จับตาสถานการณ์ น้ำล้น เขื่อนแก่งกระจาน ส่งผลกระทบเพชรบุรีเป็นวงกว้าง สั่งอพยพคน 5 อำเภอ คาดท่วมยาว 1-2 เดือน

จับตาสถานการณ์ น้ำล้น "เขื่อนแก่งกระจาน" ส่งผลกระทบเพชรบุรีเป็นวงกว้าง สั่งอพยพคน 5 อำเภอ คาดท่วมยาว 1-2 เดือน

Publish 2018-08-06 12:15:00



 จากกรณีสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องในลุ่มน้ำเพชรบุรี บริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ได้เพิ่มการระบายน้ําสูงสุดเพื่อลดปริมาณน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม ซึ่งต่อมาเขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำ 674.45 ล้านลูกบาศก์เมตรคิดเป็น 94.99 เปอร์เซ็นต์ของระดับกักเก็บ โดยมีการคาดการณ์ว่าหากมีปริมาณน้ำที่ไหลเข้ายังไม่ลดลง คาดว่าใน 3 ถึง 5 วันนี้จะมีปริมาณน้ำส่วนหนึ่งไหลล้นข้ามอาคารระบายน้ำล้นลงแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี ตั้งแต่บริเวณท้ายอาคารระบายน้ำล้นของเขื่อนแก่งกระจานจนถึงเขื่อนเพชร (อ่านข่าว  : อัพเดทล่าสุด คลิปภาพน้ำล้นเขื่อนแก่งกระจาน ย้ำเตือนคนเพชรบุรีพร้อมรับมือด่วน)

 

 

ขณะที่ นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขึ้น ฮ. บินสำรวจสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเพชรบุรีเหนือเขื่อนแก่งกระจานว่า จากการติดตามคาดว่าน้ำจะเต็มเขื่อนแก่งกระจานในอีกประมาณ 10 ชั่วโมงข้างหน้า จากนั้นน้ำส่วนเกินที่ล้นสปินเวย์ ประมาณ 300 ลูกบาศก์ (ลบ.ม.)ต่อวินาที จะลงมายังเขื่อนเพชรบุรีใน 10 ช.ม. ต่อมา และเข้าตัวเมืองเพชรบุรีประมาณเที่ยงวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม โดยคาดว่าระดับน้ำที่เข้าแม่น้ำเพชรในตัวเมืองสูงกว่าปี 2560 ประมาณ 50 ซ.ม. ผู้ว่าฯเพชรบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและได้เตรียมแจ้งเตือนประชาชนแล้วและจะมีการแจ้งเตือนต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้จากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องและไหลลงอ่างมากกว่า 24 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ทำให้คาดว่าน่าจะส่งผลกระทบต่อเมืองเพชรบุรีนานประมาณ 1-2 เดือน โดยกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ ตลอดเส้นทางเพื่อเร่งให้น้ำออกทะเลเร็วที่สุด

 

 

สำหรับการประเมินแผนปฏิบัติการรับมือสภาพอากาศและสถานการณ์ฝนช่วงวันที่ 4 – 8 ส.ค.2561 ที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลทำให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นบริเวณชายขอบประเทศภาคตะวันตก และ ภาคอีสาน เนื่องจากเป็นแนวปะทะของฝน โดยจะตกมากในภาคตะวันตก และมีน้ำไหลเข้าเขื่อน 4 เขื่อนมากขึ้น คือ ศรีนครินทร์ วชิราลงกรณ แก่งกระจาน และปราณบุรี

 

โดยพบว่า 1 วันปริมาณน้ำขึ้นมามากถึง 150 ล้านลบ.ม. โดยปัจจุบันปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มีปริมาณน้้ำประมาณ 690 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 97% ของความจุเขื่อน 710 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำไหลเข้า 24.8 ล้าน ลบ.ม./วัน ระบายออก 9.30 ล้าน ลบ.ม./วัน คงเหลือพื้นที่รับน้ำอีกประมาณ 40 เซนติเมตร คาดว่าภายในวันที่ 5 สิงหาคม น้ำจะไหลล้นระดับ spillway

 

 

 

นายสมเกียรติกล่าวว่า มาตรการระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน คือ การระบายทางช่องทางระบายน้ำในลำน้ำเดิมวันละ 8.6 ล้านลูกบาศก์เมตร และติดตั้งกาลักน้ำ 12 แถวระบายได้ 0.5 ล้าน ลบ.ม./วัน และ เพิ่มเครื่องสูบน้ำ Hydro Flow อีก 20 เครื่อง ระบายน้ำได้ 2.6 ล้าน ลบ.ม./วัน รวม 2 ส่วนระบายน้ำได้ 3.1 ล้าน ลบ.ม./วัน นอกจากนี้ ยังมี Spillway เมื่อน้ำถึงระดับเก็บกักสูงสุด สามารถระบายได้อีก โดยไม่กระทบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อน

 

สำหรับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจากเขื่อนแก่งกระจาน ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้ทำหนังสือไปยังอำเภอ นายกเทศมนตรีเมือง และปภ.เพชรบุรี เพื่อแจ้งให้แจ้งเตือน และเตรียมช่วยเหลือชาวบ้าน จากการระบายนำออกจากเขื่อนแก่งกระจาน ทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อน จนถึงปลายแม่น้ำเพชรบุรี หากมีการระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน ตั้งแต่บริเวณด้านท้ายอาคารระบายน้ำล้นเขื่อนแก่งกระจานจนถึงเขื่อนเพชร พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบอาจจะทำให้มีระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2.87-4.51 เมตร ขณะที่พื้นที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนเพชร ตั้งแต่บริเวณเขื่อนเพชร จนถึงปลายแม่น้ำเพชรบุรีจากตั้งแต่ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีลงมา โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ คือ พื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองท่าแร้ง ต.ท่าแร้ง ต.ท่าแร้งออก ต.บ้านแหลม ต.บางขุนไทร อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี (อ่านข่าว : ไม่เกิน10ช.ม.น้ำล้นเขื่อนแก่งกระจาน...ท่วมยาว 1-2 เดือน!!)

 

 


ด้าน นายกอบชัย บุญอรณะ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมหลัง จ.เพชรบุรี จะมีการระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน อาจมี 5 อำเภอได้รับผลกระทบ ว่า เท่าที่ทราบทางจังหวัดได้แจ้งอำเภอและประชาชน ให้เตรียมความพร้อมว่าจะมีการพร่องน้ำและระบายน้ำ โดยจะให้มีผลกระทบน้อยที่สุด ขณะที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้ประชุมเตรียมความพร้อมกับนายอำเภอทั้ง 5 อำเภอ เพื่อให้ประชาชนเตรียมเก็บของขึ้นสู่ที่สูง และกำหนดจุดอพยพไว้ตามแต่ละจุดของอำเภอ

 

“ต้องดูตามแนวการไหลของน้ำ ต้องแจ้งเตือนพื้นที่ที่อยู่ตามแนวการไหลของน้ำ เพื่อรองรับพื้นที่อพยพ หากมีความเสี่ยงหรืออาจเกิดอันตรายกับประชาชน เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าฯ นายอำเภอ และผู้บริหารท้องถิ่น ผมเชื่อว่าท้องถิ่นทุกที่ได้ประเมินความเสี่ยงไว้แล้วเพื่อหาจุดอพยพที่ปลอดภัย ทางปภ.เองก็ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำเพื่อให้ทันต่อการช่วยเหลือไว้ตามจุดต่างๆ เท่าที่ทราบทางจังหวัดได้ประสานไปยังกองทัพเรือเพื่อขอเรือผลักดันน้ำมาช่วยเพิ่มเติมด้วย” รองอธิบดี ปภ.กล่าว (อ่านข่าว : ด่วนที่สุด! เตรียมอพยพประชาชน 5อำเภอ"เพชรบุรี" หลังน้ำจ่อทะลักท่วมเขื่อนแก่งกระจาน)

