นับถือหัวใจ!!! "ชาวนา" ปลายน้ำใจเด็ด ขอรับน้ำจากถ้ำหลวง ท่วมนา 120 ไร่ ขอช่วย 13 ชีวิตก่อน เลี้ยงเป็ด-ปลาแทนก็ได้!!!

นับถือหัวใจ!!! "ชาวนา" ปลายน้ำใจเด็ด ขอรับน้ำจากถ้ำหลวง ท่วมนา 120 ไร่ ขอช่วย 13 ชีวิตก่อน เลี้ยงเป็ด-ปลาแทนก็ได้!!!

Publish 2018-07-02 09:24:09


จากกรณีทีมนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชรวม 13 คน ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย. 61 โดยเจ้าหน้าที่พยายามเร่งค้นหาตัวผู้สูญหายภายในถ้ำ พร้อมกับระดมเครื่องสูบน้ำระบายให้เจ้าหน้าที่ทำงานด้านในสะดวกขึ้น รวมถึงหาโพรงที่คาดว่าน้ำอาจจะซึมเข้าไปด้านใน นำไปสู่การค้นพบโพรงที่สามารถเชื่อมต่อกับภายในถ้ำหลวงได้



ล่าสุดเมื่อวานนี้ (1 ก.ค. 61) นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ หน่วยไฟป่า และประชาชนในพื้นที่ในหมู่บ้านมูเชอร์ ร่วมกันเข้าสำรวจและเปลี่ยนทางน้ำ ที่เป็นต้นเหตุทำให้น้ำไหลเข้าถ้ำหลวง

การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือการปิดทางน้ำต้นทางชั่วคราว และให้เปลี่ยนทางน้ำไปทางอื่น ซึ่งวิธีนี้จะไม่ส่งผลระยะยาวแต่อย่างใด แต่ในระหว่างนี้ ควรต้องจัดการกับทางน้ำไหลเข้าทั้งหมด เพราะถ้ามีฝนตก แม้จะเร่งสูบน้ำออกถ้ำได้ปริมาณมาก แต่ถ้าไม่ปิดต้นทางน้ำ น้ำก็จะไหลเข้าไปเพิ่มเหมือนเดิม โดยวิธีการปิดทางน้ำอาศัยวิธีแบบชาวบ้าน คือใช้ต้นกล้วยป่า สังกระสี วางเรียงต่อ ๆ กันไป เพื่อกั้นทางน้ำให้บังคับไหลผ่านไปทางอื่น ไม่ลงไปที่โพรงที่เชื่อมต่อกับถ้ำหลวง

 

 

นอกจากนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่เข้าไปปิดรูโพรงทางน้ำ รวมถึงเข้าไปปฏิบัติการในเขตพื้นที่อุทยาน นายดำรงค์ ระบุว่า ในฐานะคนปฏิบัติงานในพื้นที่ ไม่ต้องเกรงกลัวเรื่องข้อกฎหมาย หรือถูกดำเนินคดีใด ๆ เพราะพื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศเป็นเขตช่วยเหลือฉุกเฉินแล้ว ดังนั้น การช่วยเหลือชีวิตคนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด และเป็นการได้บุญมาก
 

 

 

นางอามีเปีย ลาภดวงพร ชาวนาในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนเช่าพื้นที่นาส่วนนี้ไว้ 120 ไร่ ซึ่งไร่นาจุดนี้เคยประสบปัญหาน้ำท่วมเมื่อปี พ.ศ.2558 จนกระทั่งเกิดเหตุเด็ก 13 คนสูญหายในถ้ำ ก็มีการสูบน้ำออก น้ำที่ไหลลงมาจึงเป็นน้ำที่มาจากถ้ำหลวง โดยพื้นที่นาของตนเป็นพื้นที่รับน้ำ

ทั้งนี้ น้ำไหลลงมาจากถ้ำหลวง เข้าสู่พื้นที่นาของตนตั้งแต่ช่วง 4-5 วันก่อน และระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่วันนี้พบว่าน้ำเริ่มลดลงจากเดิมแล้ว ซึ่งตนปลูกต้นข้าวโพดไว้ และหากน้ำไหลลงมาอีก ก็อาจจะทำให้ต้นข้าวโพดที่ปลูกไว้ตาย แต่ตนก็คิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะอยากจะช่วยเด็ก ๆ ให้ปลอดภัย ตนยินยอมที่จะให้พื้นที่ของตนเป็นที่รับน้ำ เพื่อช่วย 13 ชีวิตให้ได้ก่อน แม้ตนจะต้องงดทำนาในปีนี้

 



นางอามีเปีย กล่าวต่อว่า หลังน้ำท่วมเข้านา ตนจึงเปลี่ยนไปเลี้ยงเป็ดแทน ซึ่งเป็ดสามารถลอยเหนือน้ำได้ จึงไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยซื้อเป็ดมาประมาณ 700 ตัว ตายไปแล้วเหลือ 600 ตัว แม้รายได้จะน้อยกว่าการทำนา แต่ก็ได้นำไข่เป็ดไปขายได้ทุกวัน นอกจากนี้ หลังจากน้ำไหลลงมาสู่ที่นา ก็มีปลาเข้ามาอยู่ด้วย จึงมีรายได้จากการจับปลาในท้องนาไปขายได้อีก ทำให้มีกำไรประมาณ 600-800 บาทต่อวัน อีกทั้งเจ้าของนาที่ตนเช่า ก็ช่วยเหลือให้ตนไม่ต้องจ่ายค่าเช่า

 

 

 

 

 

ขอบคุณ  รายการทุบโต๊ะข่าว อัมรินทร์ทีวี HD34




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อติ บุญเสริม