แพทย์รพ.ชัยนาทสรุปสาเหตุสาวเสียชีวิต หลังญาติคาใจทำไม 10 วันวินิจฉัยโรคไม่ซ้ำ รักษาไม่หายสักที

แพทย์รพ.ชัยนาทสรุปสาเหตุสาวเสียชีวิต หลังญาติคาใจทำไม 10 วันวินิจฉัยโรคไม่ซ้ำ รักษาไม่หายสักที

Publish 2019-02-24 13:08:44


จากกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียได้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวโดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Chandra Channary ได้ออกมาเล่าเรื่องราวว่าครูสาวคนหนึ่งได้ป่วยเป็นไข้ ซึ่งแพทย์วินิจฉัยระบุว่าเป็นโรคไมเกรน และจ่ายยามาให้ ก่อนจะกลับไปหาหมออีกครั้งเพราะมีอาการถ่ายเหลวและเป็นไข้ ซึ่งหมอได้บอกว่าครูสาวเป็นโรคท้องเสีย


ต่อมาจึงเปลี่ยนรักษาที่อีกโรงพยาบาลหนึ่ง เพื่อขอเจาะเลือดและตรวจโดยละเอียด ก่อนที่แพทย์จะพบว่ามีอาการติดเชื้อไวรัส เมื่อกลับมาพักที่บ้านอาการยังไม่ดีขึ้น แต่กลับทรุดหนักลงไปอีก ทำให้โรงพยาบาลที่ 3 มารับตัวไปและพบว่าเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และเสียชีวิตลงในที่สุด เป็นการป่วยกว่า10 วัน ที่หาสาเหตุอาการป่วยไม่ได้่ ซึ่งถือว่าเสียชีวิตด้วยวัยที่อายุน้อยมากๆ

 

ครูสาว

 



ล่าสุด นพ.ณัฐภร ประกอบ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วย แพทย์หญิง นิภาพร อรุณวรากรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม ได้แถลงข่าวถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่ ผู้ป่วยนางสาวกนกศิลป์ อายุ 26 ปี เสียชีวิต 


โดย นพ.ณัฐภร ประกอบ ได้เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "ผู้ป่วยมาโรงพยาบาล ครั้งแรกในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 16.40 น. ด้วยอาการปวดศีรษะทั่วไป ไม่มีไข้ ตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติใดๆแพทย์เลยได้ให้ยากลับไปรับประทาน ต่อมาผู้ป่วยมาโรงพยาบาลอีก ครั้งที่ 2 ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 13.20 น. ด้วยอาการไข้ ถ่ายเหลว และปวดศีรษะ ซึ่งทางแพทย์ได้ทำการตรวจร่างกายแล้วไม่พบความผิดปกติ แพทย์จึงได้ให้ยากลับไปรับประทาน และในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 ทราบว่าผู้ป่วยเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลอีกโรงพยาบาลหนึ่งในจังหวัดชัยนาท(รพ.ที่2) และได้ตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมองไม่พบสิ่งผิดปกติ แพทย์จึงให้ยากลับไปรับประทานเองที่บ้าน"


"และได้กลับมาตรวจอีกวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 19.00 น. ที่โรงพยาบาลแรก ด้วยอาการปวดศีรษะยังไม่หาย ถ้าได้ตรวจอาการทางสมองไม่พบอาการผิดปกติ ผู้ป่วยรู้สึกตัวดีและตรวจไม่พบอาการคอเกร็งแพทย์ได้ฉีดยาแก้ปวด และในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 16.50 น. ผู้ป่วยถูกส่งต่อจากโรงพยาบาลที่3 ด้วยอาการชักเกร็งประมาณ 1 นาที ตอนนั้น ผู้ป่วยรู้สึกตัวมีอาการซึมลง พบอาการคอแข็งเกร็ง และตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ซ้ำ ทางรพ.สงสัยว่ามีเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จึงส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลที่1 และผู้ป่วยได้นอนรักษาที่โรงพยาบาลที่1 ผลของการตรวจวินิจฉัยเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและได้ให้การรักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดโดยให้ยาปฏิชีวนะครอบคลุมเชื้อหลายกลุ่มให้ยากันชักและอื่นๆ รวมทั้งเจาะน้ำไขสันหลังส่งตรวจหาเชื้ออีกครั้งหนึ่ง"


"ต่อมาในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้ป่วยมีอาการแย่ลงจึงได้ส่งเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมองซ้ำ และให้ยาเพิ่มความดันโลหิต รวมทั้งยาปฏิชีวนะเพิ่มอีก 1 ตัว แต่ผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น และได้เสียชีวิตลงในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งผลเพาะเชื้อพบ เชื้อโรคเมลิออยด์ (Meloidiosis) เป็นโรคติดเชื้อจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่ปนเปื้อนได้ในน้ำและดิน แพร่กระจายสู่คนผ่านการสัมผัสเชื้อโดยตรงหรือโดยการติดต่อจากสัตว์ที่ติดเชื้อ เป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงมากๆ"

 

"ความรุนแรงของ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งทำให้สมองบวมอย่างมากและความรุนแรงของเชื้อโรคทำให้ระบบหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตในที่สุด และตลอดระยะเวลาที่นอนรักษาที่โรงพยาบาลที่1 ทีมแพทย์และพยาบาลได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคความรุนแรงของโรคในทุกครั้งที่มีอาการ  ตลอดจนกระทั่งผู้ป่วยเสียชีวิตก็ได้อธิบายถึงสาเหตุของการเสียชีวิตแก่ญาติผู้ป่วยให้ทราบโดยละเอียดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"

 

แพทย์แถลง

 



นอกจากนี้ ด้านแพทย์หญิง นิภาพร อรุณวรากรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม (หมอผู้รักษาคนไข้) ได้เปิดเผยว่า "โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในความเป็นจริงก็คือ การอักเสบของเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง เป็นการติดเชื้อและภาวะโรครุนแรงทางการแพทย์ มีโอกาสเสียชีวิตค่อนข้างสูง ซึ่งภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้ เมื่อที่มีการเช้าสมอง การวินิจฉัยจะใช้จากอาการ เป็นไข้ ปวดศรีษะ และจะมีอาการซึมลง ร่วมกับการตรวจร่างกายทางระบบประสาท การคอแข็งเกร็ง และในระยะแรกของโรคนี้ มีอาหารเพียงแค่ปวดศรีษะอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งพบในโรคอื่นได้ เหมือนโรคไมเกรน เมื่อมีอาการแสดงแล้วต้องตรวจเอ็กซเรย์เยื่อหุ้มสมอง เจาะน้ำไขกระดูกสันหลัง เพื่อวินิจฉัยยืนยัน ทำการรักษาอย่างใกล้ชิด"


"ในเคสนี้ ช่วงแรกที่มาโรงพยาบาลมารักษาเป็นผู้ป่วยนอก อาการปวดศีรษะ ไม่พบอาการคอแข็งเกร็ง จึงไม่เข้าข่ายโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แต่เมื่ออาการเปลี่ยนแปลง เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ เข้ามารักษา เริ่มมีอาการคอแข็งเกร็ง ในผู้ป่วยรายนี้ได้ให้การรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะที่ครอบคลุมโรค เมื่ออาการเปลี่ยนแปลงของโรค เริ่มรุนแรงขึ้น เพราะมีอาการสมองบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ อาจมีอาการชัก หายใจไม่ไหว ถึงขั้นเสียชีวิตได้"


"กระบวนการต่างๆ ทางโรงพยาบาลได้ดูแลใกล้ชิดอย่างเต็ม ที่ในห้อง ICU มีการแจ้งผลการตรวจต่างๆ การสรุปสาเหตุการเสียชีวิต ทางทีมแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบลุกลาม จนสมองบวมเป็นที่มาของการติดเชื้อในกระแสเลือด ช็อก จนเสียชีวิตในที่สุด ทางทีมก็มีความตั้งใจและดูแลรักษาอย่างเต็มที่ ด้วยความรุนแรงของโรคจึงไม่สามารถหยุดยั้งการเสียชีวิตของผู้ป่วยรายนี้ได้"

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง    
-หมอ รพ.เอกชน วินิจฉัยอาการป้าป่วยมะเร็งตับ ด้วยถ้อยคำบั่นทอน แถมลั่น "ยังไงก็ไม่รอด"

-หวิดเสียเงินฟรี7หมื่น "สาวเมืองชลฯ"ร้องทุกข์ เจอหมอ รพ.เอกชน วินิจฉัยสุดมึน ต้องผ่าตัด ขอย้ายไปรพ.ของรัฐ สรุปเเค่ปวดท้องประจำเดือนรุนเเรง??
-จดหมายฉบับสุดท้าย!! สุดเศร้า หนุ่มเครียดหนัก ป่วยวัณโรครักษาไม่หาย เขียนจดหมายลาก่อนผูกคอตายลาโลก (มีคลิป)

 

ขอบคุณ sanook.com 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์