"หลวงปู่หลิว" สมัยเป็น "ฆราวาสปราบโจร" !! เดินทางไกลเสี่ยงภัย เพื่อฝึก "วิชากะเหรี่ยง" !! วิชาเลิศล้ำทำให้โจรไม่กล้าแม้เดินผ่าน !!

"หลวงปู่หลิว" สมัยเป็น "ฆราวาสปราบโจร" !! เดินทางไกลเสี่ยงภัย เพื่อฝึก "วิชากะเหรี่ยง" !! วิชาเลิศล้ำทำให้โจรไม่กล้าแม้เดินผ่าน !!

Publish 2018-04-28 17:22:47

หลวงปู่หลิว ปณฺณโก มีนามเดิมว่า หลิว นามสกุล แซ่ตั้ง (นามถาวร) บิดามีนามว่า คุณพ่อเต่ง แซ่ตั้ง มารดามีนามว่า คุณแม่น้อย แซ่ตั้ง ท่านเกิดเมื่อวันพฤหัสบดีขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือนอ้าย พ.ศ.๒๔๔๘ ปีมะเส็ง ( วันเกิดตามหลักฐาน ข้อมูลทะเบียนราษฎร์คือ วันศุกร์ที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๕๑ ) ที่หมู่บ้านหนองอ้อ ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด ๙ คน

ครอบครัวของหลวงปู่หลิว อยู่ในชนบทที่ห่างไกลความเจริญ บิดามารดามีอาชีพทำนา ต่างคนต่างต้องช่วยกันทำมาหากินกันไปตามสภาวะ หลวงปู่หลิวในวัยเด็กมีความคิดที่แตกต่างจากเด็กในวัยเดียวกันอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะไปวิ่งเล่นตามประสาเด็กในวัยเดียวกัน แต่หลวงปู่หลิว กลับมองเห็นความยากลำบากของบิดามารดา และพี่ ๆ หลวงปู่หลิวจึงได้ช่วยงานของบิดามารดา และพี่ ๆ อย่างขยันขันแข็ง ทำให้เป็นที่รักใคร่ของบิดามารดา ตลอดจนพี่น้องเป็นอย่างยิ่ง ด้วยมีความขยันและตั้งใจอดทน ทำให้หลวงปู่หลิวได้เรียนรู้วิชาช่าง ควบคู่ไปกับการทำไร่นา เพราะบิดานั้นเป็นช่างไม้ฝีมือดีคนหนึ่ง

เมื่อเติบใหญ่หลวงปู่หลิว จึงมีฝีมือทางช่างเป็นเลิศจนเป็นที่ยอมรับของชาวบ้านโดยทั่วไป ในบางครั้งหลวงปู่หลิวท่านต้องไปรับจ้างคนอื่นเพื่อให้ได้เงินมา ท่านต้องเดินทางไกล เพื่อไปทำงาน บางครั้งการไปกลับใช้ระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆนานา บางครั้งทำให้ท่านถึงกับล้มป่วยไปเลยก็มี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลวงปู่ท่านมีความรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพรมากมาย ( เพราะหลวงปู่หลิว ท่านมีลักษณะเด่นอยู่ในตัวท่านเองคือ มีความจำเป็นเลิศ )



ในสมัยก่อนจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี นครปฐม ถือว่าเป้นแหล่งแดนเสือ ดงนักเลง มีโจรผู้ร้ายมากมาย ครอบครัวของท่านก็โดนรังแกจากเหล่าโจรผู้ร้ายเช่นเดียวกัน ท่านพูดถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นว่า "โยมพ่อโยมแม่เป็นคนซื่อ โจรมาโขมยวัว โขมยควายก็มิได้ต่อสู้ขัดขืน ทำให้ต้องสูญเสียข้าวของที่หาได้มา อาตมาจึงเจ็บใจแค้นใจ เป็นที่สุด ที่จะทำอะไรมันได้" ด้วยเหตุนี้หลวงปู่จึงคิดหาหนทางช่วยเหลือครอบครัว และชาวบ้านด้วยการเรียนวิชาคาถาอาคม

หลวงปู่จึงชักชวนญาติลูกพี่ลูกน้อง ๒ คน หนีออกจากบ้าน มุ่งสู่แดนกระเหรี่ยง เข้าป่าลึกก้ต้องนอนตามโคนต้นไม้ ตกดึกน้ำค้างแรง หนาวเหน็บ ยุงป่ามากมาย เสียงเสือคำรามมาแต่ไกล อุปสรรคขวางหน้าเพื่อนร่มทางได้ตายไปหนึ่งด้วยพิษไข้ป่า จะเอาศพกลับบ้านก็ไกลเกิน จึงตกลงกันเผาสพกลางป่า แล้วนำกระดูกใส่ห่อผ้าติดตัวไปด้วย

ส่วนญาติผู้น้องเมื่อเห็นญาติผู้พี่ตายไปต่อหน้าต่อตา เกิดมีอาการท้อใจ จึงขอแยกทางจากหลวงปู่เพื่อกลับบ้าน หลวงปู่หลิวจึงได้เดินทางตามลำพัง จนกระทั้งถึงหมู่บ้านชาวกระเหรี่ยง หลวงปู่ได้เรียนวิชาอาคม จากหัวหน้าชาวกระเหรี่ยงอยู่หลายปี วิชาที่เรียนนั้นใช้สำหรับฆ่าคน มีทั้งวิธีผูกและวิธีแก้ ตั้งแต่ปรุงยาสมุนไพร ยาสั่ง ยาพิษ ยางไม้ยางน่อง การเสกหนังควาย เสกหุ่น การเรียนวิชาผีตายโหง เรียกวิญญาณเสือสมิง เรียกวิญญาณพญาเต่าเรือน

เมื่อกลับมาบ้านพ่อแม่ต่างดีใจ เมื่อทราบความเป็นมา หลวงปู่ได้ทดลองใช้วิชาที่ร่ำเรียนมากับพวกโจร พวกโจรเมื่อเข้ามาปล้นหมู่บ้านก็โดนผีบิดไส้บ้าง โดนหนังควายบานในท้องบ้าง ฯลฯ จึงรู้ว่ามีคนดีมีฝีมือ คอยปกป้องอยู่ จึงมากราบขอขมาลาโทษ ทำให้หมู่บ้านหนองอ้อมีความสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง

หลวงปู่ได้กลับไปเรียนวิชาจากหัวหน้าชาวกระเหรี่ยงอีกครั้งหนึ่ง เพื่อนำมาช่วยเหลือชาวบ้าน ในครั้งนี้หลวงปุ่ได้เรียนวิชาแพทย์แผนโบราณ การดูฤกษ์ยาม การทำตะกรุดคงกระพันจากหนังเสือและปล้องไผ่


หลังจากนั้นหลวงปู่ได้กลับมาทำไร่ทำนา ในช่วงนี้ท่านได้แยกตัวออกมาทำงานของตัวเอง ท่านทำหลายอย่าง ทั้งเผาถ่าน เก็บเห็ดขาย แม้แต่รับจ้างทำไร่ก็เคย ช่วงที่ท่านทำไร่นี้ท่านก็ไดชอบพอและอยู่กินกับ นางหยด และมีลูกชายหนึ่งคน

เมื่อท่านได้ใช้ชีวิตอยู่กับนางหยดระยะหนึ่งแล้ว ได้สัมผัสกับกระแสความวุ่นวายในสังคมมนุษย์ ความโลภ ความโกรธ ความหลง อวิชชาตัณหาราคะต่างๆ ท่านเริ่มจับตามองความเป็นไปต่างๆ ด้วยความเบื่อหน่าย

จนกระทั่งท่านอายุ ๒๗ ปีท่านได้เกิดความเบื่อหน่ายสุดขีดในการแก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่นกัน ซึ่งไม่ถูกกับนิสัยที่แท้จริงของท่าน หลวงปู่หลิวจึงได้ขออนุญาตบิดา มารดา เพื่อออกบวช แสวงหาหนทางแห่งการหลุดพ้น

หลวงปู่หลิวได้บรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาพระอุโบสถวัดโบสถ์ ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๘ (วันเสาร์ แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๖) เวลา ๑๓.๐๐ น.

หลวงปู่หลิวได้ละสังขารอย่างสงบท่ามกลางลูกหลานที่คอยมาดูใจเป็นครั้งสุดท้าย ที่กุฏิของท่าน วัดหนองอ้อ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ในวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๓ เวลา ๒๐.๓๕ น. รวมอายุ๙๕ ปี ๗๔ พรรษา

อ้างอิงข้อมูลจาก - chalamnoi.wordpress.com , www.web-pra.com



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง