ข่าวดี!! 1 ส.ค นี้ เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกฟรี นร.หญิง ป.5 ทั่วประเทศ

Publish 2017-07-18 20:37:08

จากสถิติพบว่า ทุก 1 นาที จะมีผู้หญิง 1 คนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับที่ 2 ของโลก สำหรับในประเทศไทยอยู่ในอันดับ 4 รองจาก มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ และมะเร็งปอด ที่เสียชีวิตมากถึงวันละ 14 คน หรือปีละ 5,000 คน และมีผู้ป่วยใหม่ปีละกว่า 10,000 คน จึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ในการป้องกัน




สถิติของโรคมะเร็งปากมดลูก ที่หญิงไทยเป็นอยู่ในอันดับ 4 รองจาก มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ และมะเร็งปอด  คร่าชีวิตมากถึงวันละ 14 คน หรือปีละ 5,000 คน และมีผู้ป่วยใหม่ปีละกว่า 10,000 คน ซึ่งมะเร็งปากมดลูกเกิดขึ้นในหญิงที่มีอยู่ระหว่าง 35- 60 ปี โดยสาเหตุเกิดจาก
1. การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุไม่ถึง 17 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปากมดลูกมาก และมีความไวต่อสารก่อมะเร็งสูง
2. การติดเชื้อไวรัสทางเพศสัมพันธ์ โดยถ้าเป็นเชื้อ HPV จะอยู่นานถึง 15 ปี จึงจะแสดงอาการ และถ้าเคยเป็นโรค ซิฟิลิส และหนองใน ยิ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดเป็น มะเร็งปากมดลูก
3. การรับประทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นระยะเวลา 5 ปี  จะมีความเสี่ยง 1.3 เท่า  นาน 10 ปี มีความเสี่ยง 2.5 เท่า
4. คุณแม่ที่คลอดลูก 4 ครั้ง อาจมีโอกาสเป็นโรคนี้ด้วย

วันนี้ (18 ก.ค.) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชัน นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวภายหลังเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การให้บริการวัคซีนเอชพีวี ในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เขตกรุงเทพมหานคร” ว่า การฉีดวัคซีนเอชพีวี จะได้รับวัคซีนจำนวน 2 เข็ม โดยเข็มที่ 1 จะเริ่มวันที่ 1 ส.ค. นี้ ส่วนเข็มที่สองจะต้องทิ้งช่วงห่างจากเข็มแรกประมาณ 6 เดือน โดยจะเริ่มในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีนักเรียนหญิง จากโรงเรียนทุกสังกัด ทั้ง กทม. กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนเอกชนและนานาชาติ รวม 875 แห่ง ซึ่งการฉีดวัคซีนจะดำเนินการโดยสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค สำนักอนามัย กทม. และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขตที่ 13 กทม. จัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าไปดำเนินการฉีดวัคซีนให้ภายในโรงเรียนแต่ละแห่ง แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเริ่มจากโรงเรียนใดเป็นแห่งแรก เพราะอยู่ในช่วงความเข้าใจแนวทางให้ตรงกัน
“ขณะนี้ได้จัดซื้อวัคซีนเรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. นี้ โดยตกอยู่ที่เข็มละประมาณ 200 กว่าบาท ซึ่งถูกกว่าราคาที่ยังไม่ได้ต่อรองหลายเท่าตัว ซึ่งผ่านการศึกษาแล้วว่ามีความปลอดภัย คุ้มค่า คุ้มทุน จึงขอเชิญชวนครูและผู้ปกครองทำความเข้าใจ ศึกษาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจอนุญาตให้บุตรหลานของท่านที่เป็นเด็กหญิงชั้น ป.5 เข้ารับบริการวัคซีนเอชพีวี อันเป็นการลดผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกรายใหม่และโรคนี้หมดไปจากประเทศไทย” อย่างไรก็ตาม ข้อห้ามในการฉีดวัคซีน คือ กลุ่มที่เคยมีประวัติการแพ้วัคซีน ส่วนผลข้างเคียงถือว่ามีน้อย คือ มีอาการบวมแดงบริเวณจุดที่ฉีด หรือมีอาการเป็นไข้ ตัวร้อน ซึ่งพบได้ในบางรายเท่านั้น
 


นพ.วงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ รอง ผอ.สำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า กทม. ให้ความสำคัญเรื่องการให้บริการฉีดวัคซีนเอชพีวี ซึ่งที่ผ่านมา นักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. ได้รับวัคซีนมาแล้ว 2 ปี ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า วัคซีนมีความปลอดภัยสูง อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 ตามที่ประเทศไทยมีนโยบายระดับชาติในเรื่องนี้ ถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญของประเทศที่เด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.5 ประมาณ 4 แสนคนทั่วประเทศ จะได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง 
ซึ่งการฉีดวัคซีนเป็นการป้องกันตั้งแต่แรกเริ่มจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากเมื่อเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้วจะมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างสูง โดยการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก หรือวัคซีนเอชพีวีให้เด็กหญิงในช่วงอายุ 10 - 12 ปี จะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากเป็นการป้องกันตั้งแต่ยังไม่ติดเชื้อคือ ก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ซึ่งขณะนี้ได้บรรจุวัคซีนเอชพีวีลงในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เพื่อฉีดให้กับนักเรียนหญิงชั้น ป.5 ทั่วประเทศ ซึ่งมีประมาณ 4 แสนคน



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กนกวรรณ โอวาส