 

 

ต่อมา ด้าน ราชสีห์ จิตอาสา ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพ การเดินทางมารับทรายที่สำนักงานเทศบาลเมืองเพชรบุรี ของประชาชนในเขตอำเภอเมืองเพื่อเตรียมป้องกันกระแสน้ำที่จะไหลมาท่วมพื้นที่ดังกล่าว โดยระบุว่า #เพชรบุรี #ประชาชนเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วม ประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี มาตักทราย กั้นน้ำ ณ สนง.เทศบาลเมืองเพชรบุรี ที่ทางการได้เตรียมไว้ให้ เวลานี้ (อ่านข่าว :  ชาวเมืองเพชรขนกระสอบทรายตั้งกำแพงสู้แล้ว อาจท่วมหนักและนาน ผู้ว่าฯประกาศไม่ให้มีคนตาย)

 

 


ขณะที่ด้าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามปริมาณน้ำในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำทั่วประเทศโดยเฉพาะที่เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังจากที่ได้รับทราบรายงานว่าปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นเพราะมีฝนตกอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน และมีโอกาสที่น้ำจะล้นสปิลเวย์หรือทางน้ำล้น และไหลเข้าสู่เขื่อนเพชรบุรีและตัวเมืองเพชรบุรีตามลำดับ นอกจากนั้น ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีผ่านกระทรวงมหาดไทยให้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม โดยขนย้ายทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูง และวางแผนการดำเนินชีวิตในช่วงที่น้ำท่วม ส่วนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องให้เตรียมดูแลทั้งเรื่องเส้นทางคมนาคม การสาธารณสุข โรงพยาบาล ไฟฟ้า ประปา รวมถึงจุดอพยพประชาชนและการจัดหาอาหารและสิ่งของที่จำเป็นให้พร้อม (อ่านข่าว :  นายกฯ ห่วงใยสถานการณ์น้ำโดยเฉพาะเขื่อนแก่งกระจาน สั่งทุกหน่วยงานเตรียมรับมือ(รายละเอียด))

 

 

 



ต่อมา มีการระบุว่า ในวันที่ 5 ส.ค. 61 จากอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนแก่งกระจานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพบว่า 1 วันปริมาณน้ำขึ้นมามากถึง 150 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อน 690 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 97% ของความจุเขื่อน 710 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำไหลเข้า 24.8 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ระบายออก 9.30 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน คงเหลือพท.รับน้ำอีกประมาณ 40 เซนติเมตร  โดยน้ำจะไหลล้นระดับสปิลเวย์ ซึ่งมาตรการระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน คือ การระบายทางช่องทางระบายน้ำในลำน้ำเดิมวันละ 8.6 ล้านลูกบาศก์เมตร และติดตั้งกาลักน้ำ 12 แถวระบายได้ 0.5 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน และเพิ่มเครื่องสูบน้ำ Hydro Flow อีก 20 เครื่อง ระบายน้ำได้ 2.6 ล้าน ลบ.ม.ต่อวันรวม 2 ส่วนระบายน้ำได้ 3.1 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน และหากน้ำล้น Spillway เมื่อน้ำถึงระดับเก็บกักสูงสุดยังระบายได้อีก ยืนยันไม่กระทบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อน ทั้งนี้ พื้นที่ 5 อำภอ ที่จะได้รับผลกระทบยกของขึ้นที่สูง ได้แก่ อ.บ้านแหลม อ.เมือง อ.บ้านลาด อ.แก่งกระจาน และอ.ท่ายาง 

 

ขณะที่ในทวิตเตอร์ Nalinee Siriked โพสต์คลิปพร้อมข้อความว่า กรมอุทยานฯเปิดเผยสาเหตุที่ทำให้เขื่อนแก่งกระจาน น้ำล้นอย่างรวดเร็วกว่าปกติ เป็นเพราะป่าต้นน้ำถูกทำลาย มีการตัดโค่นต้นไม้จนเหลือแต่ตอ เมื่อฝนตก แม้จะตกไม่มาก น้ำก็ไหลลงเขื่อนและแม่น้ำเพชรบุรี อย่างรวดเร็ว

