โอวาทธรรมสมเด็จพระสังฆราช “ถ้าท่านเป็นคนที่รักษาความสัตย์ไว้ได้ ท่านย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้มีเกียรติสูงส่ง ธรรมนี้ที่พระพุทธเจ้าทรงรับรอง!

โอวาทธรรมสมเด็จพระสังฆราช “ถ้าท่านเป็นคนที่รักษาความสัตย์ไว้ได้ ท่านย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้มีเกียรติสูงส่ง" ธรรมนี้ที่พระพุทธเจ้าทรงรับรอง!

Publish 2017-11-14 13:49:58

วันอาทิตย์ ที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปยังห้องประชุมอาคารสุชีพ ปุญญานุภาพ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ในพิธีประทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ส่วนกลาง, วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย และมหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย ประจำปี ๒๕๖๐




โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาท ความตอนหนึ่งว่า
“การดำเนินชีวิตไม่ว่าในฐานะใดๆ และการทำงานทุกอย่างไม่ว่าอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ใดๆ ‘ความจริง’ เป็นคุณสมบัติอันสำคัญยิ่งที่จะทำให้ชีวิตและการงานสามารถบรรลุผลที่ปรารถนา ความจริงนี้ในทางพระพุทธศาสนาใช้คำว่า ‘สัจจะ’ หรือ ‘สัตยะ’ บางครั้งอาจเรียกว่าความซื่อตรงก็ได้
ความมีสัจจะ คือ การแสดงออกด้วยการประพฤติตนในทางเที่ยงตรง เป็นคนจริงตามสภาวะที่ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นของแท้ ไม่เป็นอย่างอื่นทางใจ ประกอบด้วย จริงใจ ได้แก่ ความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีจิตทุจริตคิดเป็นอื่นมาแอบแฝง จริงวาจา ได้แก่ พูดจริง และจริงกาย ได้แก่ ทำจริง
บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษา ย่อมมีหน้าที่แสวงหาความก้าวหน้าสำหรับตนให้ยิ่งๆ ขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้ง การจะพัฒนาตนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นต่อไปนั้น หากขาดความจริงจังทางใจ ทางวาจา และทางกายแล้ว ก็เป็นที่คาดหมายได้ว่าจะไม่มีวันบรรลุสมตามความปรารถนา และถ้าบัณฑิตไม่สามารถพัฒนาตนได้แล้ว ก็จะทำให้สังคมส่วนรวม ไม่อาจก้าวหน้าพัฒนาไปได้เช่นกัน
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสั่งสอนพุทธบริษัททั้งหลายไว้ว่า ‘สจฺเจน กิตฺตึ ปปฺโปติ.’ แปลความว่า คนได้รับเกียรติ ได้รับชื่อเสียง ก็เพราะความสัตย์



บัดนี้ทุกท่านเป็นผู้ทรงศักดิ์ และสิทธิ์ แห่งปริญญาบัตร สมตามภูมิรู้ที่ตนมีจากการศึกษาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ อาตมภาพจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะใช้ศักดิ์และสิทธิ์ที่มี ไปในทางที่สุจริต ชอบธรรม ด้วยความจริงจัง ทั้งกาย วาจา และใจ เพื่อจะได้ชื่อว่าเป็นคนจริง เป็นคนซื่อตรง และเป็นคนมีคุณภาพ
ถ้าท่านเป็นคนที่รักษาความสัตย์ไว้ได้ ท่านย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้มีเกียรติสูงส่ง สมตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงรับรองไว้ทุกประการ”
ที่มา FB: เพจสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช @SanggharajaOffice
 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

กิตติ จิตรพรหม

ติดตามข่าวอื่นๆ