากโรงพยาบาลสรรคบุรีด้วยอาการชักเกร็ งประมาณ 1 นาที ผู้ป่วยรู้สึกตัวมีอาการซึมลง ตรวจร่างกายพบอาการคอแข็งเกร็ง และตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ซ้ำ สงสัยว่ามีเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จึงส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร ผู้ป่วยได้นอนรักษาที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทรได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและได้ให้การรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดโดยให้ยาปฏิชีวนะครอบคลุมเชื้อหลายกลุ่มให้ยากันชักและอื่นๆ รวมทั้งเจาะน้ำไขสันหลังส่งตรวจหาเชื้อ
 

 



ต่อมาในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้ป่วยมีอาการแย่ลงจึงได้ส่งเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมองซ้ำ และให้ยาเพิ่มความดันโลหิต รวมทั้งยาปฏิชีวนะเพิ่มอีก 1 ตัว แต่ผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้ป่วยเสียชีวิต เนื่องจาก ผลเพาะเชื้อพบ เชื้อโรคเมลิออยด์ (Meloidiosis) เป็นโรคติดเชื้อจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่ปนเปื้อนได้ในน้ำและดิน แพร่กระจายสู่คนผ่านการสัมผัสเชื้อโดยตรงหรือโดยการติดต่อจากสัตว์ที่ติดเชื้อ เป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง ส่วนสาเหตุที่เสียชีวิตเกิดจากความรุนแรงของ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งทำให้สมองบวมอย่างมากและความรุนแรงของเชื้อโรคทำให้ระบบหายใจ ระบบหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตในที่สุด ตลอดระยะเวลาที่นอนรักษาที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร แพทย์และพยาบาลได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคความรุนแรงของโรคทุกครั้งที่มีอาการเปลี่ยนแปลงรวมทั้งแผนการรักษาแก่ญาติผู้ป่วย ตลอดจนกระทั่งผู้ป่วยเสียชีวิตก็ได้อธิบายถึงสาเหตุของการเสียชีวิตแก่ญาติผู้ป่วยให้ทราบโดยละเอียด ด้าน แพทย์หญิง นิภาพร อรุณวรากรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม หมอผู้รักษาคนไข้ เปิดเผยว่า โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในความเป็นจริงก็คือ การอักเสบของเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง เป็นการติดเชื้อและภาวะโรครุนแรงทางการแพทย์ มีโอกาสเสียชีวิตค่อนข้างสูง ซึ่งภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้ เมื่อที่มีการเช้าสมอง การวินิจฉัยจะใช้จากอาการ เป็นไข้ ปวดศรีษะ ซึมลง ร่วมกับการตรวจร่างกายทางระบบประสาท การคอแข็งเกร็ง ในระยะแรกของโรคนี้ มีอาหารเพียงแค่ปวดศรีษะอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งพบในโรคอื่นได้ เหมือนโรคไมเกรน ในเรื่องของไข้ก็สามารถพบได้ เมื่อมีอาการแสดงแล้วต้องตรวจเอ็กซเรย์เยื่อหุ้มสมอง เจาะน้ำไขกระดูกสันหลัง เพื่อวินิจฉัยยืนยัน ทำการรักษาอย่างใกล้ชิด ในเคสนี้ ช่วงแรกที่มาโรงพยาบาลมารักษาเป็นผู้ป่วยนอก อาการปวดศีรษะ ไม่พบอาการคอแข็งเกร็ง จึงไม่เข้าข่ายโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

แต่เมื่ออาการเปลี่ยนแปลง เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ เข้ามารักษา เริ่มมีอาการคอแข็งเกร็ง ในผู้ป่วยรายนี้ได้ให้การรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะที่ครอบคลุมโรค เมื่ออาการเปลี่ยนแปลงของโรค เริ่มรุนแรงขึ้น เพราะมีอาการสมองบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ อาจมีอาการชัก หายใจไม่ไหว ถึงขั้นเสียชีวิตได้ทั้งนี้ กระบวนการต่างๆ ทางโรงพยาบาลได้ดูแลใกล้ชิดอย่างเต็ม ที่ในห้อง ICU มีการแจ้งผลการตรวจต่างๆ ตามลำดับ การสรุปสาเหตุการเสียชีวิต ทางทีมแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบลุกลาม จนสมองบวมเป็นที่มาของการติดเชื้อในกระแสเลือด ช็อก จนเสียชีวิตในที่สุดทางทีมแพทย์มีความตั้งใจและดูแลรักษาอย่างเต็มที่ ด้วยความรุนแรงของโรคจึงไม่สามารถหยุดยั้งการเสียชีวิตของผู้ป่วยรายนี้ได้ ในวันเดียวกันหลังจากที่ทางโรงพยาบาล ได้ออกมาแถลงข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตของครูสาว ทางญาติก็คือ คุณเอ ได้ติดต่อมาที่ทีมข่าวเรา ไปฟังเสียงของเธอกันเลยคะโดยคุณเอ กล่าวเสริมว่า ตอนนี้ทางครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงยังไม่ได้มีการแจ้งความแต่อย่างใด แต่อาจจะนำเรื่องราวดังกล่าวไปร้องเรียนที่กระทรวงสาธารณสุข ,แพทย์สภา,สภาพยาบาล,กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ต่อไปซึ่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป เราคงต้องติดตามกันต่อไป ซึ่งทางทีมข่าวเราก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทั้ง2ฝ่าย

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วรรณิดา อักษรเพ็ชร
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์