ตำรวจ ยัน ซูลุยผิวเดินไปเองถึง 5 กิโลเมตรไม่ได้ ด้านเด็กหญิง 3 ขวบ ลั่นชัด มีคนจูงมือไป!

ตำรวจ ยัน "ซูลุยผิว"เดินไปเองถึง 5 กิโลเมตรไม่ได้ ด้านเด็กหญิง 3 ขวบ ลั่นชัด มีคนจูงมือไป!

Publish 2018-12-26 11:10:21

จากกรณี เด็กชายซูลุยผิว วัย 2 ขวบ 1 เดือน ชาวพม่าหายตัวไปในไร่อ้อยห่างจากริมถนนมาลัยแมน 3 กม. ลึกไปในถนนทางเข้าหมู่บ้าน หมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมาโดยตอนแรกเด็กชายได้ไปวิ่งเล่นกับพี่สาวจนกระทั่งหายตัวไป 



สำหรับความคืบหน้าล่าสุดนั้น ในวันนี้ (25/12/2561) เจ้าหน้าที่ เจอร่าง หนูน้อย ซูลุยผิว วัย 2 ขวบ ชาวพม่าเเล้ว 
เสียชีวิต ห่างจากจุดสูญหายเพียง 5 กิโลเมตร ภายในไร่อ้อย 

 

 

 

 

ด้าน นายผิวและนางมอ พ่อแม่ของเด็กชาย 2 ขวบ ได้เปิดใจทั้งน้ำตา บอกผ่านล่ามว่า " ตอนนี้ครอบครัวยังสงสัยในปมการเสียชีวิตของลูกชาย เนื่องจากไม่คิดว่าลูกจะเดินไปได้ไกลถึง 5 กิโลเมตร เพราะระยะทางไกลมาก และเขายังเด็ก และไม่ทราบว่ามีใครเป็นคนพาลูกไปหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่เชื่อด้วยว่า ลูกชายจะจมน้ำเสียชีวิต แม้จะเจอศพอยู่ข้างร่องน้ำก็ตาม ส่วนรองเท้าที่ขาดและหมวกที่เจออยู่ในจุดพบศพ เป็นของลูกชาย แต่ของเล่นที่เจอนั้น ไม่ใช่และไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใดมาทำตกไว้" โดยในระหว่างที่ทั้งคู่เล่าความรู้สึกบอกผ่านกับทางล่าม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้นำภาพจุดเกิดเหตุมาให้ทางครอบครัวดู พ่อและแม่ พร้อมทั้งญาติพี่น้องก็ถึงกับร่ำไห้  เนื่องจากไม่สามารถทำใจได้กับการสูญเสียอย่างกะทันหันได้  

 

“สภาพศพลูกที่เจอไม่ปกติ เนื่อจากขาเละและมีบาดแผลบริเวณขา กระดูกขาโผล่ออกมา ใบหน้ามีรอยบาดแผล มีแผลบริเวณข้อมือด้วย ใบหน้ามีรอยยุบ ตอนนี้เชื่อว่ามีคนทำให้ลูกเสียชีวิตคิดว่าน่าจะเป็นคนขับรถไถที่อยู่ด้วยในพื้นที่วันเกิดเหตุ และตั้งแต่เกิดเหตุก็ไม่ได้เจอคนขับรถไถอีกเลย ไม่ได้คุยกัน” นอกจากนี้นางมอ ยังได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และคนไทยที่เป็นกำลังใจให้ ตอนนี้เสียใจเรื่องลูกมากๆ แต่ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม ให้คดีคลี่คลาย

 

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เชิญพ่อแม่ของเด็กชาย 2 ขวบ ไปสอบปากคำที่สภ.สระยายโสม เพื่อรวบรวมข้อมูลในคดีนี้อีกครั้ง ส่วนกระแสโซเชียลในตอนนี้ ต่างร่วมแสดงความไว้อาลัยกับทางครอบครัว และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคลี่คลายคดีได้โดยเร็ว เนื่องจากยังข้องใจในประเด็นการเสียชีวิต เพราะก่อนหน้านี้แม่ของเด็กเคยให้สัมภาษณ์ว่า ลูกชายติดแม่มากๆ จะอยู่ห่างแม่ไม่ได้ ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะเดินหนีไปเล่น แล้วหายตัวไปอย่างลึกลับก่อนจะเสียชีวิต

 

 


ด้าน นายสมาน วงษ์กัณหา อายุ 44 ปี ผู้ขับรถคีบอ้อยในวันเกิดเหตุ ได้เปิดเผยว่า ยอมรับเจอกับเด็กทั้ง 2 คน ในวันเกิดเหตุจริง ซึ่งตอนนั้นกำลังไถดินแปรงตรงข้างกับจุดที่พ่อแม่เด็กกำลังทำงานอยู่ ในขณะที่ขับผ่าน ตนเด็กทั้งคู่กำลังนั่งเล่นกันอยู่ตรงริมป่าอ้อย ไม่ใช่ใต้ต้นแจง และยังเชื่อว่าหากเด็กพบรถไถกำลังทำงานอยู่ ก็จะไม่เข้าใกล้ เนื่องจากรถไถมีเสียงดัง หรือไม่ก็จะรีบเดินหนีทันที

หลังจากที่ไถดินเสร็จ ก็ได้ขับกลับไปที่บ้านและเปลี่ยนไปขับรถอีกคันหนึ่ง คือรถคีบอ้อย ออกจากบ้านไปคีบอ้อยที่สวนข้างบ้าน ไม่ได้ผ่านไปบริเวณจุดที่เด็กหายแต่อย่างใด จนถึงช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเด็กหาย มีเจ้าของไร่เข้ามาถามตนเองว่าเจอเด็กหรือไม่ ตนจึงออกไปช่วยตามหา แต่ก็ไม่พบ

นายสมาน กล่าวอีกว่า ตนยืนยันว่า ตนไม่ได้หลบหนีอย่างแน่นอน เพราะตนเองคือผู้บริสุทธิ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนทราบข่าวตนก็ยังออกไปร่วมตามหา ตอนนี้ได้มอบให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบรถไถคันดังกล่าว รวมถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ ซึ่งผลก็จะพิสูจน์ได้กับการตรวจดีเอ็นเอเรียบร้อยแล้ว

 

 

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อช่วงเช้าเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่ สภ.สระยายโสม พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผู้บังคับการภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวถึงความคืบหน้าของคดี ว่า ขณะนี้ได้ส่งศพของ ด.ช.ซูลุยพิว หรือ อายุ 2 ขวบ 1 เดือน ไปยังนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจแล้ว และได้ให้พนักงานสอบสวนตามไปด้วย

และได้กำชับอยากให้ผลชันสูตรออกมาโดยเร็วที่สุด เพราะขณะนี้สภาพศพของ ด.ช.ซูลุยพิว ไม่สามารถสันนิษฐานได้ว่าเสียชีวิตจากอะไร เพราะสภาพศพเน่าเปื่อย ผิวของเด็กเป็นผิวที่อ่อน เมื่อเสียชีวิตใกล้น้ำ ศพจึงเน่าเปื่อยไปตามกาลเวลา จากการประเมิณสภาพศพคาดว่าอาจจะเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. แล้ว

พล.ต.ต.คมศักดิ์ เผยต่ออีกว่า หากผลชันสูตรจากนิติเวชออกมาชี้แจงว่า ด.ช.ซูลุยพิว เสียชีวิตจากสาเหตุใด จะทำให้ประเด็กการสอบสวนรัดกุมมากยิ่งขึ้น หากพบว่ามีกระดูกแตก ก็จะพุ่งเป้าไปยังอุบัติเหตุรถไถทับ เสียชีวิจและมีการนำศพไปอำพรางคดี

หรือหากผลออกมาพบว่าไม่มีกระดูกแตก หรือร่องรอยการถูกทับ ก็จะมุ่งเป้ายัง การฆาตกรรม สันนิษฐานว่าอาจจะมีบุคคลอื่นพาไปนอกพื้นที่ ซึ่งยืนยันว่า ด.ช.ซูลุยผิว ไม่สามารถเดินไปเองถึง 5 กิโลเมตรได้ "จะต้องมีคนพาไป"...

 

ส่วนการสอบปากคำเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ขณะนี้บอกได้แต่ มีคนจูงมือไป แต่ไม่สามารถบอกรูปร่างลักษณะ หรือเพศได้

 

ส่วนประเด็นทาง นายผิว อายุ 26 ปี และ นางมอ อายุ 20 ปี พ่อและแม่ของ น้องต้าแง มีความขัดแย้งกับบุคคลในพื้นที่ไม่นั้น ตนคิดว่าไม่น่าจะมีเพราะทั้งคู่เพิ่งย้ายมาอาศัย อยู่ที่ จ.สุพรรณบุรี ได้แค่เพียงหนึ่งวัน ก่อนที่ลูกชายจะหายตัวไป อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายาม เร่งติดตามผลชันสูตร ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์