ตายแล้วฟื้น!! ปาฏิหาริย์..พิธีต่อชะตาด้วยอานุภาพมนต์ "อิติปิโส" คุณตาวัย 71 ปี ตายไปพบยมบาล แต่ได้กลับมาหายใจอีกครั้งพร้อมสาส์นจากพญายม !!

Publish 2018-02-08 14:15:32

 

            จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (7 กุมภาพันธ์ 2561) ได้รับแจ้งว่า พี่พ่อเฒ่าอายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 บ้านนาโพธิ์ ม.3 ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ตายและฟื้น ทางครอบครัวได้จัดเตรียมงานบุยให้ แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน กลับฟื้นลืมตาตื่นมาทักทายภรรยา ท่ามกลางความประหลาดใจและดีในของครอบครัวเป็นอย่างมาก เมื่อได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว ก็พบครอบครัวและชาวบ้านที่มาช่วยกันเตรียมงานศพ โดยพ่อเฒ่ารายดังกล่าวคือ นายประหยัด ล้นเหลือ อายุ 71 ปี โดยในขณะที่เดินทางไปทางครอบครัวกำลังประกอบพิธีเพื่อเรียกขวัญต่ออายุ หลังจากเกิดเหตุการณ์ตายแลวฟื้น



 

               ทั้งนี้ลูกเขยได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ วันที่ตนและญาติพี่น้องอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์จังหวัดสุรินทร์กันทาง แพทย์บอกว่า พ่อมีภาวะหัวใจหยุดเต้น ไตวายเฉียบพลัน จะต้อวทำการฟอกไต ตนจึงปรึกษาญาติพี่น้องว่าถ้าเราจะนำกลับบ้าน แกจะยังมีชีวิตอยู่ไหมหรือจะเสียชีวิตระหว่างการเดินทาง จึงปรึกษาพี่ๆ สรุปว่า ให้แกไปเสียชีวิตที่บ้าน  แพทย์ผู้รักษาแจ้งพ่อมีภาวะไตวายเฉียบพลัน และภาวะหัวใจหยุดเต้น ไปหนึ่งครั้ง มีการทำ CPR ญาติๆ จึงตัดสินใจพากลับบ้านให้มาเจอญาติพี่น้อง เพราะแกไปแบบไม่ได้พูดอะไรเลย คาสายท่อช่วยหายใจมาเลย เพราะเเพทย์ให้รีบกลับ เดี๋ยวจะมาไม่ทันที่บ้าน จะขาดใจตายก่อน ซึ่งญาติพี่น้องที่อยู่ทางบ้านได้มีการจัดเตรียมสถานที่ สำหรับจัดงานศพไว้เรียบร้อยเเล้ว

 

 

                พอมาถึงบ้านปรากฏว่า พ่อยังมีลมหายใจ และเนื้อตัวยังอุ่นๆอยู่ แต่ร่างกายไม่ไหวติง จึงปรึกษากับ พ่อพราหมณ์ ปราญ์ชาวบ้านเขมรโบราณว่า จะจุดธูป จุดเทียน เพื่อเปิดทางให้แก่ได้ไปสบาย ด้วยการสวดอิติปิโส เท่ากับอายุ 71ปี แต่ต้องทำพิธีสวด 77 รอบ สวดตั้วแต่ ทุ่มสองทุ่มไปจนถึงเที่ยงคืน ชาวบ้านก็มาช่วยกันเต็ม แกก็ไม่รู้สึกอะไรเลย ก็เลยคิดว่ายังไงก็ไม่พ้นคืนนี้แน่นอน  ชาวบ้าน ญาติพี่น้องมาเต็มบ้านไปหมด ต่างมาดู ลมหายใจสุดท้ายของแก่ ประมาณ 20-30คน เดินเข้า ออกกันทั้งคืน ไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันทั้งหมด

 

 

                จนกระทั่งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ท่านก็ยังไม่หมดลมหายใจ ตัวท่านยังอุ่น ชีพจรยังอยู่ แต่ถามทางการแพทย์คือว่า ถ้าเราปฏิเสธการรักษาท่านก็จะอยู่กับเราได้ไม่นาน แพทย์ก็พูดว่าให้มาเสียชีวิตที่บ้านดีกว่า จนกระทั่งผ่านไป 2 วัน ก็กลับฟื้นขึ้นมา 

                หลังจากนั้นนายประหยัด ล้นเหลือ ที่ตาย 2 วันแล้วฟื้นได้เปิดเผยว่า ช่วงที่ตายตนไปไปท่องแดนยมบาล พบมีแต่คนหมอบคลานเต็มไปหมด ตนนอนอยู่ในโลงศพ ยมทูตได้ปลุกให้ลุกขึ้น พร้อมกับบอกตนว่า ให้กลับขึ้นมาบอกลูกบอกหลาน ให้ช่วยกันหมั่นทำบุญทำกุศล สลึง ห้าสิบสตางค์ก็ทำบุญได้ เวลาเห็นพระเดินบิณฑบาตอย่างพากันเดินหนี  ตนไม่เคยทอดกฐิน เพียงแต่เคยไปวัดทำบุญสม่ำเสมอ ตนตื่นมาก็เห็นสายสินธ์ผูกมัดข้อมือเต็มไปหมด จึงถามยายว่าตนเป็นอะไร ตนตายไปแล้วแต่ยมบาลให้กลับมาคืน เพราะลูกหลานทำพิธีบายเสรย สวดอิติปิโส ภาวนา 77 รอบ จนเกิดมีปาฏิหาริย์ กลับฟื้นคืนชีพอีกครั้ง เพื่อมาบอกและเน้นย้ำ ให้ลูกหลานและชาวบ้านทุกคน หมั่นทำบุญ ทำกุศลและสร้างความดี 

 


 

            ทั้งนี้ บทสวดพุทธคุณ เป็นบทที่แพร่หลายกันมาก โดยเฉพาะบรรดากลุ่มศิษย์ผู้ศรัทธา หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน เนื่องจาก ท่านให้สวดเพื่อสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า โดยให้สวด เท่าอายุ + 1 หรือให้มากที่สุดเท่าที่จะมีเวลาสวดได้ ยิ่งมากยิ่งดี หลวงพ่อจรัญ ท่านกล่าวไว้ว่า

"สวดมนต์เป็นยาทา วิปัสสนาเป็นยากิน"

           ว่ากันว่า สวดอิติปิโสเท่าอายุ หรือ  สวดอิติปิโสเท่าอายุ+1 จะช่วยต่อดวงชะตาให้ยืนยาว ป้องกันภูติผีปีศาจ แคล้วคลาดจากโรคภัยต่าง ๆ และอุบัติเหตุ จิตใจเข้มแข็ง  ปัญญาดี หลับสบาย มีสมาธิ เทวดารักษา เป็นคนมีเสน่ห์และเป็นที่รัก เนื่องด้วยการ สวดอิติปิโสเท่าอายุ  เปรียบเสมือนปฐมบทแห่งการบูชาคุณ หรือการถวายพระพรพระศาสดาในศาสนาพุทธนั่นเอง

          สำหรับการ สวดอิติปิโสเท่าอายุ ผู้สวดจะต้องสวด นะโม 3 จบ ก่อนจะเริ่มทำการ สวดอิติปิโสเท่าอายุ โดยให้สวดเกินอายุ 1 จบ เช่น อายุ 20 สวด 20 จบ แล้วบวกอีก 1 เป็น 21 จบ  ส่วนการ สวดอิติปิโส 108 จบ ก็ได้รับความนิยมกันไม่แพ้ สวดอิติปิโสเท่าอายุ เพราะเชื่อกันว่าเท่ากับกำลังนพเคราะห์รวมกันทั้งหมด ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับพลังอำนาจในจักรราศี หรือเสริมพลังอำนาจให้ดวงชะตานั่นเอง

บทสวดมนต์ สวดอิติปิโสเท่าอายุ

อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ

วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ

สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ

(สวดอิติปิโสเท่าอายุ แล้วสวดเพิ่มไปอีก 1 จบ)

          อย่างไรก็ดี การสวดมนต์ ไม่ว่าจะบทใดคาถาใดก็ตาม สิ่งที่ผู้ปฏิบัติได้ประโยชน์แน่นอนคือ สมาธิจากจิตที่สงบนิ่ง ดังนั้น อย่ามุ่งหวังผลพวงจากการสวดมนต์ เพราะสวดมนต์ต้องสวดด้วยปัญญา อย่าสวดเพียงเพื่อศรัทธา มนต์นั้นถึงจะแสดงผล

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://www.77jowo.com


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ

ติดตามข่าวอื่นๆ