เปิดเหตุอัศจรรย์..ปาฏิหาริย์แรกประสูติ "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" อสุนิบาตฟาด เจ้าพ่องูใหญ่ปรากฏตัว รัดโดยไม่ทำอันตรายตั้งแต่ยังเป็นทารก!!

เปิดเหตุอัศจรรย์..ปาฏิหาริย์แรกประสูติ "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" อสุนิบาตฟาด เจ้าพ่องูใหญ่ปรากฏตัว รัดโดยไม่ทำอันตรายตั้งแต่ยังเป็นทารก!!

Publish 2018-04-17 17:07:26


 

            เนื่องในวันที่ ๑๗ เมษายน เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ก่อตั้งอาณาจักรธนบุรี และเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวของราชอาณาจักรนั้น เดิมพระองค์เป็นนายทหารในรัชกาลสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ ต่อมา พ.ศ. ๒๓๑๐ เกิดการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง ต่อมาได้เป็นผู้นำขับไล่ทหารพม่าที่ยึดครองกรุงศรีอยุธยาอยู่ในเวลานั้น ปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้ากรุงศรีอยุธยาอีกเจ็ดเดือนถัดมา พระองค์ย้ายเมืองหลวงไปยังกรุงธนบุรี และรวบรวมแผ่นดินซึ่งมีขุนศึกก๊กต่างๆ ปกครองให้กลับเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง เช่นเดียวกับการขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ ยังทรงฟื้นฟูราชอาณาจักรในด้านต่าง ๆ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติหลังสงคราม ทั้งส่งเสริมกิจการด้านเศรษฐกิจ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม วรรณกรรม และการศึกษา ภายหลังรัฐบาลไทยประกาศให้วันที่ ๒๘ ธันวาคมของทุกปีเป็น "วันสมเด็จพระเจ้าตากสิน" และยังทรงได้รับสมัญญานามมหาราช

           



 

           เรื่องราวเกี่ยวกับสมเด็จพระเจ้าตากสินนั้นเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนไทยเรามาโดยตลอด ทั้งเป็นที่ยอมรับนับถือว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินนั้นทรงเป็นวีรกษัตริย์ผู้กอบกู้ชาติไทย ทั้งยังเป็นผู้มีบุญบารมีอย่างสูงส่งดังจะเห็นได้ว่าตั้งแต่แรกกำเนิดของพระองค์ก็ปรากฏสิ่งมหัศจรรย์ขึ้น นอกจากนี้ในช่วงวาระต่างๆแห่งการดำเนินชีวิตพระองค์ทั้งเมื่อยังทรงพระเยาว์หรือแม้กระทั่งการออกศึกกู้ชาติก็พบว่ามีปาฏิหาริย์อันเนื่องด้วยบุญบารมีของพระองค์ปรากฏขึ้นอยู่เสมอ

            หนึ่งในความน่าอัศจรรย์หรือบุญบารมีแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินนั้นเริ่มปรากฏเป็นที่ประจักษ์แต่แรกประสูติเลยทีเดียว กล่าวว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงพระราชสมภพนั้น ทรงเป็นทารกชายที่มีรูปพรรณงดงามยิ่งนัก ดังปรากฏในสมุดไทยว่ามีเรื่องเล่ากันว่าในคืนวันเสาร์ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีขาลนั้น นางนกเอี้ยงได้นอนฝันไปว่า มีชีปะขาวผู้หนึ่งนำดวงแก้วมณีดวงหนึ่งมาให้ ซึ่งมีรัศมีสุกใสเป็นยิ่งนัก นำมายื่นให้แก่นาง ๆ จึงน้อมรับด้วยความปีติยินดี ครั้นถึงวันอาทิตย์ขึ้น ๑๕ค่ำ เดือน ๕ปีขาล ตรงกับวันที่ ๑๗เมษายน พ.ศ.๒๒๗๗เวลาประมาณ ๑๑.๐๐นาฬิกา หรือเวลา ๑๒.๑๐นาที นางนกเอี้ยงเกิดอาการเจ็บครรภ์คลอดบุตรออกมาเป็นชาย มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส

"โดยลักษณะกุมารนั้น เป็นจตุรัสกาย คือ อธิบายว่าวัดตั้งแต่เท้าถึงศูนย์สะดือเป็นมัชฌิมะกายได้ส่วนหนึ่ง แลวัดตั้งแต่ศูนย์สะดือถึงผมตกแห่งหน้าผากเป็นส่วนหนึ่ง แลวัดตั้งแต่ศูนย์อุระราวถันไปถึงปลายนิ้วมือข้างซ้ายเป็นส่วนหนึ่ง ข้างขวาเป็นส่วนหนึ่ง ทั้ง ๔ ส่วนนั้นยาวเสมอเท่ากันไม่ก้ำเกิน ที่สะดือนั้นเป็นหลุมลึกลงไปพอจุผลหมากสงทั้งเปลือกผิดกับสามัญชนทั้งหลาย จึงว่าเป็นลักษณะจตุรัสกาย คือรูปสิริกายเป็นส่วนสี่เหลี่ยมดุจดังพระพุทธลักษณะแห่งองค์สมณะโคดม"

 

 

 

              ขณะมีประสูติกาลเกิดเหตุมหัศจรรย์โดยท้องฟ้าไม่ปรากฏว่าจะมีทีท่าตั้งเค้าฝนมาก่อนเลยแต่กลับมีอสุนิบาตฟาดเปรี้ยง (ฟ้าผ่า) ลงมาที่เสาห้องที่ นางนกเอี้ยงคลอดบุตร โดยคนทั้งหมดรวมทารกน้อยมิได้รับอันตรายแต่อย่างใด เหตุอัศจรรย์ดังนี้กล่าวกันว่า เกิดด้วยบารมีแห่งพระองค์ที่จะได้ดำรงพระมหาเศวตฉัตรเป็นพระเจ้าแผ่นดิน

             



 

             เรื่องราวของผู้มีบุญวาสนามาเกิดอย่างกรณีของหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดซึ่งเมื่อแรกเกิดได้เพียงไม่กี่วัน ขณะที่พ่อแม่กำลังไถนานั้น เกิดมีงูบองหลา(งูจงอาง) ขนาดใหญ่มาขดตัวรอบเด็กน้อยพ่อแม่เห็นก็ตกใจ พอจุดธูปบอกกล่าวงูบองหลาก็รู้ความเลื้อยออกจากเด็กน้อยปอย่างน่าประหลาดทิ้งไว้เพียงลูกแก้ววิเศษให้เด็กน้อยไว้เท่านั้น นี่คือตำนานเรื่องราวของหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดในวัยเยาว์ ซึ่งเรื่องราวลักษณะนี้คล้ายกับเรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าตากสินเช่นกัน อันมีเรื่องราวอยู่ว่า

               หลังจากเหตุการณ์ฟ้าผ่าเสาเรือนผ่านไปโดยไม่มีใครได้รับอันตรายขุนพัฒน์ดีใจมากจึงทำการรับขวัญบุตรเป็นการใหญ่ ครั้นวันจันทร์ผ่านไปแต่เหตุการณ์ก็เป็นปกติ พอในเช้าวันอังคารก็มีเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นอีกคือ รอบตัวของทารกน้อยมีงูเหลือมขนาดใหญ่เข้ามาขดเป็นทักษิณาวรรต (เวียนขวา) อยู่ในกระด้งโดยรอบกายปัจจุบันมีภาพวาดแสดงเหตุการณ์นี้อยู่ที่ฝาผนังพระอุโบสถวัดพิชัยสงครามในขณะนี้) ครั้นงูเหลือมเลื้อยไปแล้วขุนพัฒน์มีอาการวิตกกังวล รู้สึกหวาดกลัวว่าจะเป็นลางร้าย เพราะขุนพัฒน์เป็นคนเชื่อในเรื่องโชคลาง จึงตัดสินใจจะไม่เลี้ยงดูบุตรของตนก็พอดีมีกิตติศัพท์ที่ร่ำลือ มีความวิตกกังวลยิ่งนักเพราะตามความเชื่อของจีน แสดงถึงเหตุร้ายควรเอาเด็กไปฝังทั้งเป็น

 

 

               การแพร่ขยายของเหตุการณ์ประหลาดทราบไปถึงเจ้าพระยาจักรีศรีสมุหนายก จึงรีบเดินทางมาเยี่ยม ครั้นพอเห็นลักษณะของทารกน้อยแล้วเกิดต้องชะตา เกิดมีจิตเมตตากรุณาขอเด็กน้อยไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม รู้สึกถูกโฉลก ถึงกับเอ่ยปากขอทารกน้อยที่เพิ่งคลอดได้ ๓ วันไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ซึ่งขุนพัฒน์ ก็ยินดียกให้ด้วยความเต็มใจ เจ้าพระยาจักรีจึงนำทารกน้อยคนนี้ไปเลี้ยงดูได้ไม่นานนักก็บังเกิดลาภผล มั่งมีขึ้นทั้งในหน้าที่ราชการและส่วนตัว นับตั้งแต่นั้นท่านก็มั่งคั่งร่ำรวยด้วยลาภและทรัพย์สิน จึงขนานนามเรียกเด็กน้อยนั้นว่า “สิน”โดยเชื่อว่าเป็นทารกมีบุญญาภินิหารต้องยกให้ผู้มีอำนาจวาสนาเลี้ยงหรืออุปการะ รวมทั้งระบุว่า พระองค์เป็นพระราชโอรสของพระมหากษัตริย์ แต่มอบให้ขุนพัฒน์และนางนกเอี้ยง เลี้ยงดูเป็นบิดามารดาบุญธรรม)

              เรื่องงูใหญ่ที่ขดรอบพระวรกายนี้แท้จริงเป็นเทพนิมิตคืออำนาจของเทพเจ้าผู้มีฤทิ์กาลต่อมากว่า ๒๐๐ ปีได้ปรากฏชัดว่า งูใหญ่ที่มาเลื้อยล้อมรอบพระวรกายนั้นคือเจ้าพ่องูใหญ่แห่งเมืองปากเพรียวหรือสระบุรีในปัจจุบันซึ่งเรื่องราวของเจ้าพ่องูใหญ่ที่มาปรากฏเมือแรกกำเนิดของสมเด็จพระเจ้าตากสินนั้นถูกเปิดเผยขึ้นโดยคุณ ท.เลียงพิบูลย์

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือ ญาณทิพย์...ไขปริศนา ปลายแผ่นดินพระเจ้าตาก โดย ทิพยจักร



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