ขยันผิดเวลา? อย.และกรมศุล คุมเข้มนำเข้า n95 ฆ่าคนไทยผ่อนส่ง? (คลิป)

Publish 2019-01-23 13:47:59


จากสถานการณ์ฝุ่นละออง pm 2.5 ตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรงจากฝุ่นละอองเป็นพิษเหล่านี้ และแนวทางการป้องกัน ที่ประชาชนพอจะทำได้บ้างนั้น ก็คือการหาซื้อ หน้ากาก n95 มาใส่ เพื่อป้องกันฝุ่นละออง แต่ด้วยสถานการณ์ล่าสุดที่กำลังกลับมาวิกฤติอีกครั้ง จึงทำให้หน้ากาก n 95 ขาดตลาด มิหนำซ้ำทางกรมศุลกากรยังมีการจำกัดในเรื่องการนำเข้าหน้ากาก n95 ต้องเสียภาษีในการนำเข้า ในขณะที่คนไทยเหมือนกำลังจะตายผ่อนส่ง



จากการสำรวจร้านค้าส่วนใหญ่ติดป้ายระบุว่า หน้ากาก N95 หมดแล้ว เนื่องจากมีประชาชนเข้ามา สอบถามและหาซื้อกันเป็นจำนวนมาก โดยการใช้หน้ากากอนามัย N95 ถือว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ดี  เนื่องจากผู้ที่ควรจะใช้หน้ากากชนิดนี้ควรเป็นคนที่ทำงานกลางแจ้งในพื้นที่เสี่ยง อาทิ กรรมกรก่อสร้าง จักรยานยนต์รับจ้าง และบรรดาพ่อค้า แม่ค้าริมถนน มากกว่า ส่วนประชาชนทั่วไปซึ่งไม่ได้ทำงานกลางแจ้ง หรือเพียงสัญจรผ่านพื้นที่เสี่ยงในเวลาไม่นานอาจไม่ต้องกังวลกับเรื่องดังกล่าวมากนัก แต่หากเป็นกลุ่มเสี่ยงเช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ป่วยถุงลมโป่งพอง ผู้ป่วยโรคหอบ อาจจะต้องสวมหน้ากากป้องกันตัวเอง เพราะฝุ่นละอองขนาดเล็กอาจจะเข้าไปทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น

 

ขณะที่ล่าสุดรัฐบาลก็พยายามหาแนวทางเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองนี้ให้มันเบาบางลง ด้วยการฉีดน้ำไล่ฝุ่นบริเวณแยกอโศก แต่เกิดน้ำเกิดท่วมขังบนผิวการจราจร จนมีการแชร์ภาพต่อกันจำนวนมาก แต่ดูเหมือนว่าวิธีป้องกันที่จะช่วยชีวิตประชาชนได้ในเบื้องต้น นั้นก็คือหน้ากาก n95 แต่กลับขาดตลาด เพราะมีผู้ผลิต และ นำเข้าเพียงรายเดียว แถมยังต้องมาถูกกรมศุลกากรเก็บภาษีอีกต่างหาก

จากข้อมูลเพจ กรมศุลกากร : The Customs Department ได้เผยแพร่ข้อความระบุว่า กรมศุลกากร ให้ข้อมูล กรณีการนำเข้าของติดตัวผู้โดยสารทางท่าอากาศยาน จากกรณีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลให้ความต้องการหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้เพิ่มมากขึ้นจนทำให้สินค้าขาดตลาด ทำให้มีความพยายามในการนำเข้าสินค้าดังกล่าวในฐานะของติดตัวผู้โดยสาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ส่วนตัว และเพื่อประโยชน์ทางการค้า

 

กรมศุลกากร จึงขอแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับสิทธิของผู้โดยสาร ในการนำของติดตัวเข้ามาพร้อมกับตนทางท่าอากาศยาน กล่าวคือ ผู้โดยสารได้รับยกเว้นอากรสำหรับของส่วนตัวเพื่อใช้เอง มูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท ไม่เป็นของต้องห้าม ของต้องจำกัดและไม่มีลักษณะทางการค้า หากผู้โดยสารนำของที่มีมูลค่าเกิน 20,000 บาท หรือเป็นของที่มีลักษณะเชิงพาณิชย์แม้จะมีมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท ของดังกล่าวเป็นของต้องเสียภาษีอากร ซึ่งผู้โดยสารสามารถมาสำแดงของเพื่อเสียภาษีอากร ที่ช่องตรวจมีของต้องสำแดง (ช่องแดง) และหากของนั้นเป็นของต้องจำกัดของนั้นต้องได้รับอนุญาตให้นำเข้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

หน้ากากอนามัย ชนิดที่กรองฝุ่นเพียงอย่างเดียวไม่เข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์ จึงไม่ต้องมีใบอนุญาตก่อนนำเข้า สำหรับหน้ากากชนิดที่สามารถกรองเชื้อโรคแบคทีเรียได้ เข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์ ถือเป็นของต้องจำกัด ต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนการนำเข้า เช่น หน้ากาก N95 ชนิดที่กันเชื้อโรค กันแบคทีเรีย หากผู้โดยสารได้รับใบอนุญาตแล้วสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องมีของต้องสำแดง เพื่อชำระค่าภาษีอากรได้ในอัตราอากรนำเข้า 5% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

 

เรียกได้ว่าประชาชนตาดำดำทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ไม่มีใครการันตีได้ว่าปัญหาฝุ่นจะทวีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และปัญหาฝุ่นจะหมดไปเมื่อไหร่ ทำให้กระแสโซเชียลตอนนี้ออกมาแสดงความคิดเห็นกันว่า หน้ากาก n95 ทำไมถึงเป็นเครื่องมือแพทย์ ทำไมต้องเสียภาษี เมื่อก่อนก็ไม่ต้องเสีย แทนที่จะอำนวยความสะดวกให้มีการนำเข้าให้ง่ายขึ้นในช่วงนี้ แต่กลับทำให้มันยากขึ้น แบบนี้เรียกว่าฉวยโอกาสใช่หรือไม่

จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ต่อกรณีที่กรมศุลกากร จะมีการเก็บภาษีการนำเข้าหน้ากาก n95 พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย

 

 

 

 



ในขณะที่ตอนนี้ประชาชน ต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นละอองเป็นพิษ บางคนป่วย จามเป็นเลือด เข้าโรงพยาบาลกันไป ขณะที่เรื่องนี้ ทาง อย. ก็ได้ออกมาชี้แจงสาเหตว่าทำไมหน้ากาก n95 ถึงไม่เพียงพอ

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวการเตือนภัยประชาชนจากฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน และหน่วยงานต่าง ๆ มีการแนะนำให้ใช้หน้ากากชนิด N95 ซึ่งเป็นหน้ากากที่สามารถกรองฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ ส่งผลให้หน้ากากชนิด N95 อยู่ในภาวะขาดตลาด  ทั้งนี้ เฉพาะหน้ากากอนามัยชนิดที่ใช้ทางการแพทย์เท่านั้นที่อยู่ในการกำกับดูแลของ อย. สำหรับหน้ากากที่เป็นอุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจชนิดกรองอนุภาคได้ที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และบริการ โดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ ไม่ได้อยู่ในความดูแลของ อย.

 

จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันมีผู้ผลิตหน้ากากอนามัยในประเทศไทยประมาณ 10 แห่ง ซึ่งได้มาจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตกับ อย. และมีบางแห่งได้รับมาตรฐานการผลิตระดับ GMP สำหรับหน้ากากอนามัย แบบ N95 ในประเทศไทย มีผู้ผลิต 1 ราย และมีผู้นำเข้าอีก 1 ราย ซึ่ง อย. ได้ดำเนินการประสานกับผู้ผลิตและผู้นำเข้าหน้ากากอนามัยให้เร่งผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์หน้ากากอนามัยมาจำหน่ายอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ของผู้บริโภค

ด้านอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประสานโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยแล้วกว่า 10 แห่ง ให้เร่งนำสินค้าออกกระจายเพิ่มจำนวนกว่าปกติ หลังมีกระแสความต้องการของผู้บริโภคสูงขึ้น ทั้งนี้ ในเวลาประมาณ 15.00 น. โรงงานบางแห่งจะส่งหน้ากากอนามัย N95 และหน้ากากแบบธรรมดาที่เป็นคาร์บอน 4 ชั้น มาจำหน่ายที่กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ ในราคาถูกกว่าท้องตลาดประมาณ 30,000 ชิ้น โดยหน้ากากอนามัย N95 ขายชิ้นละ 30 บาท จากราคาตลาดขายที่ชิ้นละ 35 บาท ส่วนหน้ากากอนามัยแบบธรรมดาขาย 4 ชิ้น ราคา 30 บาท เป็นการลดปัญหาขาดแคลนสินค้าระยะสั้น

เพราะเหตุใดทำไมหน้ากาก n95 ถึงจำเป็นกับสถานการณ์ในตอนนี้ ก็เพราะว่าหน้ากากแบบทั่วไปไม่สามารถที่จะกรองฝุ่นขนาดเล็กนี้ได้ มีแต่หน้ากาก n95 เท่านั้น ที่สามารถกรองฝุนพิษนี้ได้ดี โดยปกติแล้วหน้ากากอนามัย  (N95) คือ หน้ากากอนามัย ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม มีความหนา กว่าหน้ากากอนามัยทั่วไป จัดเป็นหน้ากากอนามัยที่มีความมิดชิดมากที่สุด ไม่มีอะไรรั่วไหลเข้าหรือออกได้ จึงสามารถป้องกันฝุ่นละออง (รวมถึงแร่หรือใยหิน ในอุตสาหกรรม) หรือ มลพิษทางอากาศ ได้ดีกว่าหน้ากากอนามัยธรรมดา โดยเฉพาะ ฝุ่นละออง ขนาดเล็ก "พีเอ็ม สองจุดห้า" (PM2.5) ที่กำลังเป็นปัญหา

 

คุณสมบัติ ของหน้ากากชนิดนี้ มีความสามารถในการกรองฝุ่นละออง ขนาด 0.1-0.3 ไมครอน ได้ถึงร้อยละ 95 เป็นอย่างน้อย มีน้ำหนักเบา สวมใส่ง่าย มี 2 แบบคือ ชนิดมีวาล์ว เปิด-ปิด เพื่อให้หายใจสะดวก กับ ชนิดที่ไม่มีวาล์วปิด (ราคาถูกกว่า) แต่ใส่แล้วจะอึดอัดกว่า เพราะหายใจลำบาก

โดยหน้ากากอนามัย เอ็นเก้าสิบห้า (N95) สามารถ นำกลับมาใช้ใหม่ ได้ 3 ครั้ง แต่เพื่อสุขอนามัยที่ดี และ ในสภาวะที่อากาศเต็มไปด้วยฝุ่นละอองจำนวนมาก อาจจะต้องใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ก็เท่ากับว่าใช้วันละ 1 ชิ้น

ที่นี้เราลองมาคำนวณค่าใช้จ่ายที่คนกรุงจะต้องเผชิญ และแบกรับภาระตรงนี้เอาไว้ เพื่อดูแลสุขภาพของตนเอง

จากข้อมูลทะเบียนราษฎร์ มีจำนวนประชากรทั้งสิ้นในปี 2561 จำนวน 5,600,000 คน

หน้ากาก n95 ราคาชิ้นละ 35 บาท ใช้วันละ 1 ชิ้น

ภายใน 1 อาทิตย์ 7 วัน ต้องจ่าย 245 บาท / คน / สัปดาห์

ภายใน 1 เดือน 30 วัน ต้องจ่าย 1,050 บาท / คน / เดือน

 

ที่นี้เราลองมาคำนวณค่าใช้จ่ายที่คนกรุงจะต้องเผชิญ และแบกรับภาระตรงนี้เอาไว้ เพื่อดูแลสุขภาพของตนเอง

จากข้อมูลทะเบียนราษฎร์ มีจำนวนประชากรทั้งสิ้นในปี 2561 จำนวน 5,600,000 คน

หน้ากาก n95 ราคาชิ้นละ 35 บาท ใช้วันละ 1 ชิ้น

ภายใน 1 อาทิตย์ 7 วัน ต้องจ่าย 245 บาท / คน / สัปดาห์

ภายใน 1 เดือน 30 วัน ต้องจ่าย 1,050 บาท / คน / เดือน

 

เห็นแบบนี้แล้วก็น่าเห็นใจประชาชน ในภาวะวิกฤตแบแต่กลับต้องมาเจอหน่วยงาน ที่ขูดเลือด เก็บภาษีนำเข้ากับประชาชน แทนที่จะผ่อนปรนในช่วงวิกฤติ 3 เดือนนี้ก่อน แล้วแบบนี้จะยังไงกันต่อ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะมีหน้ากาก n95 จำหน่ายเพียงพอ หรือต้องรอให้ประชาชนตายผ่อนส่งไปวันวัน

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรภัทร รวดเร็ว