ความจริงที่น้อยคนจะรู้ !!! ฝ่าเท้าของ "หลวงปู่มั่น" เป็นลายตาหมากรุก !!! ยืนยันลักษณะแห่งมหาบุรุษ จากบันทึกลายมือ "หลวงปู่หล้า" !!!

Publish 2018-02-10 14:34:20

เรื่องฝ่าเท้าของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

- หลวงปู่หล้า เขมปัตโต -

เรื่องที่ลืมเขียนมานมนานคือ ...

(ฝ่าเท้าหลวงปู่มั่นทั้งสองข้างเป็นตาหมากรุกหมดเต็มทั้งสองฝ่า)

เวลาสรงน้ำ ท่านปรารภว่า (ฝ่าเท้าของเราไม่เหมือนหมู่เพียงเท่านี้)

พูดค่อย ๆ แบบเย็น ๆ (ในยุคหนองผือ สี่ปีที่ข้าพเจ้าอยู่กับองค์ท่านนั้น)

พระเณรผู้น้อยที่ถวายข้อวัตรสรงน้ำถวายองค์ท่านนั้น ผู้สงวนฟังจึง-

จะได้ยิน (เพราะองค์ท่านก็ปรารภค่อยแบบประหยัด ไม่แกมอวด)

ส่วนข้าพเจ้าไม่ได้ ... อาจเอื้อมถูข้างบน (ระหว่างฝ่าเท้าเสมอ ๆ)

จำพวกที่ถูหลัง ตัว แขน ขา ฝ่าเท้านั้น มักจะเป็นพระ ๔-๓-๒

พรรษาเท่านั้นได้ถู  พระผู้ใหญ่เหนือ ๕-๖-๗-๘-๙ ไปแล้วไม่ค่อย-

จะได้ถูตัว แขน ขา เพราะองค์หลวงปู่เทศน์ว่า สรงน้ำนี้เว้นให้ผู้น้อย-



เขาสรงเสีย  ถ้าพระผู้ใหญ่มาทำขวางผู้น้อย ผู้น้อยเขาละอายเก้อเขิน

เพราะเขาไม่มีทางเอื้อมมือเข้า และเขาก็กระดากละอายดังนี้

ส่วนข้าพเจ้าพรรษาอ่อน แต่อายุสามสิบกว่าในสมัยนั้น

และการที่องค์ท่านปรารภว่า ฝ่าเท้าของเราไม่เหมือนหมู่นั้น องค์ท่าน-

(ปรากฏว่า ปรารภครั้งเดียวเบา ๆ เท่านั้น ไม่ได้ซ้ำ ๆ ซาก ๆ อีก)

ส่วนข้าพเจ้าผู้สงวนถูฝ่าเท้าก็เห็นเป็นตาหมากรุกเต็มฝ่าเท้าทั้งสองทางจริง  ข้อนี้-

ในชีวประวัติขององค์ท่านเล่มใด ๆ ก็ไม่ปรากฏเห็น และยุคที่องค์ท่านทรงพระ-

ชีวาอยู่ก็บันดาลดลใจ ไม่มีใครสนใจปรารภ

(น่าแปลกมาก)  ข้าพเจ้าก็บันดาล-

ลืมอีกด้วย  เรียกได้ว่า ข้าพเจ้าไม่มีพยานก็ว่าได้

(แต่เอาตาหูตนเองเป็นพยาน)

ยุคก่อน ๆ ก็ไม่มีท่านผู้ใดเล่าให้ฟัง

(ชะรอยจะว่าดีชั่วไม่อยู่กับฝ่าเท้า อยู่กับใจกับธรรม)

เรื่องฝ่าเท้าขององค์หลวงปู่มั่นเป็นตาหมากรุกนี้เป็นของ-

ทรงพระลักษณะสำคัญมาก  แต่ก็น่าสนใจมากว่า ไฉน-

จึงบันดาลไม่ให้พระจำพวกผู้ใหญ่สนใจเอาลงในชีว-

ประวัติ (กลายเป็นของไม่สำคัญไป)  ชะรอยพระผู้น้อยที่-

เห็นในเวลาสรงน้ำถวายแล้วไม่เล่าถวายให้พระผู้ใหญ่-

ฟัง  แต่ข้าพเจ้าเองก็บันดาลลืม ไม่ค่อยสนใจเล่าเลย

แต่พอมาถึงยุคภูจ้อก้อตอนแก่กว่าเจ็ดสิบปีกว่า ๆ แล้ว

จึงระลึกเห็น  เป็นของน่าแปลกมากแท้ ๆ ที่ลืม พากันลืม-

เขียนลง  แต่คราวองค์ท่านทรงพระชีวาอยู่ก็ดี หรือ-


ทรงพระมรณกาเลก็ดี ไม่มีท่านผู้ใดสงวนปรารภ ก็เป็น-

ของคล้ายกับว่าอุตริขึ้นมาภายหลัง  แต่ก็ต้องอาศัย-

หลักของความจริง ไม่หนีจากความจริงเฉพาะตอนนี้-

เป็นพยาน  จริงก็ต้องเอาจริงเป็นพยาน เท็จก็ตรงกันข้าม

ชีวประวัติยุคภูจ้อก้อเป็นยุคสุดท้ายภายแก่ชราพาธ  ถ้าไม่มรณกา-

เลไปเสียแล้ว ชีวประวัติก็จะไม่จบได้  แต่จะอย่างไรก็ตามทีเถิด

ต่างจะได้พิจารณาว่า เจตนาปฏิบัติพระพุทธศาสนาเพื่อประสงค์อะ-

ไรบ้าง และจิตใจจะอยู่ระดับใดบ้าง เหล่านี้เป็นต้น  แต่บรรยาย-

พอสังเขปก็เอาละ  จะบรรยายไปมากก็จะเป็นหลายวรรคหลายตอน

และก็ความพอดีพองามในโลกนี้ไม่รู้ว่าจะอยู่ระดับใดแน่  ถ้ามาก-

เกินไป เล่มก็ใหญ่ ลงทุนก็มาก ท่านผู้อ่านก็จะระอาอีก  น่าพิจารณา

และก็คล้าย ๆ กับว่าตนเป็นผู้ประเสริฐเลิศล้ำ ระฆังไม่ดังก็ตีจนระฆัง-

แตก  แต่จะอย่างไรก็อาศัยเจตนาเป็นเกณฑ์ก็แล้วกันกระมัง

- หล้า -

ที่มา : หนังสือ "ชีวประวัติ พระหล้า เขมปตฺโต"



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง