ไม่หนุนแต่ก็ไม่ห้าม!!! ล่าสุดๆจาก"ผู้การอุดรฯ" ถึง "มือปราบโก้" ขึ้นเวทีฟาดปาก "มาร์ค พิตบูล" งานนี้ต้องลุ้นคู่ชกเอางัย บอกเลยคนดูพร้อมมาก!?

Publish 2018-05-18 17:32:22

สืบเนื่องจากกรณีที่นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิทบูล ได้อัดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับคนหัวร้อนต่อยตำรวจ และบอกว่าตาต่อตาฟันต่อฟัน เจอตำรวจกวนตีนต่อยเลย จนเป็นข่าวในโลกออนไลน์พาดหัวว่า "ชกแมร่งไปเลย" นั้น และต่อมามีรายงานว่า เฟซบุ๊ก Pattawee Konwimon ของพ.ต.ท. ปฐวี ก้อนวิมล เจ้าของฉายาแรมโก้ รองผกก.ป้องกันปราบปราม สภ.หนองวัวซอ ภ.จว.อุดรธานี ได้โพสต์ข้อความท้าชกมาร์ค พิทบูล โดยจะเอาเงินที่ได้จากการจัดท้าชกมวยไปทำประโยชน์ ซึ่งถ้าแพ้ก็ยอมรับ ถือเป็นการกีฬา พร้อมระบุว่าใส่เครื่องแบบต่อยยังได้
 

 



ล่าสุดพล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ได้เปิดเผยถึงกรณี ของพ.ต.ท.ปฐวี ก้อนวิมล รอง ผกก.ป้องกันปราบปราม สภ.หนองวัวซอ ภ.จว.อุดรธานี  หรือ รองโก้ ที่ได้โพสต์ในเฟซบุ๊คท้าชกมวยบนเวทีกับ มาร์ค พิทบูล อายุ 51 ปีประธานชมรมมิตรภาพพิทบูล และเจ้าตัวออกมาบอกว่าหากเป็นไปได้ก็พร้อมขึ้นเวทีและจะนำรายได้เป็นสาธารณกุศล ว่า สำหรับเรื่องที่ตำรวจท้าชกกับประชาชน เรื่องนี้ผู้บังคับบัญชาไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพราะว่าตำรวจเรารู้หน้าที่ตัวเองดีอยู่แล้วว่าเราจะทำอะไร และทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน 
 

 

 


ขอชี้แจ้งว่าหาก “รองโก้” ทำได้แต่ในนามส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวสถาบันตำรวจ ไปท้าทายกันเรื่องส่วนตัวก็ว่ากันไป ยกตัวอย่าง “ศรีสะเกษ” ชกมวยคงไม่ผิดวินัย ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว และเป็นอาชีพ มันสามารถทำได้ แต่เมื่อเอาสถาบันตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยจะขึ้นชกในเครื่องแบบเต็มยศมันไม่เหมาะสม มันก้าวล่วงสถาบันตำรวจ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ทางผู้บังคับบัญชาก็ไม่สามารถอนุญาตให้ขึ้นชกแบบนี้ได้อยู่แล้ว ขณะนี้ “รองโก้”ยังไม่ถึงขั้นผิดวินัย แต่ได้กำชับผู้บังคับบัญชาในชั้นต้นให้ควบคุมกำกับดูแล

 


“หากเป็นเรื่องส่วนตัวก็ว่ากันไป ยิ่งหากชกกันแล้วทำไปเชิงสร้างสรรค์ ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี ก็ไปว่ากันในกติกาของเกมกีฬา ขอย้ำหากขึ้นชกโดยสวมเครื่องแบบ ทางผู้บังคับบัญชาไม่สามารถอนุญาตให้ขึ้นชกได้” 

 


สำหรับผู้บังคับบัญชาระดับสูง ก็มองว่ารู้สึกไม่สบายใจเนื่องจากกระแสออกมาไม่ค่อยดี โดยการขึ้นชกแบบนี้ส่วนตัวแล้วมองเป็นการไม่สมควร ตำรวจเรามีหน้าที่พิทักษ์รับใช้ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “รองโก้”จบจากนักเรียนนายร้อย ซึ่งนักเรียนนายร้อยทุกคนจะต้องท่องอุดมคติตำรวจทุกวัน คือ เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ กรุณาปราณีต่อประชาชน อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ไม่มักมากในลาภผล มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ดำรงตนในยุติธรรม กระทำการด้วยปัญญา รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต นี่คือคติของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

 

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Pattawee Konwimon



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล