คนไทยสุดซาบซึ้ง จากน้ำพระราชหฤทัย พระเจ้าอยู่หัว ร.๑๐ ทรงห่วงใย พสกนิกรแขกของพระองค์!! สู่ทุกดวงใจของคนไทยทั้งแผ่นดิน

คนไทยสุดซาบซึ้ง จากน้ำพระราชหฤทัย "พระเจ้าอยู่หัว ร.๑๐" ทรงห่วงใย "พสกนิกรแขกของพระองค์"!! สู่ทุกดวงใจของคนไทยทั้งแผ่นดิน

Publish 2017-10-25 12:40:21

เหลือเวลาเพียง หนึ่งวันเท่านั้น สำหรับแห่งประวัติศาสตร์สำคัญของปวงชนชาวไทย   วันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งจากการคาดการ พสกนิกรจากทั่วประเทศต่างตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพิธีสำคัญ ซึ่งจากการคาดการจะมีประชาชนเดินทางเข้าร่วมตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวนประมาณ 1.5ล้านคน / วัน

 

สังเกตจากเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนจำนวนมากต่าง พากันเดินทางมา ปักหลักจับจองพื้นที่บริเวณรอบนอกท้องสนามหลวง เพื่อรอร่วมพระราชพิธี ในวันที่ 26 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ แม้ช่วงกลางดึกจะเกิดฝนตกอย่างหนัก ทำให้ประชาชนที่มาปักหลักพักค้างต้องวิ่งหลบฝนกัน แต่ทุกคนยังคงยืนหยัดไม่ย่อท้อ แม้ว่าล่าสุดจะได้ขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาที่มาปักหลัก ออกจากพื้นที่ไปก่อน เพราะเป็นเรื่องของฝ่ายรักษาความปลอดภัยที่ต้องเคลียร์พื้นที่ก่อน แล้วจากนั้นวันที่ 25 ตุลาคม เวลา 05.00 น. จึงจะเปิดให้ประชาชนเข้าพื้นที่ได้ตามปกติ 

 

จากความจงรักภักดี ที่พสกนิการ มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ไม่ว่าต้อง อดทนแต่สภาพอากาศ ทั้งแดด ทั้งฝน แต่ก็ไม่เคยยอท้อ และนับเป็นพระมหากรุณาอย่างหาที่สุดมิได้ ของ “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” ที่ทรงทอดพระเนตรถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ทรงมีรับสั่ง ฝากความห่วงใยมาถึงพสกนิกร

 

ทั้งนี้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหาร (ผบ.ทบ.) กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีความเป็นห่วงประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ บริเวณรอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ที่ต้องเจอกับสภาพอากาศแดดร้อนจัด ทำให้พื้นฟุตปาธซีเมนต์มีอุณหภูมิสูงขึ้น ทางกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.พระราชพิธีฯ) จึงได้ประสานมาทางกองทัพบกและกองทัพเรือให้จัดเตรียมวัสดุในการปูพื้นภายใน 2-3 วันนี้ซึ่งตนได้พูดคุยกับเจ้ากรมพลาธิการทหารบกเรียบร้อยแล้ว โดยให้เตรียมพื้นที่นอนที่เป็นแผ่นฟูกยางมาดัดแปลงใช้ปูบนพื้นฟุตปาธ ขณะนี้ได้เตรียมการเบื้องต้นไว้เรียบร้อยแล้ว

 

“พระองค์ท่านทรงห่วงใยประชาชนมาก พร้อมรับสั่งด้วยว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อประชาชนดีๆ อย่าไปดุ ไปเข้มงวดกับเขามากนัก” พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว

 

 




อีกทั้งทางด้านของนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากการที่มีประชาชนเข้าชมพระราชอิธีเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ จากเดิมกำหนดไว้ 4หมื่นคน ให้เพิ่มเป็น 7 หมื่นคน  เนื่องด้วย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งเปิดพื้นที่เพิ่มเติมให้ประชาชนข้ามไปอยู่ฝั่งริมกำแพงพระบรมมหาราชวังได้ ดังนั้นเท่ากับว่าจะมีประชาชนอยู่ทั้ง 2 ฝั่งถนน

อย่างไรก็ตามตลอดระยะช่วง การบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพที่ผ่านมา “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ และลงนามแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์  นำอาหาร ขนม ผลไม้ และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน โดยตั้งอยู่บริเวณทิศใต้ของท้องสนามหลวง ใกล้พระบรมมหาราชวัง ในทุกๆวัน


โดยเมื่อวันที่24 ต.ค. 59 เจ้าหน้าที่ทหารมหาดเล็กฯ คนหนึ่ง ได้เปิดเผยว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (พระยศในขณะนั้น) รับสั่งว่า พสกนิกรที่มาเป็นแขกของพระองค์ ฉะนั้น ต้องทำให้พสกนิกรได้รับความสะดวกสบายที่สุด ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด จึงได้พระราชทานอาหารโดยรับสั่งว่า ต้องดี ต้องอร่อย เมนูปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมแต่ละวัน เช่น ข้าวขาหมูตรอกซุง ข้าวแกงต่าง ๆ ก๋วยเตี๋ยว ซึ่งจะนำมาจากร้านที่มีชื่อเสียง 2 เจ้า ๆ ละ 2,500 ชุด แจกร่วมไปกับน้ำดื่มและน้ำสมุนไพรที่เตรียมไว้ 500 ลิตร เช่น น้ำเก๊กฮวย กระเจี๊ยบ พร้อมขนมจากร้านที่มีชื่อเสียง และขนมจากร้านสวัสดิการข้าราชบริพารในพระองค์ เช่น ซาลาเปานพเก้า ตลอดจนผลไม้ต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังจัดแพทย์อาสามาให้บริการพสกนิกรที่มาอีกด้วย



และนี่เป็นเพียงส่วนเล็กๆของพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร เพราะทุกครั้งพระองค์ท่านทรงแสดงให้เราคนไทยได้ประจักษ์เสมอมา ว่าพระองค์จักขอเป็นส่วนหนึ่งกับประชาชนคนไทยทุกคน นับเป็นพระมหากษัตริย์ของประชาชนโดยแท้ เราคนไทยทุกคนจะได้ถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ในอันที่จะร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานของในหลวง ร.9 ให้ประเทศได้เดินไปข้างหน้าด้วยความเจริญ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสืบไป
 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม

ติดตามข่าวอื่นๆ