อัญเชิญทวยเทพ ๑๖ชั้นฟ้า..เทพศาสตราวุธ "พระขรรค์โสฬส"หลวงปู่ศุขสร้างให้เสด็จเตี่ย พิธีกรรมสร้างที่เร้นลับ โลหะมงคลบรรจุเส้นผม..กระดูกผี!!

Publish 2018-05-19 17:33:43

พระขรรค์โสฬส หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
นอกจากตะกรุดสามกษัตริย์ ที่หลวงปู่ศุข ระเบิดน้ำลงไปทำให้ แล้วยังมีวัตถุมงคลอีกอย่างหนึ่ง ที่ท่านทำถวายเสด็จเตี่ย แม้แต่อ.ขุนพันธ์ จอมขมังเวท ยังอยากได้ ตามอยู่นานแต่ก็ไม่ได้ครอบครอง วัตถุมงคลนั้น คือพระขรรค์โสฬส

 

หลวงปู่ศุข

 

พระขรรค์โสฬส คือศาสตราวุธ ที่หลวงปู่ศุข ท่านได้อัญเชิญทวยเทพ ทั้ง๑๖ชั้นฟ้า มาอำนวยพร ในการทำพิธีกรรมในการจัดสร้างที่มีพิธีเข้มขลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา พระขรรค์โสฬส จึงจัดเป็นเทพศาสตราวุธ อย่างแท้จริงโดยจำลองรูปแบบมาจากพระขรรค์โบราณของพระมหากษัตริย์ ซึ่งเสด็จในกรมได้นำมาจากในวัง เพื่อเป็นต้นแบบ ซึ่งมีลักษณะที่สวยงามมากๆ

 

เสด็จเตี่ย

 

อีกทั้งมีพิธีกรรมในการจัดสร้างที่เร้นลับ ซับซ้อน ยิ่งกว่ามีดหมอ และเครื่องรางของขลังใดๆ ที่เคยมีการจัดสร้างมา ซึ่งเชื่อกันว่า มีเพียงแค่ ๗เล่มเท่านั้น เมื่อสร้างเสร็จแล้ว เสด็จในกรม ท่านได้ถวายคืนให้ หลวงปู่ศุขหนึ่งเล่ม ซึ่งพระขรรค์เล่มนี้เองได้สร้างความมหัศจรรย์ให้ปรากฏแก่สายตา ของผู้ที่ได้พบเห็นมามากแล้ว และหนึ่งในนั้นก็คือ ท่านขุนพันธ์ นั่นเอง

 

หลวงปู่ศุข

 



พระขรรค์โสฬสนี้ มีความยาว ๗นิ้ว ถ้ารวมด้ามด้วยก็จะยาว๑๑นิ้ว ตัวพระขรรค์ ทำจากยอดเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงปู่ศุข ท่านได้รวบรวมไว้นานแล้ว ผสมกับโลหะมงคล และวัสดุอาถรรพ์ อีกหลายชนิด

 

พระขรรค์(ภาพประกอบ)

 

โดยในการหล่อโลหะ ก่อนนำมาตีเป็นพระขรรค์นั้น เสด็จในกรมท่านได้ ทรงนำเครื่องทองนากส่วนพระองค์ เทผสมลงไปเป็นมงคลอีกต่างหาก ผสมกับแผ่นทองคำ เงิน และนาก ที่จารึกอักขระโดยหลวงปู่ศุข ทำพิธีปลุกเสก ข้ามพรรษา

 

พระขรรค์(ภาพประกอบ)


ที่ตัวพระขรรค์ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง จารึกอักขระ และเลขยันต์ ประจำตัว ของหลวงปู่ศุขมีผู้ถอดความเป็นภาษาขอม ออกมามีความหมาย บอกเล่า ความเป็นมา ของพระขรรค์ ลึกซึ้งมาก

 

หลวงปู่ศุข เสด็จเตี่ย

 

ด้ามพระขรรค์ ทำจากฝักคูน ตายพราย ภายในแก่นพระขรรค์ บรรจุกระดูกผีและเส้นผม ผีตายโหง ๗ ป่าช้า กับของอาถรรพ์อีกหลายอย่าง เมื่อสร้างพระขรรค์เสร็จเป็นเล่มสมบูรณ์แล้ว หลวงปู่ศุขท่านได้ทำพิธีปลุกเสกเดี่ยว นานตลอดพรรษาก่อนที่จะนำมาถวายให้แด่เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทั้งนี้เป็นที่เข้าใจกันว่า พระขรรค์โสฬสนี้ อยู่ที่เสด็จในกรมฯหนึ่งเล่ม หลวงปู่ศุขหนึ่งเล่ม ส่วนเล่มที่เหลือ อีก๕เล่ม อยู่กับพระบรมวงศานุวงษ์ ซึ่งไม่มีใครได้พบเห็นพระขรรค์ทั้ง๕เล่มนั้นอีกเลย

 


ในขณะที่พระขรรค์ประจำพระองค์ เสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ นั้นมีผู้พบเห็นทรงใช้ เป็นศาสตราวุธ ประจำพระองค์ ในบางครั้งโดยเฉพาะเวลาทรงเดินทางออกทะเล ส่วนพระขรรค์โสฬสเล่มที่อยู่กับหลวงปู่ศุขต่อมาได้ตกทอด มาอยู่ในครอบครอง ของหลวงตาแววลูกศิษย์ก้นกุฏิ ของหลวงปู่ศุข

 

เสด็จเตี่ย

 

เมื่อหลวงปู่ศุขได้มรณภาพแล้วหลวงตาแววได้นำพระขรรค์โสฬส ติดตัวออกจากวัดปากคลองมะขามเฒ่ามาด้วย และพระขรรค์นี้เป็นเครื่องรางของขลังที่หลวงตาแววรักและหวงแหน มากที่สุด โดยจะนำใส่ย่าม หรือพกไว้ที่เอว ตลอดเวลา

 

หลวงปู่ศุข


ความอัศจรรย์ของพระขรรค์นี้มีมากมาย สามารถใช้ได้สารพัดนึก มีความคงกระพัน สามารถแก้ไข และป้องกันคุณไสย ทำน้ำมันมนต์ไล่ภูติผี ปีศาจ และที่สำคัญเป็นมหาอุด ปกป้องคุ้มครองอันตราย ได้ทั้งหมู่คณะ

 

หลวงปู่ศุข

 

หลวงพ่อหลิมเคยเล่าว่าเมื่อคราวที่เกิดพายุกลางทะเล เสด็จในกรมฯ ท่านเคยอธิษฐานใช้พระขรรค์นี้กวัดแกว่งเพื่อสลายคลื่นลม ได้ผลมาแล้ว ภายหลังจากหลวงตาแววมรณภาพไป พระขรรค์เล่มนี้ ตกทอดไปยังลูกศิษย์ จนเกิดการ ยื้อแย่งกันและน่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ในช่วงหนึ่งพระขรรค์นี้ได้ตกไปอยู่ในหมู่โจร ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากที่ท่านขุนพันธ์เดินทางกลับจากภาคใต้แล้ว ขุนพันธ์ท่านเคยขอพระขรรค์เล่มนี้จากหลวงตาแวว แต่ท่านผัดผ่อนไว้ก่อน จนท่านมรณภาพ ขุนพันธ์ได้เพียรพยายามหาพระขรรค์ที่เหลืออยู่แต่ก็ไม่พบ ทั้งได้ให้เพื่อนสนิทที่พิจิตรช่วยตามหาพระขรรค์เล่มของหลวงปู่ศุขด้วย ซึ่งทราบมาภายหลังว่าลูกศิษย์ ของหลวงตาแววซึ่งเอาดีทางนักเลง เป็นผู้ขโมย ต่อๆกันไป จนในที่สุด ไปตกอยู่ที่ชุมโจรแห่งหนึ่ง

 

จากคำบอกเล่าของเสือออง ซึ่งปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ (ได้กลับตัวเป็นคนดีแล้ว) ได้เล่าไว้ว่าตนเองและพรรคพวกโจรได้ผลัดกันถือพระขรรค์นำหน้ากองโจร เวลาออกปล้น เคยปะทะกับเจ้าทรัพย์และตำรวจ แต่กระสุนปืน ไม่สามารถ ทำอะไรพวกเขาได้ หากโดนจ่อยิงใกล้ๆ ปืน ก็จะไม่ลั่น หรือไม่ดังหากอยู่นอกรัศมีออกไป กระสุนก็จะพลาดเป้าหมายไปหมด

 

เสืออองเล่าถึง การลองของความศักดิ์สิทธ์ของพระขรรค์เล่มนี้ ด้วยการใช้ปืนนานาชนิดมายิงเพื่อทดสอบ แต่กระสุนปืนไม่ลั่น แม้แต่นิดเดียว

การที่พระขรรค์ไปอยู่ในมือโจรนั้น ต้องใช้เวลานานหลายปีเลยทีเดียว กว่าจะแย่งเอากลับคืนมาได้
โดยหลวงพ่อหลิมได้ให้ศิษย์รุ่นน้องของท่านขุนพันธ์ ผู้หนึ่งซึ่งเป็นอดีตนายตำรวจมือปราบ ชาวพิจิตร ปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว ออกติดตามหา เกิดการปะทะต่อสู้กัน อยู่นานหลายปีจึงยึดพระขรรค์นี้มาจากมือโจรได้และหลังจากนายตำรวจท่านนี้เกษียณอายุราชการแล้วพระขรรค์นี้ก็ตกไปเป็นของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ต่อไปและจนในวาระสุดท้าย ท่านขุนพันธ์ท่านก็ยังไม่มีโอกาสได้ครอบครองพระขรรค์โสฬสเล่มนี่ อยู่นั่นเอง

 

ขอขอบพระคุรท่านเจ้าของภาพ เจ้าของบทความ และที่มาเนื้อหาข้อมูลมา ณ ที่นี้

ศิษย์สายวัดสะพานสูง

เพื่อเผยแผ่กิตติคุณครูบาอาจารย์เป็นสังฆบูชา


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศักดิ์ศรี บุญรังศรี