ครม.ไฟเขียว พ.ร.บ.คู่ชีวิตหลากหลายทางเพศ จดทะเบียนคู่ชีวิตได้ ยังกั๊กสิทธิไม่เท่าคู่รักหญิงชาย

ครม.ไฟเขียว พ.ร.บ.คู่ชีวิตหลากหลายทางเพศ จดทะเบียนคู่ชีวิตได้ ยังกั๊กสิทธิไม่เท่าคู่รักหญิงชาย

Publish 2018-12-25 18:10:37


วันที่ 25 ธันวาคม 2561 นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการประชุมครม.ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิตตามที่กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เสนอ ภายหลังจากที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการจดทะเบียนคู่ชีวิต ที่ได้ทำการหารือและพิจารณาร่วมกับภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งทำการศึกษาค้นคว้าและเปรียบเทียบกฎหมายของประเทศต่างๆที่ให้สิทธิการสร้างครอบครัวแก่กลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศ อาทิฝรั่งเศส,สหรัฐอเมริกา,สหราชอาณาจักร,ออสเตรเลียและญี่ปุ่น นำมาพิจารณาประกอบกับบริบทสภาพสังคมของประเทศไทย ในการพิจารณาจัดทำร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว



 

โดย นายณัฐพร กล่าวว่า โดยเงื่อนไขในการจดทะเบียนคู่ชีวิตประเทศส่วนมากกำหนดให้การจดทะเบียนคู่ชีวิตสามารถทำได้ในกรณีที่บุคคลทั้งสองฝ่ายเป็นเพศเดียวกันสมรสกัน ไม่มีความสัมพันธ์เป็นญาติสืบสายโลหิตระหว่างกัน ซึ่งประเทศไทยได้กำหนดหลักเกณฑ์ในลักษณะเดียวกันไว้ในร่างพระราชบัญญัติ ส่วนกระบวนการบันทึกทางทะเบียน ทุกประเทศให้กระทำการบันทึกความเป็นคู่ชีวิต ทางทะเบียนโดยการบอกกล่าว จัดทำข้อตกลง และยื่นคำขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักทะเบียนซึ่งในส่วนของประเทศไทยร่างพระราชบัญญัติฯ กำหนดให้การจดทะเบียนคู่ชีวิต ทำที่สำนักทะเบียน ตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด

 

 

ทั้งนี้ สิทธิและหน้าที่ของคู่ชีวิต แต่ละประเทศได้มีการกำหนดสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่ชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับ บริบทของแต่ละประเทศ เช่น สิทธิและหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน ,การจัดการทรัพย์สินร่วมกัน ,ความรับผิดชอบในหนี้ร่วมกัน ,การรับมรดก, การรับบุตรบุญธรรม,การเปลี่ยนคำนำหน้านาม,การเปลี่ยนชื่อสกุล,การให้ความยินยอมรักษาพยาบาล,การดำเนินคดีอาญา , การลดหย่อนภาษี , สวัสดิการสังคม , การได้สัญชาติ , การอนุญาตเข้าเมือง ฯลฯ
 

 



ซึ่งสำหรับประเทศไทย ร่างพระราชบัญญัติฯได้กำหนดให้ ชีวิตมีสิทธิและหน้าที่ช่วยเหลือ อุปการละ เลี้ยงดูกัน รวมทั้งให้มีสิทธิในฐานะคู่ชีวิต อาทิ สิทธิในการยินยอมรักษาพยาบาล,อำนาจจัดการศพ,การดำเนินคดีอาญาแทนคู่ชีวิต,การเรียกร้องสินไหมทดแทนจากการขาดไร้อุปการะ,การจัดการทรัพย์สิน,การรับมรดก แต่ไม่รวมถึงการรับบุตรบุญธรรม ,การเปลี่ยนคำนำหน้านาม,การเปลี่ยนชื่อสกุล รวมทั้งสวัสดิการของรัฐ เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์กับกฎหมายหลายฉบับ รวมถึงงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งต้องใช้เวลาในการเตรียมการตลอดจนปรับแก้กฎหมาย และระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นร่างพระราชบัญญัติ จึงไม่ได้รวมประเด็นดังกล่าวไว้

 

 

สำหรับการยุติความสัมพันธ์ในฐานะคู่ชีวิต ทุกประเทศกำหนดในลักษณะเดียวกันคือการเป็นคู่ชีวิต สามารถสิ้นสุดลงได้ด้วยความตาย การแต่งงานหรือจดทะเบียนคู่ชีวิตกับบุคคลอื่นและกระบวนการฟ้องร้องทางศาล ซึ่งกำลังพระราชบัญญัติได้กำหนดไว้ในทิศทางเดียวกัน

นายณัฐพร กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้นำผลการเปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศที่มีลักษณะเดียวกันมาพิจารณาเพื่อให้สอดคล้องกับสมการปัจจุบันและเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เป็นการดำเนินการลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มต้นจากการรับรองสถานะและจดทะเบียนคู่ชีวิตเพื่อเป็นการรับรองสิทธิเบื้องต้นก่อนจะพัฒนาไปสู่การสมรสที่เท่าเทียมกันต่อไป ซึ่งจะส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ภายหลังจากการโพสต์ดังกล่าว ถูกเผยแพร่ออกไป ต่างมีคนเรียกร้องให้ กรมการขนส่ง เข้ามาตรวจสอบ พร้อมกับวิจารณ์ว่า ถึงปัจจุบันนี้ชาวต่างชาติต่างรู้ว่า แท็กซี่ทุกคันต้องกดมิเตอร์ เพราะการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งยังเรียกร้องให้ แท็กซี่เลิกทำพฤติกรรมเช่นนี้ ถึงแม้จะเป็นเรื่องยากมากก็ตาม

 

 

ขอบคุณภาพ : BBC News

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรภัทร รวดเร็ว