ศาลสั่งขังหนุ่มแมสเซนเจอร์ ขี่จยย.เฉี่ยวชนนร.หญิงเจ็บ ย้ำขาดจิตสำนึกให้ริบมอเตอร์ไซค์

ศาลสั่งขังหนุ่มแมสเซนเจอร์ ขี่จยย.เฉี่ยวชนนร.หญิงเจ็บ ย้ำขาดจิตสำนึกให้ริบมอเตอร์ไซค์

Publish 2019-01-23 12:24:23


ในปัจจุบันเรื่องที่มอเตอร์ไซด์ขับรถบนทางเท้าแทบจะเห็นเป็นภาพที่ชินตาไปแล้ว กับพฤติกรรมรถจักรยานยนต์บางคันที่ขึ้นมาวิ่งบนทางเท้า ทั้งๆที่ถนนก็เป็นเลนที่ใหญ่มากๆ แต่กลับขับขึ้นมาเพื่อนย่นเวลาในการที่ไม่ต้องออกถนนใหญ่หรือกลับรถ เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้กับผู้ใช้ทางเท้าที่ต้องคอยเดินหลบ ไปหลบมา อาจจะก่อให้เกิดอัตรายได้ หรืออาจจะไปเดินเฉี่ยวชนอย่างอื่นให้ได้รับบาดเจ็บได้ 


โดยจะเห็นได้บ่อยในเฉพาะเวลาที่ผู้คนออกมาทำงาน น้องๆ นักเรียนออกจากบ้านเพื่อไปโรงเรียน ทุกคนล้วนใช้ทางเท้ากันทั้งสิ้น การที่มีรถจยย. ขับรถเพื่อนหลีกเหลี่ยงเส้นทางเพื่อหนีรถติดหรือการจราจรที่ติดขับนั้น มักจะทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมากๆ บ้างก็ถูกบีบแตรให้หลีกทาง บ้างก็ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บเพราะโดนรถจยย.ชน 


เช่นเดียวกับเคสนี้ที่เกิดอุบัติเหตุเข้าจนได้ (26พ.ย.) ได้มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ฃื่อ @EmaEmika ได้โพสต์ภาพของเด็กนักเรียนหญิงชั้น ม.ปลาย รายหนึ่ง ที่ถูกรถจักรยานยนต์ชนจนล้ม ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณปากซอยลาดพร้าว 69 โดยโพสต์รูปและข้อความระบุแคปชั่นว่า "ตอนนี้หัวร้อนมากๆ เห็นมอไซด์ขับรถบนทางเท้าชนเด็กต่อหน้าต่อตา หน้าปากซอยลาดพร้าว 69"

 



ล่าสุด ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.8112/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง 2 (รัชดา) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายภูวดล ศรีสำโรง อายุ 23 ปี อาชีพรับส่งเอกสาร (แมสเซ็นเจอร์) ที่ขี่รถจักรยานยนต์ชนเด็กนักเรียนหญิง โรงเรียนบดินทรเดชา 3 บนทางเท้าได้รับบาดเจ็บ 


โดยศาลได้ พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว มีความผิดฐานผู้ใดกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายและจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ขับขี่รถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุสมควร ขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 32 , 43 (4)(7)(8) , 157 , 160 วรรคสาม 


และถือว่าเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักสุด ให้จำคุก 2 เดือน โดยจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือแค่จำคุกจำเลยเป็นเวลา 1 เดือน แต่ไม่ปรากฏว่าจากการตรวจสอบพบว่าจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังเป็นเวลา 1 เดือน (กักขังในสถานที่กักขัง ซึ่งไม่ใช่เรือนจำ) ไม่รอลงอาญา ส่วนรถจักรยานยนต์ของกลางนั้น ถือเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดโดยตรง ศาลจึงมีคำสั่งให้ริบไว้ด้วยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33 (1) ซึ่งในขณะนี้ นายภูวดล จำเลย ก็ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ระหว่างการขออุทธรณ์คดีนี้ ซึ่งขณะนี้คำร้องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
 



อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า การจราจรบนท้องถนนในเขต กทม. ทุกเขตมีความหนาแน่นติดขัดต้องใช้เวลาในการเดินทาง การขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วบนทางเท้าเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของตัวเองฝ่ายเดียว ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้ใช้ทางเท้า จนเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้เสียหายซึ่งเดินบนทางเท้าได้รับอันตรายแก่กาย อันเป็นการจงใจฝ่าฝืนกฎหมายที่มีไว้คุ้มครองผู้ใช้ทางเท้าและยังเป็นการขาดจิตสำนึกต่อสังคมส่วนรวมถือว่าเป็นความผิดขัดต่อกฎหมายของประเทศ 
 

(ที่เกิดเหตุเฉี่ยวชนนร.ได้รับบาดเจ็บบนทางเท้า)

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม