อาถรรพ์วิชามนต์ดำ !!! เปิดตำนาน "ควายธนู" อาวุธคู่กายจอมขมังเวทย์ เผย..ต้องหมั่นดูแล หากประมาทหลงลืม อาจหวนกลับมาทำร้ายเจ้าของ !!!

Publish 2018-03-06 16:14:46

วิชาธนู เป็นอุปเวทหนึ่งในพระเวท เรียกว่า ธนุรเวท หรือ ธนุรวิทยา ถือเป็นอุปเวทหรือพระเวทรองในคัมภีร์ยชุรเวท ว่าด้วยการยิงธนูและศาสตราวุธ อาวุธ การต่อสู้ เชิงสงคราม ทั้งวิชาธนูรเวท ธนูมือ เป็นต้น ควายธนู เป็นวิชาไสยศาสตร์ที่เกิดมาจากอุปเวทที่ชื่อว่า ธนุรเวท หลอมรวมเข้ากับสัตว์ ทั้งโคกระบือ ถ้าใช้วัวก็จะเรียกว่า วัวธนู ถ้าใช้ควายก็จะเรียกว่า ควายธนู ซึ่งสะท้อนให้เห็นสังคมเกษตรกรรมและปศุสัตว์ที่เลี้ยงสัตว์ไว้ใช้งานทั้งวัวทั้งควาย ซึ่งวิชาเหล่านี้มาจากวิชาหุ่นพยนต์ทั้งหมด ด้วยการผูกหุ่นพยนต์ขึ้นมาเป็นตัวควายหรือตัวสัตว์อะไรก็ได้ตามต้องการ



ควายชนิดนี้จะเป็นผีเป็นวิญญาณ ตามตำนานการเกิดควายธนู ควายธนูในยุคเริ่มแรกนั้นเป็นไม้ไผ่สานเป็นโครงตัวควาย แล้วเสกเป่ามนต์คาถากลายเป็นควายธนู ยุคต่อมาสร้างจากลูกธนู ด้วยการนำเอาคันธนูและลูกธนูมาเสกเป่าคาถากลายเป็นควายที่วิ่งเร็วเหมือนธนู ควายที่มีเขาโค้งดุจคันศร จึงเรียกว่า ควายธนู ในยุคล่าสุดควายธนูถูกสร้างด้วยการปั้นหรือหล่อ อาจจะมีการแกะสลัก ทำจากวัสดุต่างๆกันตามความชอบและการใช้งาน ปั้นด้วยดินผสมมวลสาร ปั้นจากขี้ผึ้ง ไปจนถึงหล่อขึ้นด้วยโลหะอาถรรพ์ เช่น ตะปูโลงศพเจ็ดป่าช้า ,เหล็กขนันผีพราย ,เหล็กยอดเจดีย์ เป็นต้น เอามาหลอมรวมกันหล่อเป็นรูปควาย บางสำนักใช้โครงเป็นไม้ไผ่แล้วพอกด้วยครั่งที่ได้จากต้นพุททรา เมื่อทำสำเร็จแล้วต้องปลุกเสกตามพิธีกรรม แล้วเลี้ยงไว้ให้ดี ต้องหาหญ้าและน้ำเลี้ยงเสมอ เชื่อว่าสามารถใช้ให้เฝ้าบ้านหรือไร่นา ใช้งานได้ตามความประสงค์ ทั้งป้องกันภูตผีและโจรผู้ร้าย และสามารถสั่งให้ไปสังหารคู่อริได้อีกด้วย

ความเชื่อเรื่องควายธนูมีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย บางท้องถิ่นเชื่อว่าผู้เลี้ยงต้องดูแลอย่างดีหมั่นให้อาหารและปล่อยออกไปท่องเที่ยว จะประมาทหลงลืมไม่ได้ ไม่เช่นนั้นควายธนูจะหวนมาทำร้ายเจ้าของเสียเอง แต่บางแห่งก็ถือเป็นเสมือนเครื่องรางธรรมดาสำหรับใช้พกพาติดตัว การสานวัวหรือควายธนูที่ทำจากไม้ไผ่นั้นมีแบบมาจากสายพ่อค้า การทำธนูมือแต่วัวหรือควายธนูนี้จะแรงมากก็คือการปราบเสือเย็น (เสือสมิง)และยังใช้ทำน้ำมนต์ประพรมสิ่งของขายดีต่างๆนาเพราะแบบนี้จึงเป็นสายพ่อค้าแต่แบบไหนก็ใช้ได้เหมือนกัน อาจต่างที่รูปมวลสารอาจเป็นผงเป็นโลหะไม้ไผ่แล้วแต่เจตนาของผู้สร้าง

วัตถุที่ใช้ควายธนู  แต่ละชนิดออกไปดังนี้

๑. ควายทอง  สร้างขึ้นด้วยโลหะอาถรรพณ์  มีตะปูตรึงโลงศพ  เหล็กขนัน  ผีตายท้องกลม  งั่ง ตัวยาซัดทองชนิดหนึ่ง  ทองแดงเถื่อน  ดีบุก  ทองขวานฟ้า  เงินปากผี  ทองยอดนพศูนย์  นำมาหล่อหลอมเข้าด้วยกัน  แล้วลงอักขระตามตำราที่ใช้บังคับ  หรือหล่อเป็นโคถึกหรือกระทิงโทน

๒. ควายขี้ผึ้ง  ท่านให้ใช้ขี้ผึ้งปิดหน้าผีตายโหง  ผีตายท้องกลม  ผสมด้วยผมผีตายพราย ผมผีตายลอยน้ำ  ตานกกรด  ตาแร้ง  ตาชะมด  กำลังวัวเถลิง  เผาไฟให้ไหม้บดเป็นผง  ผสมกับเถ้ากองฟอนเจ็ดป่าช้าแล้วนำไปคลุกกับขี้ผึ้งปั้นเป็นรูปวัวหรือควายก็ได้ เสกด้วยอาการ  32  บางตำราเพิ่มคนเลี้ยงอีก 1 คน

๓. ควายไม้ไผ่  ใช้ชั่วคราวในเวลาฉุกเฉิน  ให้ใช้ไม้ไผ่ที่ขึ้นคร่อมทาง  กลั้นหายใจตัดด้วย นะโม ตัสสะ  กะทีเดียวให้ขาดจากกัน  นำมาสานเป็นรูปหัววัว  คล้ายเฉลวปักหม้อยาแผนโบราณ

๔.ควายดิน ทำจากดินปั้น ดินเจ็ดป้าช้า ดินปากหลุมศพ ดินใต้โลงศพ ขี้เถ้ากระดูผีตายโหงตายพราย ดินเจ็ดบ่อนดินเจ็ดตลาด นำมาปั้น หรือจะนำไปเผาแบบเครื่องปั้นดินเผา


ยันต์ที่ใช้ลงกำกับบนควายธนู

อุณาโลม สูรย์ จันทร์ องการ ลงหน้าผากควายธนู

ยันต์พุฒซ้อน นะโมพุทธายะ ลงข้างลำตัวควายธนู

นะมะพะทะ ลงขาทั้ง 4 ของควายธนู

ลงไว้ขาหน้า (ซ๊าย-ขวา)

ลงไว้ขาหลัง (ซ๊าย-ขวา) นะปถมัง ๔ นะ จาก ๑๔ นะ ลงข้างขาควายธนู

กำกับขาหน้าว่า พุทธะสังมิ

กำกับขาหลังว่า นะชาลิติ

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://9mahawed.blogspot.com


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง

ติดตามข่าวอื่นๆ