“พระมหาอมร เปรียญ ๖” อยากฟังโอวาท “หลวงปู่ขาว” สอนธรรม สุดท้ายเข้าตัวเองอย่างจังด้วยธรรมะเรียบง่ายสุดพิสดาร #โอวาทธรรมพระอรหันต์

Publish 2018-01-25 16:11:41


ในครั้งที่หลวงปู่ชา พาคณะศิษย์ที่มี ท่านสุเมโธ ไปเยี่ยมเยียนครูบาอาจารย์ ภาคอีสานนั้น ก็มีอีกท่านที่ไปด้วย คือ พระมหาอมร เดิมก่อนที่พระมหาอมรจะฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ชา ท่านเป็นพระที่มีความรู้ด้านบาลีและปริยัติจนได้เปรียญ ๖ เป็นนักธรรมเอก และเปิดโรงเรียนสอนปริยัติธรรมที่วัดหนองขุ่นเกือบสิบปี มีลูกศิษย์นับร้อยนับพันคน
ในเวลานั้น พระมหาอมรก็จัดว่าเป็นพระผู้ใหญ่ มีชื่อเสียงในจังหวัด อีกทั้งในสมัยนั้นพระฝ่ายอรัญวาสี หรือพระป่าที่มักจะเป็นสายหลวงปู่มั่นได้รับการดูแคลนเสมอ ว่าไม่รู้หนังสือ ไม่รู้บาลี ไม่รู้จักพระไตรปิฏก การที่พระมหาอมรตัดสินใจเข้ามาฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ชาจึงเป็นเรื่องใหญ่ และสร้างความไม่พอใจให้หลายฝ่าย จนมีพระเถระรูปหนึ่งฝากพระมาแจ้งให้พระมหาอมรว่า "มหาอมร มันจะบ้าหรือไร เบื่อโลกสงสาร ทำไมไม่หนีเข้าป่าเข้าภูเขา ไปหมอบตายอยู่ทำไมกับอาจารย์ชา วัดป่าพงนั่น !!!!! " แต่ท่านก็หาเปลี่ยนความตั้งใจ แต่ก็โต้ตอบกลับไปบ้างตามทิฐิมานะเดิม
 




ในปีแรกของการมาอยู่วัดหนองป่าพง เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ โยมได้นิมนต์หลวงปู่ชาไปนมัสการหลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล หลวงปู่ชาจึงพาท่านและท่านสุเมโธไปด้วย ไปถึงวัดถ้ำกลองเพลเวลาบ่ายโมง ยังไม่ถึงเวลารับแขก ต้องรอถึง ๑๔ นาฬิกา พอถึงบ่ายสองโมง อุปัฏฐากเปิดประตูให้เราเข้าไปกราบท่าน หลวงปู่ขาวนั่งบนเตียง เห็นท่านยิ้มแย้มต้อนรับด้วยอารมณ์ดี ท่านถามว่า
"เอ ใครนี่?"
"กระผมมาจากวัดหนองป่าพง" หลวงปู่ชาตอบ
"อ้อ ท่านชาหรือ" หลวงปู่ขาวถาม
"ขอรับ กระผม" หลวงพ่อชาประณมมือตอบ
"นี่ มหาอมร มาด้วยกัน" หลวงพ่อชี้มือมาทางข้าพเจ้าซึ่งนั่งอยู่คู่กับพระอาจารย์สุเมโธ
หลวงปู่ขาวชำเลืองดูพระมหาอมร แล้วทักทายสนทนากับหลวงพ่อชาต่อไปพอสมควร หลวงปู่ขาวจึงหันมาทางพระมหาอมรแล้วถามว่า
"เป็นมหารึ?"
พระมหาอมร ประณมมือ คิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ จึงตอบท่านไปว่า
"เมื่อก่อนนั้นเป็นอยู่ แต่เดี๋ยวนี้เซา(ลดลง น้อยลง หยุดแล้ว-แอดมิน)แล้วขอรับ "
หลวงปู่ขาวหัวเราะชอบใจ พระมหาอมรคิดในใจว่า ถ้ารับว่าเป็นมหากลัวท่านเล่นงานเอา จึงกราบเรียนท่านไปอย่างนั้น
หลวงปู่ขาวจึงถามว่า "รู้จัก วลาหก ๔ จำพวกไหม (วลาหกแปลว่าเมฆ) " ( อยู่ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓  อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต-แอดมิน)
พระมหาอมรคิดว่า ถ้าเราตอบว่ารู้จัก ก็จะไม่ได้รับฟังโอวาทหลวงปู่ขาวท่าน จึงตอบว่า "รู้จักขอรับ แต่จำไม่ค่อยได้ แล้วแต่หลวงปู่จะเมตตาขอรับ "
หลวงปู่ขาว "วลาหกสี่จำพวก ฟ้าร้องเปรี้ยงทางโน้น เปรี้ยงทางนี้ แต่ฝนไม่ตกดีไหม"
"ไม่ดีขอรับ"
"ฟ้าไม่ร้อง แต่ฝนตก ดีไหม? "
"ดีขอรับ"
"ฟ้าทั้งไม่ร้อง ทั้งฝนไม่ตก ดีไหม?"
"ไม่ดี ขอรับ"
"ฟ้าทั้งร้อง ทั้งฝนตก ดีไหม ? "
"ดีขอรับ"
หลวงปู่ขาวสาธยายธรรมต่อไปว่า "ผู้บวชเข้ามา ได้ศึกษาปริยัติธรรมแต่ไม่ได้ปฏิบัติ เหมือนฟ้าร้องแต่ฝนไม่ตก พระพุทธเจ้าสรรเสริญส่วนปริยัติ ตำหนิส่วนปฏิบัติ ผลที่ได้มีน้อยมาก
ส่วนผู้ปฏิบัติธรรม โดยมีครูอาจารย์เป็นผู้นำทาง แม้จะมีปริยัติน้อย พระพุทธเจ้าสรรเสริญส่วนปฏิบัติ ตำหนิส่วนปริยัติ
อย่างผมนี่ก็มีประโยชน์อยู่ ลูกหลานพอได้พึ่งอาศัย
ผู้ที่บวชเข้ามาแล้ว ไม่สนใจทั้งฝ่ายปริยัติ ไม่สนใจทั้งฝ่ายปฏิบัติ บวชเข้ามาเพื่อเลี้ยงร่างกาย เป็นอันตรายได้ พระพุทธเจ้าตำหนิทั้งส่วนปริยัติ ทั้งส่วนปฏิบัติ เหมือนฟ้าไม่ร้อง ทั้งฝนไม่ตก
ส่วนผู้ที่บวชแล้ว สนใจทั้งปริยัติศึกษาเล่าเรียน สนใจทั้งฝ่ายปฏิบัติอย่างมหานี่ ก็ดีอยู่ พระพุทธเจ้าสรรเสริญทั้งสองทาง
ส่วนผู้ที่ไม่ปฏิบัติ แม้จะได้ ๙ ประโยค ก็ช่างแม่มันเถอะ"
พระมหาอมรถึงกับสะดุ้ง เกือบแล้วไหมล่ะ แม้ไม่ถูกตรงๆ แต่คงเฉียดๆไป เพราะเราคาดเดาเหตุการณ์ถูก จึงไม่โดนตรงๆ ตอนหลวงปู่ขาวถาม พระมหาอมรตอบว่า 
"เมื่อก่อนนั้นเป็นอยู่ แต่เดี๋ยวนี้เซา(ลดลง น้อยลง หยุดแล้ว-แอดมิน)แล้วขอรับ "
 




ปีนั้นหลวงปู่ขาวอายุ ๘๑ ปี หลวงปู่ชาอายุ ๕๐ ปีเต็ม ส่วนพระมหาอมร ๓๗ ปีเต็ม
ได้เวลาพอสมควร เพื่อไม่รบกวนเวลาพักผ่อน จึงกราบลาหลวงปู่ขาว ออกมาพ้นกุฏิหน่อยนึง หลวงปู่ชาจึงหยอกว่า 
"เห็นไหม หลวงปู่ด่าแม่มหาแล้ว"
พระมหาอมรจึงตอบว่า "หลวงปู่ด่ามหาเก้าประโยค ผมหกประโยคไม่ถูกผมหรอกขอรับ"
หลังจากนั้นหลวงปู่ชาจึงพาคณะเดินทางไปกราบหลวงตามหาบัวต่อไป
เรื่อง : เรียบเรียงจาก มงคลอายุวัฒนะ ๘๐ ปี พระมงคลกิติธาดา
ภาพ : พระมงคลกิติธาดา (พระมหาอมร อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าวิเวกธรรมชาน์)จาก เพจ วัดป่าวิเวกธรรมชาน์ สาขาที่ ๗ วัดหนองป่าพง 
 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน