ปรากฏการณ์ปริศนา ณ ถ้ำพระเวส !!! ในขณะที่ หลวงปู่หล้า ปฏิบัติธรรม...ถ้าหากไม่หลุดพ้นอาจจะกลายเป็น คนบ้า

ปรากฏการณ์ปริศนา ณ "ถ้ำพระเวส" !!! ในขณะที่ "หลวงปู่หล้า" ปฏิบัติธรรม...ถ้าหากไม่หลุดพ้นอาจจะกลายเป็น "คนบ้า"

Publish 2017-12-16 14:13:09

ขณะที่หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ได้ไปประฎิบัติธรรมที่ ถ้ำพระเวศ โดยท่านได้เล่าว่า ในสมัยนั้นเป็นป่ารกชัฏในบริเวณแถบนั้นมากนักหนา มีสัตว์ป่านานา บ่ายสามโมงเย็น ก็ปัดกวาดรอบบริเวณพอได้ข้อวัตรแล้วก็สรงน้ำนั้นพอสะดวก อยู่ใกล้ไหลรินอยู่ไม่ขาดที่หน้าผา ตากผ้าไว้แล้วเดินจงกรมจนถึงมืด พอผ้าอาบน้ำแห้งแล้วก็เอาปูไว้นอน ผ้าคลุมหมอนก็อยู่ในตัว หมอนก็คือห่อผ้าสังฆาฏินั่นเอง ผ้าอาบน้ำที่ปูนั้นแหละเป็นสาดนอน ครุตักน้ำก็คือกา ไฟฉายและโคมไฟและเทียนขี้ผึ้งไม่ต้องถามหา ต้องถามเอาเดือนกับดาว เห็นหรือมืดเป็นเรื่องของตา



ครั้นพักที่ถ้ำพระเวศคืนที่หกนั้นลมเข้าออกแห่งอานาปานสติเวลาประมาณ ห้าทุ่ม ลมละเอียดเข้าละเอียดเข้าแห่งหายใจออกเขาอันตั้งสติจ้องอยู่จนไม่ปรากฏหลอดลมที่คอหอย เพราะตั้งสติไว้ที่นั้น เสียงระเบิดตูมลงใกล้ใต้ที่พัก ปรากฏว่าภูพานทั้งลูกกระเด็นกระเทือน แต่ไม่ขนพองสยองเกล้าเลย ใจก็เป็นสมมุติว่าใจอยู่ตามเคย เย็นๆแล้วหวนทวนถอยหลังพิจารณาว่า วันนี้ก็ดี วันอื่นๆล่วงมาแล้วก็ดีข้อวัตรของเราไม่วิบัติอันใดดอก น้ำก็ตักใส่กาไว้แล้ว ตราดก็กวาดแล้ว จงกรมก็เดินภาวนาแล้ว ทำวัตรก็ทำแล้ว การฉันก็ฉันในบาตรรวมภาชนะเดียวทั้งหวานทั้งคาว ช้อนก็ไม่ได้ซดให้ถูกกับพญารสพญาลิ้น น้ำแกงผักหวานก็ไม่ได้ขโมยซดดอก เออ ทีนี้จะสมมติตนเป็นสอง ธรรมาสน์นะ

" มาอยู่นี้เพื่อประสงค์อะไร "

"เพื่อพ้นทุกข์ในสงสาร"

"จริงหรือ"

"จริงซี"

" ไม่มาอยู่พอได้ไปอวดคนหรือ "

"ไม่ ไม่ ไม่"

" เมื่อเทวดาเนรมิตพระพุทธรูปทองคำขึ้นตรงหน้าก็ดี หรือมีอยู่ในถ้ำนี้แต่เดิมก็ดีจะไม่แอบคิดว่า เอาไปให้คนบูชากราบไหว้ดีกว่าอยู่ในถ้ำนี้ จะไม่นึกอย่างนี้หรือ "

ตอบตนว่า " เป็นบ้ารึ เป็นบ้ารึ เป็นบ้ารึ จึงจะคิดอย่างนั้น"


เมื่อถามตนตอบตนอยู่อย่างนั้น ปีติใหญ่เกิดขึ้นคล้ายกับ ว่าจะชนภูเขาทะเลชั่วลัดมือเดียว แต่ไม่หลงตัวว่าจะชนเพราะมีสติปัญญาสมดุลกันอยู่ว่าปีติๆอยู่ ไม่หลงลืมตัวได้ง่ายๆ รู้จักข่มปีติได้เพราะสุขก็ดี อุเบกขาก็ดี ปีติก็ดี อยู่ใต้ อำนาจอนิจจังเกิดขึ้นแล้ว แปรดับ ที่นี้ก็พูดกับตนต่อไปว่า "ถ้าไม่นึกกลัวอะไรจริงก็นอนซะ" แล้วก็นอนห่มผ้าจีวรเฉลียงบ่า แล้วก็นอนตะแคงข้างขวากำหนดลมต่อไปในอานาปานสติแล้วก็หลับไปไม่มีนิมิตและไม่ฝันเห็นอะไรตื่นแล้วร่างกายและจิตใจกระปรี้กระเปร่ารู้สึกเบามาก

อ้างอิงข้อมูลจาก - www.phuttha.com



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง