น้อมกราบด้วยเศียรเกล้า!! ตำนานยอดเกจิ "หลวงปู่กาหลง เขี้ยวแก้ว" ปลุกเสกของขลังด้วยอำนาจจิตแรงกล้าพิสดาร จนหลวง "ปู่โต๊ะ" กล่าวยกย่อง!!

Publish 2017-07-20 14:40:19

หลวงปู่กาหลง เตชวัณโณ

หลวงปู่กาหลง เดิมท่านเป็นชาวคลอง 7 ปทุมธานี เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2461 มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ท่านเป็นบุตรคนโต โดยก่อนที่หลวงปู่ท่านจะเกิด ก็ได้เกิดนิมิตขึ้นมาดังนี้

 

เรื่องเล่าของลุงบาง เห็นฤาษีจูงเด็กน้อย

มีชายคนหนึ่งชื่อ ลุงบาง กำลังออกหาปลา อาชีพของเขาในตอนนั้น ในตอนนั้นเขากำลังอยู่ใกล้บริเวณบ้านของหลวงปู่ ตอนนั้นท่านยังไม่เกิด ตอนนั้นลุงบางได้เห็นลูกไฟลูกหนึ่งลอยมาหน้าบ้านของหลวงปู่ ทันใดนั้นดวงไฟนั้นก็ได้กลายเป็นฤๅษี กำลังจูงเด็กน้อยเข้าไปในบ้านหลวงปู่ เมื่อแกเห็นเป็นเช่นนั้น แกจึงได้ยกมือไหว้ด้วยความเลื่อมใส และได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าเด็กในบ้านนี้เกิดเป็นผู้ชาย แกจะเลิกจับปลาเด็ดขาด

(ยันต์ครู ของหลวงปู่กาหลง เขี้ยวแก้ว)

ต่อมา ผู้หญิงผู้ชายในบ้านนี้ก็ได้คลอดลูกออกมาเป็นลูกชาย ตั้งชื่อให้ว่า “กาหลง” หลังจากนั้นลุงบางก็ได้เลิกหาปลาตามที่เขาได้สัญญาไว้ ในชีวิตวัยเยาว์ หลวงปู่ท่านเป็นผู้ที่มีใจฝักใฝ่ต่อพระพุทธศาสนา ท่านชอบไหว้พระ หรือเมื่อพ่อแม่ของท่านชวนท่านไปวัด ท่านก็จะไปวัดกับพ่อแม่เป็นประจำ ท่านชอบนั่งสมาธิภาวนาอยู่เป็นประจำ ในปี พ.ศ. 2481 ตอนนั้น ท่านมีอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ ท่านได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดนาบุญ คลอง 7 จังหวัดปทุมธานี



ในวันที่ท่านบวช ลุงบางก็ได้เล่านิมิตที่ลุงบางได้เก็บมานานถึง 20 ปี ให้หลวงปู่ฟัง และหลังจากหลวงปู่ท่านอุปสมบทแล้ว ลุงบางก็ทำหน้าที่เป็นโยมอุปฐาก คอยดูแลหลวงปู่อย่างใกล้ชิด หลังจากอุปสมบท ท่านก็ได้บวชเรียนและจำพรรษาที่ วัดนาบุญ และร่ำเรียนวิทยาคมกับ หลวงพ่อเนียม และ หลวงพ่อซึ้ง ท่านทั้ง 2 นี้เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังจากวัดนาบุญ จนท่านมีความชำนาญในการเข้ากรรมฐาน และวิชาอาคมต่างๆ ต่อมาในปี พ.ศ. 2505 ท่านได้ย้ายไปจำพรรษาอยู่ ณ วัดน้ำซับ หลวงปู่ท่านได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ท่านได้สร้างโบสถ์หลายๆ หลังขึ้นมาอีกมากมาย

จากนั้น ท่านก็ได้ย้ายไปจำพรรษา ณ วัดเขาแหลม และเป็นเจ้าอาวาสวัดเขาแหลมในปี พ.ศ. 2513  ท่านเคยไปปลุกเสกตามวัดต่างๆหลายต่อหลายวัดมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไปปลุกเสกร่วมกับ หลวงปู่โต๊ะ หลังเสร็จพิธีการหลวงปู่โต๊ะถึงกับกล่าวและชี้มาที่ หลวงปู่กาหลง ให้หลวงปู่แช่มวัดนวลนรดิศและศิษย์ที่นั่งอยู่ฟังว่า

"พระรูปนี้ชื่ออะไรอยู่วัดไหน ทำไมพลังอำนาจจิตถึงได้รุนแรงพิศดารแบบนี้ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน"

หลวงปู่ท่านมีเขี้ยวแก้วอยู่ที่กลางเพดานปากเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่ติดตัวท่านมาแต่เกิด หลวงปู่บอกว่าของดีนี้เกิดขึ้นเองและจะมีก็แต่บุคคลที่พิเศษจริง เช่น ของพระพุทธเจ้าเป็นต้นที่มี ถ้าเป็นขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เรียกว่า พระเขี้ยวแก้ว แต่ของหลวงปู่ท่านเรียกว่า “เขี้ยวแก้ว” ซึ่งเป็นของดีเฉพาะตัวเฉพาะบุคคล เวลาใครไปกราบท่านแล้วให้ท่านปลุกเสกของท่านก็มักจะเอามือล้วงไปในปากท่านแตะที่เขี้ยวแก้วของท่านแล้วนำมาคลึง ที่พระหรือของที่มาให้ท่านปลุกเสกเป็นการเพิ่มพลังพุทธคุณ

ท่านมักกล่าวอยู่เสมอว่า

(วัตถุมงคลพระลักษณ์หน้าทอง)

"ของๆฉันตั้งใจทำมากับมือต่อไปจะมีค่ายิ่งกว่าทองคำจะหายากยิ่งกว่าเพชร"

“ฉันทำเครื่องรางของขลังทั้งสักทั้งเสกเพื่อคุ้มครองชีวิตคนมาตั้งแต่ปี 2485 แต่ไม่เคยประกาศให้ใครรู้มีแต่บอกต่อกันแบบปากต่อปาก เมื่อก่อนใครจะมาเอาของๆฉันไปบูชาต้องแบกปืนมาลองด้วยถ้าฉันไม่แน่จริงฉันคงสร้างโบสถ์ได้ไม่ถึง8หลังหรอก”

(จากคำสัมภาษณ์เพิ่มเติมจากผู้ใกล้ชิด นับจากวันที่ท่านกล่าวไว้ จนถึงวันที่ท่านละสังขาร มีมากกว่า 8 หลังที่สร้างแล้วเสร็จเนื่องด้วยบุญญาบารมีของหลวงปู่กาหลงและความร่วมแรงร่วมใจจากศิษยานุศิษย์)


วิชาอาคมของหลวงปู่กาหลงนั้น ได้มาจากสุดยอดเกจิระดับตำนานมากมายหลายท่าน แต่ที่สร้างชื่อเสียงร่ำลือเป็นที่รู้จักกว้างขวาง คือ “พระลักษมณ์หน้า ทอง”

สำหรับวิชานี้เป็นที่ขึ้นชื่อเกี่ยวกับอํานาจแห่งเสน่ห์เมตตามหานิยม ที่ชาวโขนละครในสมัยก่อนต่างนับถือกันนัก  วิชานี้หลวงปู่กาหลงเล่าว่าท่านได้รับการถ่ายทอดจากครูผึ่ง ซึ่งเป็นครูโขนละครในสมัยรัชกาลที่ ๖ ตอนที่ครูผึ่งพบท่านนั้น ครูผึ่งชรามากแล้ว ส่วนท่านเพิ่งเป็นพระได้ไม่กี่พรรษา เล่าว่าครูผึ่งพอใจในวัตรปฏิปทาของท่านจนบังเกิดเป็นความศรัทธา  และได้ถวายวิชานี้ให้แก่ท่าน  แต่เดิมหลวงปู่กาหลงท่านก็ไม่อยากรับวิชานี้  แต่เมื่อครูผึ่งได้พยายามอยู่หลายหนท่านก็อ่อนใจ จนรับครอบวิชานี้จากท่าน

(วัตถุมงคลพระลักษณ์หน้าทอง)

                วิชาพระลักษมณ์หน้าทอง นับเป็นวิชาสายเมตตามหานิยมที่มี อานุภาพสูงส่ง  ชาวโขนละครในนับถือกันมากที่สุด  เชื่อกันว่าใครได้ครอบแล้วจะเป็นเมตตามหานิยมแก่ตนเองไปหาผู้ใดเขาก็รัก  จะร้องรําทําเพลงประการใด  ใครๆ ก็ชอบ  ดังนั้นจึงเป็นที่นับถือกันมาก  สายวิชาพระลักษมณ์หน้าทองเป็นสายวิชาที่ปกปิดกันมากเพราะเป็นที่หวงแหนของครูบาอาจารย์สมัยก่อน อย่างไรก็ตามวิชาพระลักษมณ์หน้าทองนั้นก็มีหลายสาย  อย่างพวกลิเกก็มีวิชาตํารับพระลักษมณ์หน้าทองเช่นกัน  ใช้เสกแป้งสำหรับทาหน้าทาตัว แต่วิชาของหลวงปู่กาหลงนั้นเป็นวิชาสายในวังที่หาได้ยากเก่าแก่ที่สุด

 

ท่านได้อาพาธตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา และได้เข้ารักษาอาการอาพาธ ซึ่งท่านได้ตรวจพบเจอ มะเร็งที่ลำคอ ต่อมาอาการของหลวงปู่ท่านก็ได้ทรุดหนักลงจนกระทั่ง ท่านได้ถึงแก่มรณภาพลงอย่างสงบเมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552 ณ โรงพยาบาลเปาโล รวมสิริอายุได้ 91 ปี บวชเรียนมา 71 พรรษา

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เหล็กจาร จากหนังสือ “เขี้ยวแก้วประกาศิต อิทธิฤทธิ์หลวงปู่กาหลง"



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จินต์จุฑา เจนสระคู