 

 

 

โดยตั้งแต่ วันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา จนท.กรมอุทยานฯ ตรวจพื้นที่ป่าแก่งกระจานในพื้นที่ป่าต้นน้ำเพชรบุรี บริเวณใจแผ่นดิน ห้วยสามแพ่ง บางกลอยบน และ ห้วยเต่าดำ พบป่าไม้ถูกทำลาย ไม่มีต้นไม้ดูดซับร้ำฝนที่ตกลงมา จะตกมากหรือน้อย ก็ไหลลงแม่น้ำเพชรบุรีและเข้าเขื่อนอย่างรวดเร็ว  (อ่านข่าว : กรมอุทยานฯเปิดสาเหตุ น้ำในเขื่อนแก่งกระจานล้นเร็วกว่าปกติ...ที่แท้ก็ฝีมือมนุษย์(คลิป))


ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจาน โดยเผยถึง ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ได้คำนวณปริมาตรน้ำปัจจุบัน ยังคงมีน้ำไหลเข้าอ่างฯมากกว่าการระบายน้ำออก จึงคาดว่าน้ำจะเริ่มล้น Spillway ในวันที่ 5 ส.ค. 61 เวลาประมาณ 22.00 น.  แต่จะไม่ทำให้เขื่อนเสียหายแน่นอน เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน Spillway ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จะค่อยๆ ปรับระดับน้ำขึ้น คล้ายกับการเอียงขันน้ำแต่น้อย เพื่อเทน้ำออกจากขัน ดังนั้น ต้องใช้ช่วงเวลาระยะหนึ่งกว่าน้ำจะไหลผ่าน Spillway เต็มที่ และต้องใช้เวลากว่า 12 ชั่วโมงจึงจะไหลไปถึงเขื่อนเพชรบุรี ซึ่งในขณะนี้เขื่อนเพชรบุรีจะสามารถหน่วงน้ำส่วนนี้ ได้ช่วงเวลาหนึ่ง ส่วนน้ำที่เกินจากเขื่อนเพชรบุรีต้องใช้เวลา 20 ชั่วโมงกว่าจะถึงอำเภอเมืองเพชรบุรี  (อ่านข่าว : เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด24ชั่วโมง "อธิบดีกรมชลฯ" คาด สี่ทุ่มคืนนี้น้ำล้นSpillway เเต่ไม่ทำให้"เขื่อนเเก่งกระจาน"เสียหายเเน่นอน)

 

 

กรมชลประทาน ได้วางแผนเตรียมการป้องกันน้ำท่วมไว้ก่อนหน้านี้ โดยใช้บทเรียนจากปี 2559 และ ปี 2560 มาปรับใช้เตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อนเข้าสู่ฤดูฝน โดยดำเนินการเสริมคันกั้นน้ำแม่น้ำเพชรบุรี พร้อมทั้งตรวจสอบความแข็งแรงของอาคารชลประทานอย่างต่อเนื่อง และติดตั้งอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ ก่อนเกิดฝนตกหนัก ยังจุดเสี่ยง โดยเฉพาะจุดที่เกิดน้ำท่วม ทั้งยังทำการพร่องน้ำ เร่งระบายน้ำแม่น้ำเพชรบุรี โดยเครื่องผลักดันน้ำ และ เครื่องสูบน้ำ จากทุกหน่วยงาน รวมทั้งตรวจการขึ้นลงน้ำทะเล ประกอบการวางแผนการเร่งระบายน้ำโดยติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง 

 

 

อีกทั้งได้ทำการประเมินสถานการณ์น้ำ ที่จะระบายผ่านเขื่อนเพชร ในอัตราการระบาย ดังนี้ หากปริมาณไหลผ่านในอัตรา 50-100 ลบ.ม./วินาที จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ ต.ท่าแร้ง ต.ท่าแร้งออก ต.บ้านแหลม ต.บางขุนไทร กรณีระบายน้ำในอัตรา 100-150ลบ.ม./วินาที จะเข้าท่วมเพิ่มเติมพื้นที่ ต.หนองโสน ต.บ้านกุ่ม ต.บางครก อัตราการระบายน้ำปริมาณ 150-200ลบ.ม./วินาที จะเข้าท่วมเพิ่มเติมพื้นที่ ต.คลองกระแซง ต.บ้านหม้อ ต.ท่าราบ ต.ต้นมะม่วง อัตราการระบายน้ำปริมาณ 200-400 ลบ.ม./วินาที จะเข้าท่วมเพิ่มเติมพื้นที่ ต.บ้านลาด ต.ตำหรุ ต.ท่าเสน ต.ถ้ำรงค์ ต.สมอพลือ และไหลลงคลองส่งน้ำ อัตราการระบายน้ำปริมาณ 400-600 ลบ.ม./วินาที จะเข้าท่วมเพิ่มเติมพื้นที่ ต.ท่ายาง ต.ยางหย่อง และถ้าอัตราการระบายน้ำปริมาณมากกว่า 600 ลบ.ม./วินาที จะเข้าท่วมเพิ่มเติมพื้นที่ ต.ท่าแลง ต.ท่าคอย และไหลเข้าคลองส่งน้ำ ทั้งนี้ หากมีน้ำล้นทางระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ทุก ๆ อัตรา 10 ลบ.ม./วินาที จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีมีระดับน้ำสูงขึ้นประมาณ 10-15 ซม. ส่งผลกระทบกับพื้นที่ลุ่มต่ำ ขอให้ชาวบ้านริมแม่น้ำเพชรบุรี ที่มีสิ่งปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำติดแม่น้ำ ท้ายเขื่อนแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอเมือง อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ขอให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และเคลื่อนย้ายเด็กเล็ก คนชรา และผู้ป่วย ออกจากพื้นที่ 

 

สถานการณ์ ณ วันที่ 5 ส.ค. 61 ระดับในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณใต้เขื่อนเพชร ลงมาจนถึงเมืองเพชรบุรี ยังต่ำกว่าตลิ่ง เฉลี่ย 2-3 เมตร กรมชลประทานได้ทำการระบายน้ำผ่านเขื่อนเพชรบุรี ผ่านทางช่องระบายน้ำปกติ กาลักน้ำ และเครื่องสูบน้ำ อยู่ที่ 115 ลบ.ม./วินาที ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เมืองเพชรบุรี อธิบดีกรมชลประทานมั่นใจว่า จากการทำงานที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า แก้ไขสถานการณ์อย่างเป็นระบบ และติดตามความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการบูรณาการร่วมมือกันปฏิบัติงานกันทุกหน่วยงาน และองค์กรการกุศล ที่เกี่ยวข้อง จะทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด (อ่านข่าว : อธิบดีกรมชลประทาน เผย สถานการณ์น้ำเขื่อนแก่งกระจานล่าสุด!! )

 

 

 

ขณะที่ ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง ได้รายงานว่า "20 เรือผลักดันน้ำ ออกเดินทางแล้ว คาดถึงเพชรบุรี บ่าย3 ติดตั้ง 2 จุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ บิ๊กปิ๊ค พลเรือโทบรรพต เกิดภู่ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ปล่อยขบวนรถลำเลียง “เรือผลักดันน้ำ” 20 ลำ พร้อมกำลังพล 70 นาย ออกเดินทางจากอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เพื่อไปเร่งผลักดันน้ำ ในพื้นที่จ.เพชรบุรี  โดยจะเดินทางเข้าพื้นที่ บริเวณวัดคุ้งตำหนักอ.บ้านแหลม และมีภาพล่าสุดว่าเดินทางถึงพื้นที่แล้ว

 

โดยมีพลเรือตรีวัตรกิจ ยกสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือดูแล รับผิดชอบ ทั้งนี้ผู้อำนวยการชลประทาน เสนอว่า เส้นทาง ที่เหมาะจะติดตั้ง เรือผลักดันน้ำ มีอยู่ 2 จุด คือ 1.จุดติดตั้งเดิมของ ทร. วัดคุ้งตำหนัก อ.บ้านแหลม 2. จุดติดตั้ง เหนือขึ้นไปไม่กี่กิโลเมตร บริเวณวัดเขาตะเคราอ.บ้านแหลม ซึ่งปัจจุบันจะติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำของกรมชลประทาน ซึ้งทั้งสองพื้นที่เป็นพื้นที่ใกล้เคียงกัน แต่ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ประกาศเป็นภัยพิบัติ ส่วนเหนือขึ้นไป จนถึงตัวจังหวัดไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสม

 

 

ทางด้านทวิตเตอร์ armypr_news ของคณะคสช. ยังรายงานด้วยว่า สถานการณ์น้ำในจังหวัดเพชรบุรีตอนนี้ เจ้าหน้าที่เขื่อนและทหารกำลังเร่งช่วยกันต่อท่อระบายน้ำ​ เพื่อลดปริมาณน้ำภายในเขื่อนแก่งกระจาน ขณะที่กองร้อยช่วยเหลือประชาชนจาก กองพันทหารราบที่3 กรมทหารราบที่11 รอ.130 นาย เตรียมยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นรถ,เรือ ,เสื้อชูชีพ, กระสอบทรายกว่า 8,000 ใบ ชุดซ่อมรถ,เปลสนาม พร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง 

 

 



และในเฟซบุ๊กของคุรรินดา กานนต์ ยังเผยภาพทีมงานพญานาค ท่อสูบน้ำซิ่งที่เดินทางไปช่วยเหลือภารกิจครั้งนี้ระบุว่า "พญานาคซิ่ง..จะออกศึกไปเขื่อนแก่งกระจานแล้วค่ะ พี่น้อง...>> บ่ายนี้รู้เรื่องแก่งกระจาน เดี๋ยวเจอท่อซิ่งชุดใหญ่ไฟกระพริบ พวกพี่จะสูบให้แห้งเลย รอคำตอบยืนยันช่วงบ่าย ทีมงานบอกพร้อมสุดๆ แสตนบายรอ 3 เครื่อง" (อ่านข่าว : น้ำใจไทยสุดๆ ทัพบกจัดกำลังดูแล24ชม.เรือดันน้ำทร.ถึงเพชรบุรี มีเฮทีมท่อพญานาคซิ่งพร้อมลุยศึกแก่งกระจาน)

 

 

 

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนเรื่อง "คลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ และฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย" ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 06 สิงหาคม 2561 โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 6-9 ส.ค. 61 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย

 

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคตะวันออกให้ระวังคลื่นที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

 

 

ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทย มีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง (อ่านข่าว : อัพเดทละเอียดยิบ เขื่อนแก่งกระจานน้ำยังไม่ล้นสปิลเวย์ กรมอุตุฯแจ้งย้ำ6-9ส.ค.ไทยระวังฝนหนักเพิ่ม)

 

 

ขณะที่ ทาง สทนช. ยังเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม และประกาศพื้นที่สีแดง ใน จ. เพชรบุรี 5 อำเภอ หลังระดับน้ำล้นเขื่อนแก่งกระจานเมื่อเวลา 10.00 น.  ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอบ้านแหลม  ซึ่งทั้งหมดเป็นพื้นที่ใกล้แม่น้ำเพชรบุรี ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว รีบยกของขึ้นที่สูงระดับน้ำ 1 เมตร เตรียมย้ายเครื่องสูบน้ำออกจากสันเขื่อนด้วย (อ่านข่าว : สทนช.กางแผนที่สีแดง 5 อำเภอเพชรบุรี แจ้งเวลารับน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ล่าสุดๆภาพยืนยันล้นสปิลเวย์แล้ว)

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นางสาวอัจจิมา วรรณโร