เปิดเผย 20 สูตรลับ "ยาอายุวัฒนะ" !!! "ชีปะขาว" มอบให้ "เสด็จเตี่ย" ในครั้งเมื่อได้พบกัน !!! #ได้ผลดีจนน่าตกใจ

เปิดเผย 20 สูตรลับ "ยาอายุวัฒนะ" !!! "ชีปะขาว" มอบให้ "เสด็จเตี่ย" ในครั้งเมื่อได้พบกัน !!! #ได้ผลดีจนน่าตกใจ

Publish 2018-03-30 14:49:20


หลายคนคงทราบกันดีว่า พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากจะมีพระปรีชาสามารถเรื่องของการทหารเรือแล้ว พระองค์ยังทรงมีความรู้ทางด้านการแพทย์อีกด้วย หรือในบทบาทที่ทุกคนรู้จักกันดีนั่นคือ "หมอพร" เมื่อครั้งพระองค์ทรงเป็นหมอพร ขณะที่เสด็จในกรมฯ ได้ทรงออกจากประจำการชั่วคราว ระหว่างปี พ.ศ.๒๔๕๔-๒๔๕๙ เป็นระยะเวลา ๖ ปี พระองค์จึงทรงศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ เพื่อช่วยชีวิตคนยากจน โดยได้เสด็จไปหาพระยา พิษณุประสาทเวช หัวหน้าหมอหลวงฝ่ายยาไทย เพื่อขอเป็นลูกศิษย์ นอกจากนั้นยังมีพระอาจารย์อื่น ๆ อีกหลายคน เช่น หมอฝรั่งชาวอิตาเลียน และชาวญี่ปุ่น หม่อมเจ้าหญิง เริงจิตแจรง อาภากร พระธิดาเสด็จในกรมฯ ได้ทรงเล่าว่าพระองค์ทรงศึกษาอย่างจริงจัง ได้ทรงสั่งกล้องจุลทัศน์มาสำหรับตรวจโรค มีห้องพิเศษเรียกห้องเคมีวิทยาศาสตร์ พระองค์ทรงชอบ ทดลองมีการค้นคว้ายาแก้โรคต่าง ๆ ได้ทรงนำเอาสัตว์ต่าง ๆ ตั้งแต่สัตว์เล็ก ๆ จนถึงสัตว์ใหญ่มาทดลองยาที่ทรงปรุง ทรงชำระคัมภีร์อติสาระวรรคโบราณกรรม และปัจจุบันกรรม ซึ่งเป็นตำรายาแผนโบราณจนเสร็จบริบูรณ์ เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๘

ในระหว่างที่กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงปฏิบัติหน้าที่ "หมอพร" ด้วยความที่พระองค์ทรงเป็นหมอที่รักษาคนไข้โดยไม่เลือกยากดีมีจน และวางองค์อยู่ในศีลธรรมมาโดยตลอด จึงมีเรื่องเล่ากันว่า ในคืนหนึ่ง มีชีปะขาวผู้หนึ่ง มาปรากฏตัวให้พระองค์เห็นที่พระตำหนัก และได้เอ่ยถามพระองค์ว่า

"เมื่อพระองค์มาทำงานเป็นหมอแล้วนี้ พระองค์ปรารถนายาสำคัญอะไรบ้างหรือไม่"
         

พระองค์ทรงตอบว่า "ปรารถนา" ชีปะขาวจึงมอบสูตรยาให้พระองค์สูตรหนึ่ง เป็น "ยาอายุวัฒนะ" ซึ่งมีเครื่องยาที่สำคัญ ๔ สิ่ง แต่ชีปะขาวผู้นั้นไม่ได้บอกชื่อสมุนไพรตรงๆ ได้แต่บอกใบ้เป็นปริศนาให้พระองค์ตีความ ดังนี้

๑. ยกขึ้นกาบินหนี
๒. แทรกแม่พระธรณี
๓. หนีสงสาร
๔. ไปนิพพานไม่รู้กลับ

หลังจากทรงขบคิดอยู่เป็นเวลานาน ก็ทรงตีความได้ว่า เครื่องยาปริศนาทั้ง ๔ สิ่งนี้ก็คือ
๑. โคกกระสุน
๒. แห้วหมู
๓. ขมิ้นอ้อย
๔. ผักเสี้ยนผี

เครื่องยาทั้ง ๔ สิ่งนี้ ให้ใช้หนักสิ่งละ ๑ บาท นำมาตากแห้งแล้วบดให้เป็นผง จากนั้นให้ผสมกับน้ำผึ้งแล้วปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทราทาน ยาอายุวัฒนะสูตรนี้ก่อนที่จะนำมาใช้ พระองค์ได้ทรงทดลองเสวยด้วยตนเองก่อนจนแน่พระทัยว่าได้ผลดีจริง แล้วจึงทำขึ้นแจกจ่ายให้คนไข้อื่นๆ นอกจากจะปรุงยาแจกจ่าย และรักษาคนไข้โดยไม่เรียกเก็บค่ารักษาแล้ว กรมหลวงชุมพรฯ หรือ "หมอพร" ยังทรงรวบรวมและบันทึกสูตรยาต่างๆ ไว้ในสมุดข่อยฝีพระหัตถ์อีกด้วย ทรงตั้งชื่อตำราเล่มนี้ว่า "พระคัมภีร์อติสาระวรรค โบราณะกรรม และปัจจุบันนะกรรม" ภายในพระคัมภีร์ จะมีเนื้อหาทั้งตำรายาแผนโบราณ



หมอพร พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวง ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงออกจากประจำการชั่วระยะเวลาหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๔ เมื่อครั้งยังทรงเป็นกรมหมื่น ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระองค์ได้ทรงศึกษาวิชาแพทย์ แผนโบราณจากตำราไทย ทรงเขียนตำรายาแผนโบราณ จากตำราไทย ทรงเขียนตำรายาแผนโบราณ ลงในสมุดข่อยด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง โดยทรงค้นคว้าตรวจหาตามคัมภีร์เก่า ที่เกือบจะสูญสิ้นอยู่แล้ว เขียนเสร็จในปี พ.ศ.๒๔๕๘ พระองค์ทรงตั้งชื่อ ตำราไทยสมุดข่อยเล่มนี้ว่า "พระคัมภีร์ อติสาระวรรคโบราณะกรรมและปัจจุบันนะกรรม"

เป็นสมุดข่อยที่มีเนื้อหาทั้งตำรายาแผนโบราณ กล่าวถึงการผสมยาแก้โรคต่าง ๆ ซึ่งในตำรา กล่าวว่าเคยใช้ได้ผลมามากแล้วและบันทึกไว้ ด้วยศิลปภาพเขียน นับตั้งแต่หน้าปกที่เป็นลายไทย ปิดทองที่สวยงามมาก หน้าต่อไปเป็นภาพเขียน ด้วยหมึกสี ภาพพระพุทธเจ้านั่งขัดสมาธิ ด้านซ้ายและด้านขวา เป็นภาพฤาษี ๒ องค์ นั่งพนมมือ ถัดมาด้านขวามือสุด เป็นตราประจำราชสกุลอาภากร รูปพระอาทิตย์ ทรงราชรถประทับยืน ทรงพระขรรค์ด้วยพระหัตถ์ขวา มีอักษรเขียนเป็นภาษาบาลีว่า "กยิราเจ กยิราเถนํ" แปลว่า "จะทำสิ่งไร ควรทำจริง" ขอบสมุดด้านซ้าย และขวาเขียนลายไทย ด้วยสีสันที่สดใสสวยงาม ตัวอักษรบางตัวเป็นอักษรประดิษฐ์ประกอบกับลายไทย

พระคัมภีร์อติสาระวรรค ตำรายา "พระคัมภีร์ อติสาระวรรค" นี้ มีอยู่ ๒ เล่ม เล่ม ๑ นั้นอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ สมุทรปราการ ส่วนเล่ม ๒ นั้น ไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด ถึงแม้ว่าจะมีร่องรอยของการถูกทำลายจากแมลงตัวเล็กๆ อยู่บ้าง แต่พิพิธภัณฑ์ทหารเรือก็ยังคงเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี อยู่ในสภาพที่ดี สามารถอ่านข้อความได้ชัดเจน สำหรับตำรายาหมอพรนั้นประกอบด้วย

๑.ยาแก้ไข้ทับระดู และ ระดูทับไข้

ท่านให้เอา พริกไทยร่อน ๑ ดีปลี ๑ สะค้าน ๑ ลูกสมอไทย ๑ ผักคราด ๑ ชะพลู ๑ แก่นมะหาด ๑ ไม้สัก ๑ แก่นจิก ๑ แก่นต้นรัง ๑ แก่นไม้่ประดู่ ๑ เมล็ดฝ้าย ๑ รากหญ้าคา ๑ หัวแห้วหมู ๑ ใบมะกา ๑ ก้านสะเดา ๑ ต้นกะเพรา ๑ ตัวยาทั้ง ๑๗ อย่างนี้เอาหนักอย่างละ ๑ บาทเท่ากัน,ตาไม้ไผ่สีสุก ๗ ตา,หัวกะลามะพร้าว ๓ หัว
ตัวยาทั้ง ๑๙ อย่างนี้ นำมาใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยารับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา ก่อนอาหาร เช้า-เย็น มีสรรพคุณแก้ไข้ทับระดูและระดูทับไข้ ได้ผลดีชะงักนักแล ฯ

๒.ยาแก้โรคไอเป็นเลือด

ท่านให้เอา ใบมะกา ๑ เถาวัลย์เปรียง ๑ เถาคันแดง ๑ ใบมะคำไก่ ๑ เกลือทะเล (เกลือใส่แกง) ๑ ตัวยาทั้ง ๕ นี้เอาหนักอย่างละ ๕ ตำลึง นำมาใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยา ทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา มีสรรพคุณแก้โรคไอเป็นเลือดให้หายไป ได้ผลชะงักนักแล ฯ

๓.ยาแก้โรคไอเรื้อรัง

ท่านให้เอา หัวอุตพิดสด(พอสมควร) ๑ หัวกระเทียม ๗ กลีบ ๑ พริกไทยร่อน ๗ เม็ด ๑ ดีปลี ๗ ดอก ๑ ตัวยาทั้ง ๔ นี้ นำมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดข้าวโพด ใช้ทานครั้งละ ๑ เม็ด มีสรรพคุณแก้โรคไอเรื้อรัง ได้ผลอย่างชะงักนักแล ฯ

๔.ยาทิพย์ไสยาสน์

ท่านให้เอา ลูกจันทน์ ๑ ยาดำ ๑ มหาหิงคุ์ ๑ ตัวยาทั้ง ๓ นี้เอาอย่างละเท่าๆกัน พริกไทยร่อน หนักเท่ายาทั้ง ๓ อย่างนั้น นำมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเมล็ดพุทรา ใช้ทานก่อนนอน มีสรรพคุณทำให้เลือดลมเดินสะดวกดี นอนหลับสบาย ได้ผลดีอย่างชะงักนักแล ฯ

๕.ยาครรภ์รักษา

ท่านให้เอา หัวยาข้าวเย็นเหนือ ๑ หัวยาข้าวเย็นใต้ ๑ เกษรทั้ง๕ (คือ ดอกพิกุล ๑ ดอกบุนนาค ๑ ดอกมะลิ ๑ ดอกสารภี ๑ เกษรบัวหลวง ๑) เนระพูสี ๑
ตัวยาทั้ง ๔ นี้เอาหนักอย่างละ ๑ บาทเท่ากัน นำมาใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยาทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงสุขภาพของแม่และลูกในครรภ์ ทำให้คลอดลูกออกง่าย เคยใช้ได้ผลดีอย่างชะงักนักแล ฯ

๖.ยาแก้สตรีตกเลือดประเดือน

ท่านให้เอาหัวปลาไหล (ตากแห้ง) ๑ หัว นำมาเผาไฟให้ไหม้ บดให้ละเอียด ผสมน้ำส้มสายชู และแทรกสุราเล็กน้อย ประมาณน้ำยา ๑ ถ้วยชา ใช้ทานเพียงครั้งเดียว มีสรรพคุณแก้สตรีตกเลือดประจำเดือนให้หยุดทันทีเคยใช้รักษาหายมามากแล้ว ได้ผลอย่างชะงักนักแล ฯ

๗.ยาแก้โรคหูหนวก

ท่านให้เอา ใบต้นโคนทิสอ ๑ ใบต้นหูกวาง ๑ ใบต้นตะขบป่า ๑ พิมเสน ๑ การบูร ๑ ตัวยาทั้ง ๕ นี้เอาอย่างละพอสมควร นำมาตำผสมกันให้ละเอียด ย่างไฟให้สุกกรอบ บดให้ละเอียด ละลายกับน้ำมันมะพร้าวพอสมควร ใช้หยอดช่องหูวันละครั้ง ทุกวันติดต่อกันไปเรื่อย อาการหูหนวกจะค่อยๆ หายไป มีสรรพคุณชะงักนักแล ฯ

๘.ยาแก้โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด

ท่านให้เอา หัวกระเทียมโทน (กระเทียมหัวเดียวโดยเฉพาะไม่มีกลีบ) ๒๑ หัว นำมาปอกเปลือกแล้วใส่โหล หรือใส่โถ ใส่น้ำผึ้งแท้ลงผสมให้ท่วมหัวกระเทียม ปิดฝาโหลหรือโถให้สนิท หมักดองไว้ ๗ วัน ใช้รับประทานเวลาก่อนนอน ครั้งละ ๓ หัว พร้อมทั้งน้ำแก้โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ได้ผลดีอย่างชะงักนักแล ฯ

๙.ยาแก้โรคปวดศีรษะเรื้อรัง

ท่านให้เอา แก่นขี้เหล็ก ๑ ผักเสี้ยนผี ๑ ต้นแมงลัก ๑ ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้ เอาอย่างละ ๑ บาท นำมาใส่หม้อดินต้มกับน้ำ ๓ ส่วน เคี่ยวให้เหลือ ๑ ส่วน ใช้น้ำยาทานครั้งละ ๑ ถ้วยชาวันละ ๔-๕ ครั้ง มีสรรพคุณแก้โรคปวดศีรษะเรื้อรังให้หายขาดไป ได้ผลดีอย่างชะงักนักแล ฯ

๑๐.ยาแก้โรคมะเร็งในมดลูก

ท่านให้เอาหัวข้าวเย็นเหนือ ๑ หัวยาข้าวเย็นใต้ ๑ ต้นหนอนตายหยาก ๑ รากนมแมว ๑ หัวพุทธรักษา ( สีขาว) ๑ ตัวยาทั้ง ๕ อย่างนี้เอาหนักอย่างละ ๔ บาทเท่ากัน เกลือทะเล (เกลือใส่แกง) ๔ กำมือ นำมาใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยาดื่มครั้งละ ๑ ถ้วยชาจีน เช้าเย็น แก้โรคมะเร็งในมดลูก ได้ผลดีอย่างชะงักนักแลฯ

๑๑.ยาแก้โรคเบาหวาน

ท่านให้เอา รังผึ้ง (เอาทั้งรังพร้อมทั้งตัวอ่อน) ๑ รัง เหล้า ๑ ขวด หัวกระชาย ๑๒ หัว เปลือกตะโกนา (ต้นตะโกดัด สดหรือแห้งก็ได้) ๓ เปลือก ตัวยาทั้ง ๔ อย่างนี้ นำมาดองรวมกัน โดยนำรังผึ้งใส่ลงในโถหรือใส่ในโหล เทเหล้าลงผสมพอท่วมรังผึ้ง ใส่หัวกระชาย (ซึ่งปลอกเปลือกและทุบให้แตกเสียก่อน) และใส่เปลือกตะโกนาลงผสม หมักดองไว้ ๓ วัน ใช้น้ำยาดองนี้รับประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชาจีน เวลาก่อนอาหาร เช้า-เย็นวันละ ๒ เวลา ทุกวันติดต่อกันไปจนครบ ๑ เดือน
ท่านให้เอา ต้นเหงือกปลาหมอทั้ง ๕ (เอาทั้งต้นตลอดถึงราก) จำนวนพอสมควร นำมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผงจำนวน ๖ ถ้วยชาจีน เอา พริกไทยร่อนจำนวน ๓ ถ้วยชาจีน บดให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้งแท้ ปั้นเป็นลูกกลอนขนาด เท่าเมล็ดพุทรา จำนวน ๑๐๘ เม็ด ใช้รับประทานครั้งละ ๑ เม็ด ก่อนเวลาอาหาร เข้า-เย็น ทุกวัน ติดต่อกันไปจนครบ ๕๔ วันโรคเบาหวานจะหายขาด เจ้าของยาขนานนี้ ได้ใช้รักษาตัวเองหายขาดมาแล้ว ชะงักนักแล ฯ

๑๒.แก้โรคปวดเข่าอย่างรุนแรง

ท่านให้เอา เถากะทกรกหนัก ๑ บาท หญ้างวงช้าง ๑ รากคนทา ๑ ขิงแห้ง ๑ หญ้าหางช้าง ๑ หัวข่า ๑ ตัวยาทั้ง ๕ นี้ เอาหนักอย่างละ ๑๐ บาทเท่ากัน ตัวยาทั้ง ๖ นี้ นำมาใส่หม้อดิน ต้มกับน้ำ ๓ ส่วน เคี่ยวให้เหลือ ๑ ส่วน ใช้น้ำยา ทานครั้งละ ๑ ถ้วยกาแฟ เวลา เช้า-กลางวัน-เย็น วันละ ๓ เวลา มีสรรพคุณ แก้โรคปวดหัวเข่าอย่างรุนแรงให้หายไป ได้ผลดี ชะงักนักแล ฯ

๑๓.ยาถอนพิษต่างๆ

ท่านให้เอา สารส้ม ๑ ก้อน (ขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย) นำมาตำให้ละเอียด ผสมน้ำต้มสุก ใช้รับประทานมีสรรพคุณ จะทำให้เกิดการ อาเจียรถอนพิษต่าง ๆ เช่น เห็ดพิษ พิษกรดด่าง ยาพิษ เป็นต้น ให้หายไป อย่างชะงักนักแล ฯ

๑๔.ยาแก้โรคโลหิตจาง

ท่านให้เอา ผลมะนาวสด ผ่าซีก บีบเอาเฉพาะน้ำ นำมาผสมกับน้ำหวานและปรุงด้วยเกลือทะเล (เกลือใส่แกง) พอสมควร ใส่น้ำแข็ง ใช้ทานบ่อยๆ เป็นยาบำรุงโลหิต และแก้โรคโลหิตจางทำให้มีผิวพรรณผุดผ่อง มีน้ำมีนวล มีสรรพคุณชะงักนักแล ฯ

๑๕.ยาแก้โรคความดันต่ำ

ท่านให้เอา หมูเนื้อแดง หนัก ๑ ก.ก. กับพริกไทยร่อน ๑ กระป๋องนมข้น ตัวยาทั้ง ๒ อย่างนี้นำมาบดผสมกัน ใส่โถ หรือ โหล ใส่น้ำผึ้งแท้พอท่วมยา หมกข้าวเปลือกไว้ ประมาณ ๑๕ วันขึ้นไปใช้น้ำยาดองนี้ทานครั้งละ ๑ ช้อนโต๊ะ วันละครั้ง ทุกวัน เพียง ๕ วันเท่านั้น อาการป่วยโรคความดันต่ำ จะหายเป็นปรกติ มีสรรพคุณชะงักนักแล ฯ

๑๖.ยาแก้โรคตาฟาง

ท่านให้เอา ใบมะขาม ๒ กำมือ นำมาตำให้ละเอียดกับ น้ำฝน ๔ แก้ว นำมาใส่ภาชนะเคลือบใส่พิมเสน กับ เกลือทะเล ลงผสมเล็กน้อย หมักดองไว้ประมาณ ๑๐วัน แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางใช้น้ำยาหยอดตา มีสรรพคุณแก้โรค ตาฟาง ตาฝ้า ตามัว ได้ผลดีอย่างชะงักนักแล ฯ

๑๗.ยาแก้โรคหูอื้อ

ท่านให้เอา ข้าวสาร ๖ ส่วน พริกไทยร่อน ๔ ส่วน เกลือทะเล(เกลือใส่แกง) ๓ ส่วน ตัวยาทั้ง ๓ นี้ นำมาคั่วไฟให้สุกดี แล้วบดให้ละเอียด ผสมกับสุราหรือน้ำร้อนก็ได้ใช้ทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา อาการโรคหูอื้อ และหูน้ำหนวกจะหายไป มีสรรพคุณชะงักนักแล ฯ

๑๘.ยาแก้โรคความดันต่ำ

ท่านให้เอา หมูเนื้อแดง หนัก ๑ ก.ก. กับพริกไทยร่อน ๑ กระป๋องนมข้น ตัวยาทั้ง ๒ อย่างนี้นำมาบดผสมกัน ใส่โถ หรือ โหล ใส่น้ำผึ้งแท้พอท่วมยา หมกข้าวเปลือกไว้ ประมาณ ๑๕ วันขึ้นไป ใช้น้ำยาดองนี้ทานครั้งละ ๑ ช้อนโต๊ะ วันละครั้ง ทุกวัน เพียง ๕ วันเท่านั้น อาการป่วยโรคความดันต่ำ จะหายเป็นปรกติ มีสรรพคุณชะงักนักแล ฯ

๑๙.ยาแก้คันทวารเบา

ท่านให้เอา ใบมะฝ่อ จำนวนมากพอสมควร นำมาล้างน้ำให้สะอาด ใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยาทาน มีสรรพคุณแก้โรคคันทวารเบาของสตรี ได้ผลดีชะงักนักแล ฯ

๒๐.ยาแก้เลือดออกทางทวารหนัก

ท่านให้เอา ฝาง ๑ หญ้าผักปราบ ๑ ต้นขลู่ทั้ง ๕ (ถอนเอาทั้งต้นถึงราก) ๑ ตัวยาทั้ง ๓ อย่างนี้ เอาอย่างละเท่าๆกันนำมาล้างน้ำให้สะอาด ใส้หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยาทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา เวลาเช้า – เย็น หรือเวลา เลือดออกทางทวารหนัก มีสรรพคุณแก้โรคเลือดออกทางทวารหนัก ได้ผลดีชะงักนักแล ฯ



เมื่อครั้งหนึ่งเสด็จในกรมฯ ซึ่งปลอมพระองค์เป็น "หมอพร" เดินถือย่ามยานุ่งผ้าม่วงไว้หนวดไว้เครา เสด็จเข้าไปในสำเพ็ง เด็กเล็กเดินหนีกันเกรียวกราว รู้ไปถึงหูภรรยาของคนเจ็บ เมื่อรู้ว่าหมอพรก็วิ่งกระหืดกระหอบ เข้าไปกราบที่พระบาท ร้องไห้ร้องห่ม ขอให้ไปช่วยชีวิตสามี จะเสียเงินเสียทองเท่าไรก็ยอม หมอพรจึงเดินตามอาซิ้ม เข้าไปในบ้านหลังใหญ่ และจะไปพินิจพิเคราะห์ตัวเถ้าแก่ใหญ่ ที่กำลังหายใจ ครอกๆ อยู่ หลังจากพิจารณาด้วยความถี่ถ้วนแล้ว ก็ทำพิธีเป่ามนต์และท่องบ่นคาถาอยู่พักหนึ่ง แล้วได้อัญเชิญคุณพระมาทำน้ำมนต์และรดคนไข้ พร้อมกับมอบหมายยาไทยขนานหนึ่งไว้ให้ แล้วหมอพรก็อำลาไป ต่อมาชั่วเวลาไม่นานนัก พระองค์ก็เสด็จไปฟังผล ปรากฏว่าอาการของคนไข้กระเตื้องขึ้น อย่างทันตาเห็น เถ้าแก่ที่มีเงินทองมากมายได้ลุกขึ้นกราบ เรียกภรรยาให้เอาเงินมาถุงหนึ่ง เพื่อจะถวายให้พระองค์ เป็นค่ารักษา แทนที่เสด็จในกรมฯ หรือหมอพรจะรับไว้ กลับโบกพระหัตถ์ว่า พระองค์ไม่ใช่หมอประเภทเห็นแก่เงิน เสด็จในกรมฯ ขอให้คนไข้นำเงินนั้นไปทำสาธารณประโยชน์ อย่างอื่นต่อไป เศรษฐีจีนคนนั้นได้มอบเงินจำนวนนั้น ไปใช้ในการสร้างศาลาการเปรียญที่วัดแห่งหนึ่ง

นอกจากเสด็จ ในกรมฯ ทรงศึกษาค้นคว้าตำรายาต่าง ๆ แล้วพระองค์ยังไม่ทรงรักษาโรคภัยไข้เจ็บ แก่คนทั่วไปโดยไม่เลือกคนจนหรือคนมี และมิได้คิดค่ารักษาหรือค่ายา แต่อย่างใด ทุกคนที่มีความเดือดร้อน จะต้องได้รับความเมตตาอารีจากพระองค์ไปทั้งสิ้น จนเป็นที่นับถือของคนทั่วไปในนามของพระองค์ว่า "หมอพร" ข้อนี้เป็นที่ประจักษ์ในพระอัธยาศัย ของพระองค์อีกด้านหนึ่งว่า ทรงเมตตาอารี ต่อคนทุกชั้น แม้ผู้ที่มิใช่ทหารเรือ ก็เคารพนับถือ พระองค์เป็นที่สุดเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://synergyjapan.com , https://th.wikipedia.org


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง