"อาจารย์แปลก" ฆราวาสเรืองอาคม อยากจะลองวิชากับ "เสด็จเตี่ย" กรมหลวงฯขมังเวทย์ !!! เหตุการณ์สุดฮือฮา ที่ดังไกลไปทั่วกรุง !!!

Publish 2017-08-23 16:19:10

อ.แปลก ร้อยบาง หรือ อ.แปลก เรือลอย ใช้ชีวิตอย่างสันโดษอยู่แต่ในเรือประทุนลำน้อย ลอยเรือไปตามแม่น้ำลำคลอง ไปอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ค่ำไหนนอนนั่น ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณหน้าวัด ที่เรือท่านลอยผ่าน เรือของอาจารย์แปลกจะไม่มีพาย มีแต่ไม้ไผ่สำหรับไว้ใช้ปักเป็นหลักผูกเรือเท่านั้น 

เหตุการณ์ครั้งหนึ่ง ช่วงนั้นเป็นช่วงเข้าพรรษา อยู่ดีๆ เรืออาจารย์เเปลกก็มาจอดหน้าวัดสะพานสูง ทันทีที่อาจารย์เเปลกถึงวัด ก็เดินตรงเข้ามาที่กุฏิหลวงปู่กลิ่นทันที เเล้วตรงเข้ามากราบหลวงปู่เอี่ยม อย่างนอบน้อม แล้วเอ่ยถามหลวงปู่เอี่ยมว่า “อาจารย์ลากเรือผมมาที่วัดทำไมครับ” หลวงปู่เอี่ยมท่านยิ้ม เเล้วตอบว่า “น้ำปีนี้จะมีมาก อยากให้มาอยู่ที่วัดเสียด้วยกัน”

 เเละเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ในปีนั้นเอง เกิดมีน้ำมากจริงๆ เหตุการณ์ครั้งนี้เเสดงให้เห็นว่าหลวงปู่เอี่ยมท่านรับรู้ด้วยญาณก่อนเเล้ว อาจารย์แปลก อยู่ที่วัดสะพานสูง ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่า “หลวงปู่เอี่ยม กับ อ.แปลก สามารถสนทนากันได้อย่างผู้รู้ ผู้ถึง ไม่ต้องกล่าวสาธยายให้มากความ พูดกันง่ายๆ คือ รู้เขารู้เรา รู้ระดับ รู้ชั้น รู้วรรณะ วางตัวได้อย่างเหมาะเจาะ เหมาะสม ไม่ก้าวล่วง ไม่เกินเลย มีแต่ความเคารพศรัทธาให้กันและกัน"

อ.แปลก ท่านจะให้ความเคารพหลวงปู่เอี่ยม ที่เป็นทั้งศิษย์พี่และเป็นทั้งอาจารย์มาก ทั้งนี้ท่านจะเรียกหลวงปู่เอี่ยมว่า ท่านอาจารย์ทุกคำ จึงอาจพูดได้ว่า อ.แปลก เป็นศิษย์ฆราวาส ได้ร่ำเรียนวิชาการทำตะกรุดโสฬสมหามงคลมาจากหลวงปู่กลิ่นอย่างชนิดเต็มเปี่ยม ในฐานะศิษย์สายตรง คนเดียวเท่านั้นที่เป็นฆราวาส และต้องถือเป็นฆราวาสจอมขมังเวทแห่งวัดสะพานสูงขนานแท้ นักเลงนักเล่นตะกรุดในยุคนั้นต่างแห่แหนเดินทางมาหาอาจารย์แปลก ร้อยบาง เพื่อให้ช่วยจารตะกรุดโสฬสมหามงคล เพื่อไว้ป้องกันตัวและเพื่อความเป็นสิริมงคล




ขอเล่าถึงเรื่องความแปลกของท่านอาจารย์แปลก เรื่องหนึ่งถือว่าเป็นเรื่องเล่าที่แปลกจริงๆ คือเรื่องอาจารย์แปลกกับกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ว่ากันว่าในคราวที่กรมหลวงชุมพรฯ ได้เข้ามาพำนักที่ตำหนักในกรุงเทพมหานคร

ชื่อเสียงของกรมหลวงฯท่านนั้นโด่งดังมากโดยเฉพาะเรื่องความขมังเวทย์ของท่าน ที่ไม่เป็นรองใครเพราะถือว่าเป็นผู้มีอาจารย์ที่ดีเลิศคือหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า เป็นอาจารย์ที่เรืองเวทย์และประสิทธิ์ประสาทวิชาให้แก่กรมหลวงฯ ท่านได้เรียนมาหลายวิชา แต่ละวิชาก็ถือว่าสุดยอดทั้งนั้น

วันหนึ่งชื่อเสียงความโด่งดังของกรมหลวงฯท่านนั้นแว่วไปถึงหูอาจารย์แปลก ซึ่งลอยเรืออยู่ในคลองพระอุดม อาจารย์แปลกจึงคิดอยากจะลองวิชากับกรมหลวงฯสักคราว ว่าชื่อเสียงที่เล่าลือกันนั้นจะเก่งแท้สักขนาดไหน โดยท่านได้เล่าให้ศิษย์ฟังถึงเรื่องที่ท่านจะทำว่า

หลังจากนั้นอาจารย์แปลกก็ไม่ได้อยู่ที่เรือที่ท่านอาศัย และได้จอดเทียบท่าอยู่ที่ท่าน้ำวัดสะพานสูง แล้วให้ศิษย์คอยเฝ้าเรือของท่านไว้ ท่านจะไม่อยู่สักพัก …. ในขณะเดียวกันที่วังของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ก็ได้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้น

เรื่องของเรื่องก็คือ ในห้องเครื่องต้น (ห้องจัดเตรียมอาหารในวัง) ได้มีคนลอบเข้ามาขโมยกินข้าวหัวหม้อหรือข้าวต้นหม้อ ซึ่งเป็นข้าวที่จะถวายสำรับแก่กรมหลวงฯ เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในทุกๆมื้ออาหารที่จะนำถวายสำรับแก่กรมหลวงฯ และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอยู่หลายวัน แต่ได้มีการปกปิดเรื่องไว้ จนกระทั่งสุดท้ายวันหนึ่งความก็หลุดไปถึงกรมหลวงฯเข้า ท่านโกรธมากเป็นฟืนเป็นไฟ ว่าใครที่มาทำกับท่านแบบนี้ ถ้าจับได้ ท่านจะนำไปประหาร

กรมหลวงฯจึงวางแผนตั้งเวทย์ค่ายกลเพื่อดักจับโจรขโมยกินข้าวท่านให้ได้ พระเวทย์ค่ายกลนี้ถ้าเป็นคนธรรมดาหรือไม่เก่งวิชาจริงคงไม่รอด โดยที่ทุกครั้งที่ที่ดักจับ โจรดังกล่าวก็หลุดหนีไปได้ทุกทีด้วยมนต์กำบังกายขั้นสูง จนกรมหลวงฯท่านแทบจะทนไม่ได้ที่ยังจับโจรดังกล่าวไม่สำเร็จ จึงได้ไปขอวิธีและข้อชี้แนะจากอาจารย์ของท่านคือหลวงปู่ศุข หลังจากที่ได้วิธีที่น่าจะใช้จับโจรได้แล้ว กรมหลวงฯท่านก็ดำเนินการวางแผนอย่างแยบยลและเคร่งครัด จนกระทั่งแผนดังกว่างนั้นได้สำเร็จผล คือจับโจรที่ขโมยกินข้าวต้นหม้อได้

จากนั้นก็นำไปคุมขังเพื่อให้ปริปากเอ่ยว่าเป็นใคร ทำไมถึงทำอย่างนั้น ขณะนั้นอาจารย์แปลกท่านไม่ได้เอ่ยปากใดๆแก่ทหารองค์รักษ์เลยแม้แต่น้อย ท่านเม้มปิดปากอยู่ตลอดเวลาบางครั้งก็พึมพำๆ โดยคำสั่งที่ทหารได้รับมอบมาจากกรมหลวงว่าจะต้องสอบปากคำให้จงได้ ทหารดังกล่าวจึงคิดที่จะใช้วิธีทรมานผู้ต้องขัง (อาจารย์แปลก) ด้วยวิธีต่างๆนาๆ แต่ก็ไม่เป็นผล ทั้งมีด ทั้งปืน ไม่ได้กินเนื้อกินเลือดท่านเลยแม้แต่น้อยนิด เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนตกถึงตอนค่ำ โจรขโมยข้าวที่ถูกคุมขังได้หลุดหนีออกไปได้อย่างง่ายดาย โซ่ตรวนและกรงขัง ท่านเป่าหลุดหมด


ก่อนหนี ท่านกำบังกาย และก็ได้ลอบเข้าไปในห้องบรรทมของกรมหลวงฯ แล้วเข้าไปกระซิบข้างๆหูว่า “ท่านเป็นศิษย์ของอาจารย์ใหญ่ ผู้เป็นหนึ่งในปากเกร็ด ที่ลอบเข้ามาก็เพื่อแค่จะทักทายท่านฯเพราะได้ข่าวถึงเรื่องความขมังเวทย์ของ ท่านฯ มิได้คิดจะทำเรื่องใหญ่โตอะไร ต่างฝ่ายต่างมีอาจารย์ดีทั้งคู่” ก่อน อันตรธาน หายไป ตื่นเช้ามากรมหลวงฯท่านจึงเรียกมหาดเล็กคนที่มีพื้นเพในพื้นที่ปากเกร็ด มาสอบถามถึง อาจารย์ใหญ่แห่งปากเกร็ดคือใคร จึงได้ความว่าผู้ที่ลอบเข้ามาขโมยกินข้าวท่านก็คืออาจารย์แปลก ร้อยบาง ผู้เป็นศิษย์หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ปากเกร็ด นนทบุรีนั่นเอง

สมัยก่อนนั้นผู้มีวิชาของจริง มักประลองวิชากัน และมีความนอบน้อมต่อกัน ส่วนใหญ่พอได้ยินว่าท่านใดมีชื่อเสียงก็จะมาลองวิชา ลองแล้วไม่ได้กะทำร้ายกันจริง แค่พอให้รู้ในวิชา เพื่อทำให้รู้จักกัน และเคารพซึ่งกันและกัน

อ้างอิงข้อมูลจาก - เพจเฟสบุ๊ค นักเลงโบราณตำนานหนังเหนียว และเพจ อภินิหาร ตำนาน พระเกจิฯ



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง