เมีย อบต.ผึ้งรวง โผล่ หลังสามีโดนสังคมโจมตี ช่วย5โจ๋ขืนใจสาว12 ลั่น ไม่น่าหาเหาใส่หัวเลย!

เมีย อบต.ผึ้งรวง โผล่ หลังสามีโดนสังคมโจมตี ช่วย5โจ๋ขืนใจสาว12 ลั่น ไม่น่าหาเหาใส่หัวเลย!

Publish 2018-12-20 11:14:42

จากกรณี เมื่อคืนของวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ที่ทำคนเป็นพ่อถึงหัวเสีย ใจสลาย เมื่อทราบข่าวว่าลูกสาวโดนข่มขืน เพราะอารมณ์ชั่ววูบของเด็กวัยรุ่น 5 คน ที่อยากรู้ อยากลอง จึงได้กระทำการขึ้น ทำให้เกิดคลิปดังกล่าวขึ้น ซึ่งในคลิปจะเห็นเด็ก 5 คนนั่งเรียงกัน ก่อนที่จะโดนคนเป็นพ่อของหญิงสาวที่ถูกกระทำกระทืบ

 



ต่อมาเรื่องราวประชาชนให้ความสนใจจนเป็นเรื่องใหญ่เพื่อทวงถามความยุติธรรม ในช่วงเย็นของเมื่อวาน ก็มีประชาชนที่ติดตามข่าวมารอการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ อย่างเนืองแน่น จนทำให้ตำรวจต้องยกเลิกการทำแผนเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับผู้ต้องหา เวลาต่อมาเหมือนทางประชาชนจะไม่ยอมเดินทางต่อไปที่โรงพักสระบุรี เต็มโรงพักเพื่อรอดูหน้าผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย

 

 

 

 

ซึ่งระหว่างรอทำแผน​ ภายในคลิปจะเห็นได้ว่ามีกลุ่มชาวบ้านมามุ่งดูเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้มีการแจ้งว่าจะพาผู้ต้องหาทั้ง 5 คนมาทำแผน โดยบางช่วงได้มีการนำรูป อบต.เอาออกมาให้ดู พร้อมพูดว่าใครตามตัว อบต. คนดังกล่าวได้มีเงินรางวัล 10,000 บาท รวมทั้งมีการพูดว่าเอารูปมาโชว์กูจะโดนยิงทิ้งมั้ย

 

 


นายสังวาลย์ สิทธิปัญญา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.61. ประมาณ 23.00 น. ได้มีญาติมาหาตนเอง บอกว่าให้ไปเป็นเพื่อน ว่าลูกชายได้ถูกจับตัวไว้ เรื่องผู้หญิง ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรกันแน่ ตนจึงได้ขึ้นรถไป ที่ชุมชนหลังวัดทอง ได้เห็นมีคนยืนอยู่เต็มหน้าบ้าน จึงได้ทราบเรื่องราว ว่า มีผู้ปกครองของเด็กหญิง ได้มีการพูดจา เรื่องการข่มขืนเด็ก และมีการต่อรองเงินกันอยู่ จากผู้ปกครอง กลุ่มในเด็ก 5 คน ที่ฝ่ายของเด็กหญิงได้เรียก เงินจำนวน คนละ 3 หมื่นบาท แต่มีผู้ปกครอง 1 ใน 5 ได้ต่อรองกัน เหลือ 1 หมื่นบาท จึงตกลงกันไม่ได้ ตนเองจึงได้เอ่ยว่า ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็ไปโรงพักให้ตำรวจเขาตัดสิน มีชายคนหนึ่งกำลังคุยโทรศัพท์กับพ่อของเด็ก บอกว่า รอพ่อเด็กมาก่อน พ่อของเด็กไม่ยอม ตนเองจึงได้ขอพูดกับพ่อของเด็กหน่อย แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมให้คุย ต่อมามีชายหลายคนมาสมทบอีกซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร ได้เดินเข้ามามองหน้าเด็กทั้ง 5 คน และทำการเตะ แล้วตะโกนถามว่า ใครเป็น อบต. คิดว่าน่าจะเป็นพ่อของเด็กหญิง เห็นว่าถาม จึงตอบว่า ผมเองครับ และยกมือไหว้ ว่า ผมมาดีครับ ชายคนดังกล่าว จึงได้เข้ามาเตะตนเอง แต่ไม่ถูกตนเองได้หลบหลังตำรวจ และตำรวจได้ช่วยกันห้าม เรื่องจึงสงบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวทั้งหมดไปโรงพัก

 

นายสังวาลย์ กล่าวว่า ไม่ได้มาเคลียร์ เพียงแต่อยากรู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง ถ้าใครผิดก็ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายไป เพราะตนเองไม่เคยรู้จักกับ นายตำรวจคนไหนเลย ส่วนเรื่องที่ว่าได้ไปต่อรองเรื่องเงินให้จ่ายแค่คนละ 1 หมื่นบาท นั้น ไม่เคยพูด อาจจะมีผู้ปกครองของเด็ก 1 ใน 5 คนที่พูดก็เป็นได้ เพราะเรื่องมันไม่ใช่เรื่องของตนเอง เพียงแต่ว่ามาเป็นเพื่อนเขาเฉยๆ ไม่คิดว่าจะมาเคลียร์ หรือว่าใครผิดใครถูก จึงอยากให้ประชาชนและโซเชียล ที่กำลังวิพากย์วิจารณ์ตนเองอยู่ ให้ได้รับรู้ หรือให้ความเป็นธรรมกับตนเองบ้าง เพราะว่าเด็กก็ไม่ลูกหลานของตนเอง และก็ไม่มีอำนาจที่จะต้องไปเคลียร์หรือต่อรองกับใครได้

 

ขณะเดียวกัน นายสิริชัย ประทุมมา ปลัด อบต.ผึ้งรวง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี บอกว่าอยู่ระหว่างหารือกับนายก อบต.และ สมาชิก อบต.ผึ้งรวง ถึงกรณีนายสังวาลย์ สิทธิปัญญา ประธานสภา อบต.ผึ้งรวง ไปปรากฎตัวและเป็นผู้ไกล่เกลี่ยให้มีการยอมความกันระหว่างผู้เสียหายกรณีวัยรุ่นชาย 5 คนข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 12 ปี ในคลิปที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ โดยยอมรับว่า เรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ อบต.ผึ้งรวง เป็นอย่างมาก แม้จะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ถูกสังคมรุมประณามสร้างความเสื่อมเสียให้กับองค์กร และจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิก อบต.และประธานสภา อบต.จึงมีความเห็นร่วมกันว่านายสังวาลย์ ไม่เหมาะสมที่จะเป็นสมาชิก อบต.และประธานสภา อบต.ผึ้งรวง อีกต่อไป โดยจะเชิญนายสังวาลย์มาคุย และขอให้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกและประธานสภา ภายใน 12.00 น.วันนี้(19 ธันวาคม 2561)หากนายสังวาลย์ไม่ยินยอมลาออก ก็จะทำหนังสือถึงนายอำเภอเมืองสระบุรี เพื่อขออนุมัติเปิดสภาวิสามัญ พิจารณาวาระเร่งด่วน ให้สมาชิกลงคะแนนเสียง 2 ใน 3 ถอดถอนนายสังวาลย์ออกจากการเป็นสมาชิก อบต.และพ้นจากตำแหน่งประธานสภา อบต.ผึ้งรวง โดยยื่นหนังสือต่อนายอำเภอเมืองสระบุรีภายในวันนี้เช่นเดียวกัน โดยคาดว่าจะเปิดประชุมสภาวิสามัญได้ภายใน 1-2 วัน หลังจากได้รับอนุมัติจากนายอำเภอ

 

 

ล่าสุด นาง ชไมพร สิทธิปัญญา ภรรยาของ นายสังวาลย์ กล่าวว่า ตอนนี้ครอบครัวระส่ำระสายมาก แรงกดดันทั้งจากโลกโซเชียลและโลกแห่งความจริงถาโถมรุนแรงไม่หยุด ไม่ได้กระทบแค่เพียงตัวของสามีเท่านั้น แต่ทุกๆคนที่เกี่ยวข้องหรือเป็นเครือญาติโดนเหมือนกันหมด ขอยืนยันว่าที่จริงแล้วสามีไม่ได้เป็นญาติอะไรกับกลุ่มผู้ต้องหาตามข่าวลือ แค่บังเอิญมีบ้านอยู่ติดกับบ้านของ 1 ในผู้ต้องหา พอเกิดเหตุบิดาของผู้ต้องหาก็มาเรียกให้ไปดูจุดเกิดเหตุทั้งๆที่ยังไม่รู้ความจริงอะไรเลย ด้วยความหวังดีสามีก็เลยไปดู จากนั้นก็ปรากฏตามคลิป สามีท้อแท้มากไม่น่าหาเหาใส่หัวเลย เพียงแค่หวังดีไปช่วยเป็นคนกลางตามคำขอร้องเท่านั้น

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย