"หลวงปู่คำคะนิง" ปะทะ "หลวงพ่อปาน" ใช้อิทธิฤทธิ์เสก งูใหญ่ นกอินทรีย์ และอีกหลายอย่างเข้าโรมรัน ..แล้วหัวเราะด้วยความชอบใจ.

Publish 2017-08-25 11:39:43

หลวงปู่คำคะนิงประลองฤทธิ์หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค

ย้อนไปสักยี่สิบกว่าปีที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี มีพระหลวงปู่รูปหนึ่งเป็นที่ศรัทธาของชาวบ้าน ท่านมีนามว่า " คำคะนิง จุลมณี " แห่งวัดถ้ำคูหาสวรรค์

หลวงปู่คำคะนิงนั้น ท่านเป็นพระที่ไม่เหมือนใคร กล่าวคือท่านเคยผ่านการเป็นฤษีชีไพรมาก่อนถึง ๑๕ ปีก่อนที่จะค่อยบวชเป็นพระ เมื่อบวชเป็นพระแล้วก็มักแสวงหาธรรมอันแปลก ๆ ด้วยการธุดงค์ไปตามที่ต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยุ่ตามป่าเขานั่นเอง

และแล้วครั้งหนึ่งที่เมืองเชียงตุง....

หลวงพ่อปานแห่งวัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านได้พาคณะศิษย์ท่องธุดงค์ในเขตป่าของเมืองแห่งนี้และได้มาปะทะหน้ากับชีปะขาวคำคะนิง หลวงพ่อปานเห็นสารรูปของคนผู้นี้แล้ว ถึงกับตะลึงเลยทีเดียว

เพราะตอนนั้นหลวงปู่คำคะนิงมีผมยาวถึงเอว หนวดเครารกรุงรัง ห่มผ้าขาดวิ่น มองไม่ออกว่าเป็นสีอะไร

หลวงพ่อปานท่านได้กล่าวขึ้นลอย ๆ ว่า " เออ...นี่ พระหรือคนเนี่ย "

หลวงปู่คำคะนิง



หลวงปู่คำคะนิงในเพศชีปะขาวได้ยินเกิดอยากลองภูมิกับหลวงพ่อปานดู จึงถามกลับออกไปว่า " ไอ้พระนั่นมันอยู่ที่ไหนล่ะ "

" ก็เห็นผมยาว เสื้อผ้าขาดปุปะมองไม่ออกว่าเป็นสีอะไร แล้วใครเขาจะรู้ล่ะว่าพระหรือคน " หลวงพ่อปานโต้กลับ

หลวงปู่คำคะนิงตั้งคำถามใหม่ " พระมันอยู่ที่ผมหรือไง "

" ไม่ใช่ "

" พระมันอยู่ที่ผ้านุ่งหรือเปล่า "

" ไม่ใช่ "

" อ้าว แล้วพระมันอยู่ที่ไหนกันล่ะ " หลวงปู่คำคะนิงใช้คำถามจี้

หลวงพ่อปานตอบฉับพลันทันที " พระน่ะอยู่ที่ใจสะอาด "

หลวงปู่คำคะนิงยิ้มเยาะก่อนบอกออกไป " แล้วมาถามทำไมว่าพระหรือคน "

" เห็นผมเผ้ายาวรุงรัง ใครจะไปรู้ว่าพระหรือคนกันแน่ " หลวงพ่อปานก็ยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ

" พระบ้านพระเมือง พระกินข้าวชาวบ้านแบบนี้อวดดี เห็นทีต้องเห็นดีกัน "

หลวงพ่อปาน


หลวงปู่คำคะนิงกล่าวเสร็จก็คว้าหวายยาวร่วมวาเห็นจะได้ ขว้างไปเบื้องหน้าหลวงพ่อปาน จากหวายมันก็กลายเป็นงูใหญ่ท่าทางดุร้ายเตรียมฉกกัด หลวงพ่อปานเห็นเช่นนั้น ท่านก็ทำจิตเป็นสมาธิแล้วหยิบใบไม้ขว้างขึ้นสู่อากาศ กลายเป็นนกอินทรีย์ขนาดใหญ่ โฉบเฉี่ยวเอางูขึ้นไปสะบัดฟัดเหวี่ยงบนอากาศอยู่พักใหญ่

ในที่สุด งูก็พลัดตกลงดินกลายเป็นช้างตัวมหึมากำลังตกมัน ส่วนนกอินทรีย์ก็ถลาลงสู่พื้นดิน กลายเป็นเสือโคร่งใหญ่มีความดุร้ายไม่แพ้กัน สัตว์ทั้งสองชนิดเข้าโรมรันพันตูจนฝุ่นคลุ้งไปหมด แต่แล้วจู่ ๆ สัตว์ทั้งสองกลับสลายหายไป ฝ่ายหนึ่งกลายเป็นลูกไฟเข้าเผาผลาญ ในขณะที่อีกฝ่ายกลายเป็นพายุฝนเข้าแก้ทางกัน

ทั้งหลวงพ่อปานและชีปะขาวคำคะนิงต่างหัวเราะด้วยความชอบใจในอิทธิอภิญญาของกันและกัน ต่างฝ่ายชมกันและกันและถ่อมตนใส่กัน แต่ศิษย์ของหลวงพ่อปานที่ร่วมธุดงค์มาด้วย รู้ดีว่าท่านทั้งสองต่างก็มีอภิญญาด้วยกันทั้งคู่....

ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ และที่มาเนื้อหาข้อมูลมา ณ ที่นี้

ศิษย์มีครู

เพื่อเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศักดิ์ศรี บุญรังศรี