ศาลอาญา ตัดสินจำคุกธาริตไม่รอลงอาญา!

ศาลอาญา ตัดสินจำคุก"ธาริต"ไม่รอลงอาญา!

Publish 2018-12-14 11:19:01


เมื่อเวลา 09.00 น.ศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น โดยจากกรณีที่นายธาริต ได้แถลงข่าวทำนองว่านายสุเทพ สั่งการให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ 396 แห่ง เป็นรายภาคตามที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอมา แต่กลับให้รวมสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเพียงรายเดียว ทำให้บริษัท พีซีซี ดิเวลล็อปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล จนเกิดปัญหาที่ไม่สามารถก่อสร้างได้เสร็จทันตามกำหนด 

 



โดยคดีนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนยกฟ้องโดยเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังเพียงพอได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง  นายสุเทพ โจทก์ จึงได้ขออนุญาตฎีกาต่อ โดยศาลฎีกานัดฟังคำสั่งในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ เวลา 09.00น.ห้องพิจารณาคดีแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่อาคารศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ

ด้านนายธาริต  เพ็งดิษฐ์ ได้เดินทางมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพียงคนเดียว  โดยเดินทางมาก่อนเวลานัดถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง

 



ล่าสุด ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีหมายเลขดำ อ.495/2556 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตเลขาธิการ กปปส. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันเเล้วเห็นว่า การเเถลงข่าวเรื่องเกี่ยวกับเสนอราคาในการประมูลโครงการก่อสร้างโรงพัก 396 เเห่ง ของนายธาริต เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์นายสุเทพตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นศาลฎีกาไม่เห็นด้วย พิพากษาลงโทษจำคุก จำเลย 1 ปีที่จำเลยขอถอนคำให้การเป็นรับสารภาพ ไม่อาจถอนคำให้การได้ในชั้นฎีกาให้ยกคำร้อง

ส่วนที่จำเลยอ้างว่าได้มีการบรรเทาผลร้ายเเละการเจรจาไกล่เกลี่ยเป็นผลสำเร็จมีการทำตามข้อตกลงสิทธิในการดำเนินคดีอาญาต้องระงับไป ศาลเห็นว่ายังอยู่ระหว่างการเจรจาไกล่เกลี่ย เเละการเจรจาไกล่เกลี่ยต้องคำนึงถึงคู่ความทั้งสองฝ่าย เมื่อโจทก์ไม่ประนีประนอม ให้จำเลยนำเงินวางคืนได้

ทั้งนี้ โดยก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่7ธันวาคมที่ผ่านมา นายธาริตจำเลยในคดีได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอถอนคำให้การเดิมและเปลี่ยนคำให้การเป็นรับสารภาพตามฟ้อง พร้อมขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 14 ธันวาคมออกไปก่อน 60 วัน

โดยอ้างเหตุว่าได้มีการขอขมาต่อนายสุเทพ ที่มีนายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด รับเป็นคนกลางในการเจรจาโดยทำหนังสือแสดงความสำนึกผิดและขอขมาลาโทษ เเละยื่นขอให้การใหม่เป็นให้การ รับสารภาพตามฟ้องเพื่อให้สอดคล้องหนังสือสำนึกผิดและขอขมาลาโทษต่อนายสุเทพ

แต่วันที่ 11 ธ.ค.นายสุเทพโจทก์ยื่นคำร้องมาที่ศาลฎีกาสรุปเนื้อหาตามที่มีข่าวปรากฎตามสื่อสรุปว่าจำเลยในคดีได้ให้ทนายความเเถลงว่ามีการปะนีประนอมพร้อมขอขมาลาโทษเเละขอบพระคุณกับโจทก์ที่จะได้เมตตายกโทษในคดีตามที่โจทก์เห็นสมควรให้นั้น ไม่เป็นความจริง โจทก์จึงขอให้ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาตามที่นัดไว้ในวันที่ 14 ธ.ค.61 ตามเดิม

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย