อีกหนึ่งอาจารย์ของเสด็จเตี่ย! “หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก” ยอดอาจารย์กรรมฐานของ “หลวงพ่อปาน” ด้วยบุญฤทธิ์สามารถสอนจนสำเร็จวิชาได้ในคืนเดียว!!

Publish 2017-07-19 15:36:49

เล่าเรื่อง “หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก” อีกหนึ่งอาจารย์ของ “กรมหลวงชุมพร” โดยทิพยจักร (Jaruvat Chanposri)

หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก นับเป็นเถราจารย์ที่ทรงคุณวิเศษอย่างยอดเยี่ยม ตอนที่กรมหลวงชุมพรฯได้รับคำแนะนำจากหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ให้ไปร่ำเรียนกับหลวงพ่อพริ้ง พระองค์ก็คงแปลกใจไม่น้อย เพราะหลวงพ่อพริ้งนับเป็นพระที่ยังมีอายุไม่มากเมื่อเทียบกับหลวงปู่ศุข หลวงพ่อเงินและพ่อเฒ่ายิ้ม ที่สำคัญเสด็จในกรมเองก็เจนจบในกสิณธาตุ ชำนาญในการเข้าออกฌานมามากแล้ว ยิ่งตอนที่ร่ำเรียนกับพ่อเฒ่ายิ้มก็สามารถเพ่งลำเทียนจนไส้เทียนขาดกลางพลังจิตขนาดนี้ก็นับว่าเยี่ยมยุทธไฉนต้องไปเรียนกับหลวงพ่อพริ้งดังนั้นเมื่อแรกเจอหลวงพ่อพริ้งสิ่งแรกคือต้องขอลองของลองวิชากันหน่อย เริ่มจากเสกมะพร้าวในครัวให้ผ่าไม่ได้ เสกใบไม้เป็นตัวต่อตัวแตนต่อหน้าหลวงพ่อแต่ใบไม้กลับร่วงกลายเป็นตัวอ่อนของแตนสีขาวๆได้แต่คลานกระดึ๊บๆบินไม่ได้ นั่นแหละเสด็จในกรมจึงรู้ว่าเจอของจริงที่เหนือกว่าเข้าให้แล้ว

 




หลวงพ่อพริ้ง บวชมาตั้งแต่เป็นเณรศึกษากรรมฐานจากวัดพลับจนเจนจบกรรมฐานมัชฌิมาตามลำดับ ตามแบบฉบับของสมเด็จสังฆราชสุก ไก่เถื่อน ดังนั้นเรื่องฝีมือด้านอิทธิจิตตานุภาพจึงเฉียบขาดไม่เป็นสองรองใคร ขนาดหลวงพ่อปานวัดบางนมโคซึ่งอาวุโสกว่ายังขอมาเรียนวิปัสสนาและจบวิปัสสนาจากหลวงพ่อพริ้งท่านนี้เช่นกัน

เรื่องหลวงพ่อพริ้งเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อปานนั้น เรื่องนี้บอกเล่าโดยพระภิกษุเชื้อ วิสุทธสีโล วัดบางปะกอก ซึ่งได้เล่าไว้ว่าเมื่อตอนเป็นเด็กอายุ ๑๒-๑๓ ปี ได้ติดตามพระจำรัส ประสารเกตุ พี่ชายของนายแจ่ม ประสารเกตุ (คนเก่าแก่ตำบลบางปะกอก) ไปหาหลวงพ่อปาน วัดบางนมโคเพื่อขอของดีของท่านซึ่งกำลังเริ่มจะมีชื่อเสียง เมื่อเข้าไปถึงวัดก็เข้าไปกราบมนัสการท่าน

หลวงพ่อปาน จึงได้ถามว่ามาทำไม พระจำรัส ฯ จึงตอบว่ามาขอของดีจากหลวงพ่อท่านจึงได้ถามว่าอยู่กันที่ไหนล่ะ

พระจำรัสฯ จึงตอบว่าอยู่วัดบางปะกอก ธนบุรี หลวงพ่อปาน จึงบอกว่าไม่มีหรอกของดีที่นี่น่ะ พระภิกษุเชื้อฯ ตอนนั้นยังเป็นเด็กอยู่และยังไม่ได้บวชเรียน จึงพูดว่าที่หน้าหลวงพ่อมีตั้ง ๕ บาตรแน่ะ

ท่านจึงหัวเราะและกล่าวว่าอยู่วัดบางปะกอกก็มีของอาจารย์ฉันอยู่แล้วนี่นา จะมาเอาของฉันทำไมอีก "หลวงพ่อพริ้งไงล่ะ" และท่านก็ได้มอบให้มาคนละ ๕ องค์ พร้อมกับฝากมาให้หลวงพ่อพริ้งอีกจำนวนหนึ่ง


เมื่อกลับมาถึงวัดก็มีมีความสงสัย เพราะหลวงพ่อปานท่านบอกว่าเคยเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อพริ้ง แต่ทำไมเราไม่เคยเห็นหน้าสักที เราก็อยู่เป็นเด็กวัดมานาน จึงได้ถามหลวงพ่อพริ้งว่า "หลวงลุง หลวงพ่อปานเขาบอกว่าเคยเป็นลูกศิษย์ของหลวงลุง ผมไม่เคยเห็นหน้าสักที"

หลวงพ่อจึงกล่าวว่า เขาไม่ได้เป็นลูกศิษย์แบบเอ็งนี่ เขามาเรียนกับข้าเพียงคืนเดียว เท่านั้น สอบถามต่อจึงได้ความว่าหลวงพ่อปานขณะนั้นมีอายุมากกว่า หลวงพ่อ ได้มาขอเรียนวิปัสสนาธุระ โดยบอกว่าทราบว่าอาจารย์สำเร็จวิปัสสนา ผมขอสมัครตัวเป็นศิษย์เพื่อเรียนด้วย เพราะเรียนมาหมดธูปเป็นกระบุงๆ แล้วไม่สำเร็จสักที

หลวงพ่อจึงดำเนินการสอนให้ ซึ่งหลวงพ่อปานศึกษาเพียงคืนเดียวเท่านั้นก็สำเร็จ โดยบอกกับหลวงพ่อปานว่า "เอาละท่านเรียนสำเร็จแล้ว"

ปล.

ทั้งนี้หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เกิด พ.ศ.2418

แต่ประวัติหลวงพ่อพริ้งลงพ.ศ.เกิดไว้ที่ 2412 จึงเข้าใจว่าปีพ.ศ.เกิดของหลวงพ่อพริ้งน่าจะผิดไป

ทั้งนี้เทียบ พ.ศ.เกิดแต่ละท่านให้เห็นดังนี้

หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน 2353

หลวงปู่เฒ่ายิ้ม. 2387

หลวงปู่ศุข วัดปากคลอง. 2390

พระสังวรานุวงศ์ชุ่ม ปรมาจารย์แห่งวัดพลับ 2396

กรมหลวงชุมพร. 2423

คะเนได้ว่าอายุจริงๆของหลวงพ่อพริ้งก็คงไล่เรี่ยกับกรมหลวงชุมพรนั่นเอง

 

จาก : Jaruvat Chanposri



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จินต์จุฑา เจนสระคู