ใครมีเงินฝากต้องอ่าน!! คลังออกแจงกรณีข่าวลือ ริบเงินในบัญชีธนาคารนิ่งเกิน 10 ปีเข้าคลัง ??(รายละเอียด)

ใครมีเงินฝากต้องอ่าน!! คลังออกแจงกรณีข่าวลือ "ริบเงินในบัญชีธนาคารนิ่งเกิน 10 ปีเข้าคลัง" ??(รายละเอียด)

Publish 2017-11-03 09:04:14

กระทรวงการคลังได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่มีข่าวออกมาว่า กระทรวงการคลังจะมีการยึดเงินในบัญชีธนาคารที่ไม่มีความเคลื่อไหวเกิน 10 ปี โดยข้อความดังกล่าวได้ทำการเผยแพร่ผ่าน เพจเฟสบุ๊คกรมประชาสัมธ์ดังนี้

ริบเงินในบัญชีธนาคารนิ่งเกิน 10 ปีเข้าคลัง..ความจริงคือ "กระทรวงการคลังจะเปลี่ยนแหล่งเก็บเงินของประชาชนที่บัญชีธนาคารไม่เคลื่อนไหวเกิน 10 ปี เพื่อไม่ให้กระทบเงินต้นของบัญชีอื่นในธนาคาร ซึ่งประชาชนมีสิทธิขอคืนได้ตลอดเวลา ไม่ได้มีการริบเอาไว้"
 

 



กระทรวงการคลังชี้แจงข้อวิจารณ์การยกร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของสถาบันการเงิน พ.ศ. ....ซึ่งมีการปล่อยข่าวให้คนเข้าใจผิดว่ารัฐบาลอยู่ในภาวะ “ถังแตก” และถือเป็นการ “ปล้นเงิน” ประชาชนนั้น ข้อเท็จจริงคือ
1. ฐานะการคลังของรัฐบาลอยู่ในระดับที่เข้มแข็ง โดยระดับเงินคงคลัง ณ สิ้นปีงบประมาณ 2560 อยู่ที่ 523,758 ล้านบาท และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 82,458 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าฐานะการคลังยังอยู่ในระดับที่เข้มแข็งและเพียงพอต่อการรองรับมาตรการการคลังเพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป
2. ร่างพ.ร.บ.การบริหารจัดการบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของสถาบันการเงิน พ.ศ. .... เป็นการให้อำนาจกระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแลเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเกินกว่า 10 ปีขึ้นไปของประชาชนแทนสถาบันการเงิน โดยนำเงินดังกล่าวฝากไว้ที่บัญชีเงินคงคลัง ซึ่งเป็นแหล่งรับฝากเงินที่มีความปลอดภัยเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อเงินต้นของประชาชน เนื่องจากประชาชนมีสิทธิขอคืนได้ตลอดเวลา

 

 


3. ร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้รัฐจัดทำระบบการค้นหาข้อมูลออนไลน์เพื่อสืบค้นเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหว เพื่อให้ประชาชนเจ้าของบัญชีหรือทายาทตามกฎหมายสามารถสืบค้นและขอเงินต้นคืนได้ตลอดเวลา ผ่านการดำเนินการตามกระบวนการที่กำหนด
4. ในต่างประเทศได้มีการดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกัน เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ ไอร์แลนด์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น โดยส่วนใหญ่จะนำเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวมาบริหารจัดการเพื่อนำเงินส่วนหนึ่งไปเพื่อสาธารณประโยชน์ และกันเงินสำรองอีกส่วนหนึ่งไว้เพื่อคืนเงินแก่ประชาชนที่มาขอเรียกเงินคืน
5. ดังนั้น เจตนาของการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ จึงไม่เกี่ยวข้องกับข้อวิจารณ์คลังถังแตกแต่อย่างใด

กระทรวงการคลัง

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจเฟสบุ๊คกรมประชาสัมพันธ์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุริยวงศ์ หิรัญเตโช