ความรักของแม่ในพระพุทธศาสนา!! ด้วยพระพุทธเมตตา..หยุด "องคุลีมาล" ผู้จะกระทำ "มาตุฆาต" จนบรรลุเป็นพระอรหันต์อยู่ในบวรพระพุทธศาสนา !!

Publish 2017-08-12 16:32:06


                ในสมัยพุทธกาลยามรุ่งอรุณ พระพุทธองค์ทรงทราบด้วยพระพุทธญาณ ทรงเล็งเห็นอุปนิสัยแห่งอรหัตผลของอหิงสกกุมาร หรือก็คือ จอมโจรองคุลิมาล ผู้กระทำการดังซุ่มเข่นฆ่าอยู่ตามคามนิคม แล้วตัดนิ้วมาร้อยคอเป็นพวงมาลัยเพียงเพื่อให้บรรลุวิชาตามที่อาจารย์ตนเองบอก 

                องคุลิมาล หรือ พระองคุลิมาลเถระ เป็นบุคคลสำคัญในยุคต้นแห่งพุทธศาสนา โดยเฉพาะตามพุทธประวัติพุทธฝ่ายเถรวาท เดิมนั้นเป็นโจรปล้นฆ่าคน แต่ภายหลังมีศรัทธาในพุทธศาสนา ได้กลับใจบวชเป็นพระภิกษุ และบรรลุเป็นพระอรหันต์ อีกทั้งมียังบทสวดของท่านอีกด้วย ชื่อ อังคุลิมาลปริตร คำว่า องคุลิมาล นั้นมาจากคำว่า องคุลี (นิ้วมือ) + มาล (สร้อยคอ สาย หรือแถว) แปลว่า สร้อยคอที่ทำจากนิ้วมือ อหิงสกะได้ไปเรียนวิชาที่เมืองตักกสิลา และสามารถเรียนได้รวดเร็วอีกทั้งยังปรนนิบัติอาจารย์อย่างดี จนเป็นที่รักใคร่ของอาจารย์อย่างมาก เป็นเหตุให้ศิษย์อื่นริษยา จึงยุยงอาจารย์ว่าองคุลิมาลคิดจะทำร้าย อาจารย์จึงคิดจะกำจัดองคุลิมาลเสีย โดยบอกกองคุลิมาลว่า ถ้าจะสำเร็จวิชาต้องฆ่าคนให้ได้หนึ่งพันคนเสียก่อน องคุลิมาลจึงออกเดินทางฆ่าคน แล้วตัดนิ้วหัวแม่มือมาคล้องที่คอเพื่อให้จำได้ว่าฆ่าไปกี่คนแล้ว เหตุนี้เอง อหิงสกะจึงได้รับสมญานามว่า องคุลิมาล จนครบ 999 คน ก็มาพบพระพุทธเจ้า และได้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ออกบวชเป็นพุทธสาวก



              ในช่วงเวลานั้นนางมันตานีพราหมณี ผู้เป็นมารดาของโจรองคุลีมาล ได้ออกแสวงหาบุตรชายของตนอยู่ในป่าชลิวัน เพราะทราบข่าวว่า พระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์ผู้ครองแคว้นสาวัตถี มีแผนจะยกกองทัพทหารมาเต็มอัตราศึกเพื่อปราบจอมโจรองคุลีมาล นางมันตานีพราหมณี ด้วยความที่รักลูกมาก แม้นว่าลูกจะดีหรือจะร้ายอย่างไร และยังคงมีความหวังใจอยู่เสมอว่า จะกล่อมบุตรจนสามารถกลับตัว กลับใจเป็นคนดีได้ จึงได้ออกเร่หาลูกวนเวียนอยู่ในป่าแห่งนั้น

             ด้วยพระพุทธเมตตาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระดำริเห็นว่า ถ้าพระองค์มิได้เสด็จไปโปรด โจรองคุลิมาลก็จะกระทำมาตุฆาต ฆ่ามารดาของตนเสีย จะเป็นผู้กระทำอนันตริยกรรม ไม่สามารถบรรลุธรรมใดๆ ได้ในชาตินี้ แม้จะได้ฟังธรรมโดยตรงจากพระพุทธองค์ก็ตาม พระองค์จึงเสด็จจาริกไปสู่ชนบทเป็นระยะทาง ๓๐ โยชน์ มุ่งตรงไปในทิศที่องคลิมาลดักซุ่มอยู่ที่ป่าชลิวัน เพื่อสกัดองคุลิมาลไว้มิให้ทันได้ฆ่ามารดา

 

            เมื่อโจรองคุลิมาลเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จมาแต่ไกลเพียงผู้เดียว จึงได้ติดตามพระผู้มีพระภาคไปทางพระปฤษฎางค์ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงบันดาลอิทธิฤทธิ์ ในลักษณะที่องคุลิมาลจะวิ่งจนสุดกำลัง ก็ไม่อาจทันพระผู้มีพระภาคผู้เสด็จไปตามปกติได้

           ครั้นกระนั้น จอมโจรองคุลีมาลก็ตะโกนสั่งให้สมณะหยุดก่อน แล้วก็วิ่งไกวดาบไล่ฟัน แต่มิอาจทัน องคุลิมาลเร่งฝีเท้าพร้อมตะโกนสั่งให้สมณะหยุด หยุด พระพุทธองค์จึงตรัสว่า

"เราหยุดแล้ว แต่ท่านสิยังไม่หยุด"

           โจรองคุลิมาลไม่เข้าใจจึงตะโกนถาม

"ท่านเป็นสมณะแท้ๆ หากแต่ทำไมจึงกล่าววาจาอันเป็นเท็จ ถ้าท่านหยุดแล้ว ไฉนเราจึงไล่ตามไม่ทันท่าน ท่านสมณะ"

พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า

"องคุลิมาลเอย เราหยุดแล้วจากการเบียดเบียนทำลายชีวิตน้อยใหญ่ทั้งหลาย ดังนั้น แม้เดินอยู่ก็ได้ชื่อว่าหยุดแล้ว ส่่วนเธอแม้จะหยุดยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว ทว่าเธอกลับไม่หยุดการเที่ยวเบียดเบียนล้างผลาญชีวิตผู้อื่น ฉะนั้น เธอจึงชื่อว่ายังไม่หยุด"  

             ด้วยปัญญาบารมีที่เคยสั่งสมมาจึงทำให้โจรองคุลีมาล นิ่งฟังอยู่ องค์พระศาสดาจึงตรัสต่อไปว่า

"หากเราตถาคตไม่มาโปรด เธอจักสังหารมารดาของตนเป็นบุคคลสุดท้าย แล้วตัดนิ้วมือจนครบหนึ่งพัน กรรมอันประทุษร้ายมารดา จะเป็นอนันตริยกรรม ลากเธอลงสู่อเวจีมหานรก"

             เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก องคุลีมาลได้สติ ทิ้งดาบ และพวงมาลาลง แล้วนั่งฟังคำสอนของพระพุทธองค์ในป่่าชลิวันนั้น ท่านกลับใจสำนึกตน แล้วกราบขอบวชอยู่ในศาสนาคำสอนของพระพุทธองค์



           พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้บวชเป็นภิกษุด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา ทรงเหยียดพระหัตถ์เบื้องขวาออก ทรงเปล่งพระสุรเสียง ตรัสเรียกว่า

"เธอ จงมาเป็นภิกษุเถิด จงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิด"

           เมื่อพระองคุลีมาลเป็นพระภิกษุสงฆ์ในบวรพระพุทธศาสนาแล้ว คงดำรงตนอยู่ด้วยความไม่ประมาท มีความอุตสาหะเร่งความเพียร หลีกตนบำเพ็ญสมณธรรม ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ไม่นานก็บรรลุอรหัตผลเป็นอริยบุคคลผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่งอยู่ในบวรพระพุทธศาสนา

 

 

ที่มาจาก : เพจ ท่องถิ่นธรรม พระกัมมัฏฐาน




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ

ติดตามข่าวอื่นๆ