ย้อนรำลึกโอวาทพระสังฆราช!! ทรงแนะให้สังเกตเห็นความกตัญญูในล้นเกล้า รัชกาลที่ 6!! ความหมายลึกซึ้งที่แฝงอยู่ในชื่อของ ม.จุฬาฯ

Publish 2017-05-05 14:53:58

จากกรณีนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองชื่อดัง ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2560 ด้วยคะแนนเสียง 27 เสียง จากองค์ประชุมทั้งหมด 36 คน 

จึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากในโลกโซเชียล ถึงเรื่องความเหมาะสมกับการกระทำของ "นายเนติวิทย์" ทั้งที่ผ่านมา และที่เจ้าตัวเคยประกาศว่าตั้งใจจะ "ผลักดัน" ให้เกิดขึ้นในอนาคต

 

โดยเฉพาะคำพูดของเนติวิทย์ในประเด็นประเพณีถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้า บริเวณลานพระราชวังดุสิต เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันปิยมหาราช 23 ตุลาคมนี้ นายเนติวิทย์ กล่าวว่า "คุณต้องเปิดพื้นที่ให้คนที่ไม่อยากถวายบังคมแบบหมอบคลาน เปิดพื้นที่ให้เขายืนเคารพก็ได้ บางคณะยังบังคับกันอยู่ เราจะลงไปดูแล" 

 

ติดตามอ่านรายละเอียดอื่นๆได้ที่ : คำถามจาก "พล.ท.นันทเดช" อย่าลืม จุฬาฯมีชื่อเสียงได้เพราะพระมหากรุณาธิคุณของใคร?

อ.เผ่า มั่นใจ! เนติวิทย์ ยังไม่สามารถเปลี่ยนจารีตเดิมได้ 

 



ทั้งนี้ ประเด็นของมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ นายเนติวิทย์ศึกษาอยู่นั้น ก่อตั้งและดำรงอยู่ได้ก็ด้วยราชวงศ์จักรี ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ต่อวงการศึกษาของชาติและพสกนิกรไทยตลอดมา 

 จึงได้ขอยกเอาพระโอวาทในสมเด็จพระสังฆราช ที่ให้ไว้เมื่อ 25 มีนาคม 2560 ในโอกาส สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปทรงเป็นประธานสงฆ์ พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6) ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกเสด็จไปทรงเป็นประธานสงฆ์ พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายแด่
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดและพระผู้ทรงสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เนื่องในวาระ ๑๐๐ ปีแห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันเสาร์ ที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 


ทั้งนี้ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระสัมโมทนียกถา ในวาระ 100 ปี แห่งการสถาปนาจุฬาฯ ซึ่งกล่าวถึงสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่5) ทรงสถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กขึ้น เนื่องด้วยทรงพระราชปราถนา ปฏิรูประบบราชการ เพื่อบ่มเพาะข้าราชการให้สยามมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ และเมื่อมาถึงแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6) ก็ทรงสืบสานพระราชปณิธานของพระราชบิดาต่อมา

 

ในเรื่องการก่อตั้งขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยจุฬานั้น สมเด็จพระสังฆราชทรงชี้ให้เห็นถึงความเป็นมาที่แฝงความหมายอันลึกซึ้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณและอุดมการณ์ของ พระเจ้าอยู่หัว ร.6  ดังตอนหนึ่งที่พระสังฆราชได้ประทานสัมโมทนียกถาความว่า

 

“นับว่าเป็นมหาโชคของไทยเรา ที่ได้มีพระมหากษัตรสืบราชสันติวงศ์ ต่อมาคือในหลวง ร.6 ทรงเร่งขยายโรงเรียนมหาดเล็กขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษาของชนชาวสยามในนามว่าโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ท่านทั้งหลาย สังเกตถ้อยคำหรือไม่ว่านามแห่งสถาบันนั้น ไม่ได้ทรงใช้พระปรมาภิไธยส่วนพระองค์ แต่ทรงตั้งพระทัยถวายไว้เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ แด่องค์สมเด็จพระบรมชนกนาถ ทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์และที่ดิน พระราชทานพระบรมราโชบายและบุคลากร เพื่อการบริหารจัดการเป็นมหาวิทยาลัย ตราบกระทั่ง 26 มีนาคมเมื่อ 1 ศตวรรษก่อน มหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยาม จึงได้รับพระบรมราชกรุณาให้เกิดขึ้น”

 

ภาพจาก ที่เฟซบุ๊คของ  “Pimluck Siriwatcharatorn”



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไญยิกา เนื่องจำนงค์

ติดตามข่าวอื่นๆ