ศาลสั่งจำคุก 5 ปี หนุ่มใหญ่สวมชุดครุยจุฬาฯ อ้างเป็นผศ.ดร.หลอกสาวแต่งงาน

ศาลสั่งจำคุก 5 ปี หนุ่มใหญ่สวมชุดครุยจุฬาฯ อ้างเป็นผศ.ดร.หลอกสาวแต่งงาน

Publish 2018-12-04 17:53:16


จากกรณีที่มีหญิงสาวรายหนึ่ง ตกเป็นเหยื่อของหนุ่มข้าราชการจอมปลอมอีกแล้ว เมื่อทางเฟซบุ๊ก ชุดเฉพาะกิจ-ต่อต้านทหารปลอม&ตำรวจปลอม ได้ทำการโพสต์เรื่องราวของหนุ่มข้าราชการปลอมรายหนึ่ง ที่ได้ทำการไปหลอกหญิงสาวเพื่อเข้าร่วมพิธีแต่งงานด้วย



โดยได้มีการเขียนระบุข้อความเอาไว้ว่า "มาแล้วครับ!! #รองศาสตราจารย์ด็อกเตอร์ เรื่องราวของรศ.ดร.สุรพศ เมื่อก่อนได้แอบอ้าง เป็นผศ.ดร.แต่งงานสาว (ฐานะดี) จนมีแผนที่จะแต่งงานกันในเดือนหน้า แต่ทางญาติฝ่ายหญิงสงสัย ทำไมถึงไม่พาพ่อแม่มาให้พบเจอบ้างเลย จนอ้างต่างๆนาๆว่าพ่อเสียบ้าง แม่ผ่าตัดบ้าง #แต่ละเรื่องมีเรื่องเงินๆแทบทั้งนั้น เรื่องราวมีเยอะมากๆ #ขออุบไว้รอรอบหน้าครับ" 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : แสบสุดๆ สาวจับโป๊ะโดนหนุ่มหลอก อ้างดีกรีเป็น "ผศ.ดร." มาขอแต่งงาน ขุดประวัติเจอวีรกรรมฉาวเพียบ



ล่าสุดมีรายงานว่า ศาลแขวงพระนครเหนือ ถ.รัชดาภิเษก ได้อ่านคำพิพากษาคดีดำ อ.7292/2561 ที่พนักงานอัยการคดีศาลแขวง เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสุรพศ วงษ์ชีพ อายุ 43 ปี ที่แอบอ้างเป็นรศ.ดร.สอนวิชาคอมพิวเตอร์ หลอกลวงหญิงสาวแต่งงาน เป็นจำเลย ในความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์

 

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 , ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ ตามพ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 และความผิดเกี่ยวกับการใส่ชุดครุยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยไม่มีสิทธิทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่ามีวิทยฐานะหรือมีตำแหน่ง ตาม พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2551
 

 

เนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ต.ค.61 ที่ผ่านมา ทางอัยการได้นำตัวนายสุรพศ มายื่นฟ้องด้วยวาจาต่อศาล ภายหลังจากพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ส่งตัวนายสุรพศ ซึ่งให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนตลอดข้อกล่าวหา รวมทั้งในชั้นศาลด้วย ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติทำรายงานการสืบเสาะและพินิจเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติ การศึกษา อาชีพของจำเลย แล้วรายงานให้ศาลทราบเพื่อนำมาประกอบคำพิพากษา

 

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ,พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ม.14(1) และพ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2551 ม.69 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันจึงลงโทษทุกกรรมเรียงกระทงเป็นความผิดไป

 

พิพากษาจำคุกฐานฉ้อโกง 2 กระทงๆ 2 ปี รวมเวลา 4 ปี , ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯอันเป็นเท็จ จำคุก 1 ปี และฐานสวมครุยวิทยฐานะ และเครื่องหมายของจุฬาฯ โดยไม่มีสิทธิให้จำคุกอีก 1 เดือน รวมจำคุก 5 ปี 1 เดือน คำให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา สมควรลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 2 ปี 6 เดือน 15 วัน และให้จำเลยชดใช้เงิน 950,000 บาทคืนแก่ผู้เสียหายด้วย

 

ทั้งนี้เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจของจำเลยแล้ว เห็นว่าขณะเกิดเหตุนั้นจำเลยเป็นชายที่มีภรรยาอยู่แล้ว แต่กลับหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงตนว่ามีตำแหน่งทางวิชาการเป็นรศ. โดยปกปิดความจริงว่าไม่ได้เป็นอาจารย์พิเศษที่จุฬาฯ อีกทั้งจำเลยยังหลอกลวงว่าจะสมรสกับผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายและครอบครัวหลงเชื่อว่าผู้เสียหายจะได้เป็นคู่สมรสกับจำเลยในภายหน้า ผู้เสียหายจึงยินยอมให้จำเลยยืมเงิน 950,000 บาท เพื่อนำไปชดใช้หนี้สินที่จำเลยก่อและนำไปใช้จ่ายส่วนตัวโดยที่จำเลยไม่ได้มีเจตนาที่จะสมรสกับผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำที่เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตน โดยไม่ได้คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดกับบุคคลอื่น 


อีกทั้งยังก่อให้เกิดความเสียหายทั้งทางด้านทรัพย์สินและด้านจิตใจของผู้เสียหายเป็นอย่างมาก อีกทั้งภายหลังเกิดเหตุผู้เสียหายยังไม่ได้รับการชดใช้เยียวยาความเสียหายจากจำเลย ซึ่งแม้จำเลยจะไม่เคยมีประวัติกระทำความผิดมาก่อนก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยถือเป็นภัยอันร้ายแรงต่อสังคม ประกอบกับจำเลยเคยกระทำในลักษณะดังกล่าวกับหญิงสาวรายอื่นมาแล้ว เชื่อว่าจำเลยไม่เคยสำนึกในการกระทำผิดของตน ตามพฤติการณ์แห่งคดีดังกล่าว จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษแก่จำเลย ภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว นายสุรพศได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ของปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้นายสุรพศประกันตัวได้ 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล