ผลของกรรมหนัก!!! "พระเจ้าอชาติศัตรู" ผู้กระทำปิตุฆาต "ฆ่าพ่อตัวเอง" ต่อให้ทำความดีมากมาย ก็ลบกรรมฆ่าพ่อแม่ไม่ได้ #กรรมหนักที่สุดในพุทธศาสนา

Publish 2017-05-03 15:00:35


พระเจ้าอชาตศัตรู      

           พระเจ้าอชาตศัตรูพระราชโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร  กษัตริย์แคว้นมคธ  ซึ่งประสูติแต่พระนางเจ้าเวเทหิเอกอัครมเหสี(พระราชธิดาของพระเจ้ามหาโกศลกษัตริย์แคว้นโกศล  (พระบิดาของพระเจ้าปเสนทิ) พระองค์เป็นพระอนุชาต่างพระราชมารดาของอภัยราชกุมาร ซึ่งประสูติแต่พระนางปทุมวดีราชเทวี

           อรรกถากล่าวว่า เมื่อพระองค์ยังอยู่ในพระครรภ์ของพระมารดานั้น  พระมารดาทรงแพ้ท้องทรงกระหายจะดื่มพระโลหิตที่พระพาหา(แขน)เบื้องขวา
ของพระสวามีแต่ไม่กล้าทูลขอ ทำให้พระนางทรงซูบผอมไม่สดใสจนพระเจ้าพิมพิสารทรงสงสัยแล้วตรัสถามเมื่อทรงทราบ  ก็ทรงเฉือนพระพาหา
ของพระองค์ด้วยพระศาสตราทองทรงเอาพระโลหิตที่ไหลออกผสมกับน้ำ  ประทานให้พระนางดื่ม  เรื่องนี้เหล่าพระโหราจารย์ได้ทำนายว่า  
พระโอรสในพระครรภ์เป็นศรัตรูกับพระราชบิดา

        เมื่อพระนางได้สดับคำทำนายนี้  ก็ทรงต้องการทำลายพระครรภ์ให้ตกไปด้วยการหลบเข้าไปบีบพระครรภ์ในพระราชอุทยาน (สถานที่นั้นจึงถูกเรียกว่า มัททกุจิ)
 แต่พระครรภ์ก็หาได้ตกไปไม่ เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงทราบจึงตรัสตำหนิพระนางว่าเรายังไม่รู้เลยว่าทารกในครรภ์นั้นเป็นชายหรือหญิง ทำเช่นนี้โทษก็จะกระจายไป
ทั่วชมพูทวีป แล้วให้จัดองครักษ์อารักขาพระนางจนคลอดพระครรภ์เป็นพระโอรส

 

        ครั้นพระองค์ประสูติแล้ว  พระราชบิดาก็ทรงขนานพระนามว่า อชาตสัตตุกุมาร เพราะเป็นศัตรูของพระบิดาตั้งแต่ยังไม่ประสูติ แต่พระพุทธเจ้าทรงเรียกว่าเวเทหิบุตร  แปลว่าบุตรของพระนางเวเทหิ เมื่อพระองค์ยังทรงพระเยาว์อยู่ได้ทรงมีต่อมหนองปรากฏขึ้นที่นิ้วมือ ทำให้พระองค์ได้ัรับทุกขเวทนาอย่างมาก  จึงทรงพระกรรแสงมิหยุดหย่อน  แม้พระพี่เลี้ยงจะปลอบประโลมเท่าไร ๆ  ก็ไม่เป็นผล จึงได้นำเสด็จขึ้นเฝ้าพระชนกซึ่งขณะนั้นกำลังประทับนั่งว่าราชการ ณ ท้องพระโรงมหาวินิจฉัยอยู่ พระเจ้าพิมพิสารทรงปลอบโยนโดยทรงอมนิ้วมือเป็นต่อมนั้นไว้ และขณะนั้นต่อมนั้นได้แตกออก  มีหนองไหลผสมโลหิตออกมาจากแผล แต่ด้วยความรักใคร่ในพระโอรส  พระเจ้าพิมพิสารจึงได้ทรงกลืนเสีย

        ครั้นพระองค์ได้ทรงเจริญวัยทรงเป็นที่รักที่เอ็นดูของพระเจ้าพิมพิสารและพระราชมารดามากจนไม่อาจฆ่าพระราชกุมารได้ พระราชบิดาได้ทรงแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอุปราชและเป็นรัชทายาท   สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาค ประทับ ณ สวนอัมพวันของหมอชีวกโกมารภัจจ์ ใกล้พระนครราชคฤห์ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๑,๒๕๐ รูป วันนั้นเป็นวันอุโบสถ ๑๕ ค่ำเป็นวันครบ ๔ เดือน ฤดูดอกโกมุทบาน ในราตรีเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง พระเจ้าแผ่นดินมคธ พระนามว่า อชาตศัตรูเวเทหิบุตร แวดล้อมด้วยราชอำมาตย์ประทับนั่ง ณ พระมหาปราสาทชั้นบนขณะนั้น พระองค์ทรงเปล่งพระอุทานว่า  “ดูกรอำมาตย์ ราตรีมีดวงเดือนแจ่มกระจ่างน่ารื่นรมย์หนอ ราตรีมีดวงเดือนแจ่มกระจ่าง ช่างงามจริงหนอ ราตรีมีดวงเดือนแจ่มกระจ่างน่าชมจริงหนอ ราตรีมีดวงเดือนแจ่มกระจ่างน่าเบิกบานจริงหนอ ราตรีมีดวงเดือนแจ่มกระจ่าง เข้าลักษณะ จริงหนอ วันนี้เราควรจะเข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์ผู้ใดดีหนอ ซึ่งจิตของเราผู้เข้าไปหาพึงเลื่อมใสได้”



 

ราชกุมารอชาตศัตรูครองราชสมบัติ คุมขังพระราชบิดา

ครั้งนั้น มหาอำมาตย์บางพวกเสนอว่าความผิดนี้  ควรฆ่าพระกุมาร ฆ่าพระเทวทัตและภิกษุสงฆ์ทั้งหมด บางพวกคัดค้านว่า ไม่ควรฆ่าพระราชกุมาร ไม่ควรฆ่าพระเทวทัต และไม่ควรฆ่าภิกษุสงฆ์ แต่ควรกราบทูลให้พระเจ้าพิมพิสารทรงทราบ หากพระองค์รับสั่งอย่างไรก็ควรปฏิบัติตามนั้น แล้วนำพระราชกุมารเข้าเฝ้ากราบทูลให้ทรงทราบเรื่องทั้งหมด รวมทั้งความเห็นของพวกอำมาตย์ด้วย

พระเจ้าพิมพิสารตรัสว่า "ดูก่อนท่านทั้งหลาย ไม่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า พระธรรม หรือภิกษุสงฆ์ เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสให้ภิกษุสงฆ์ทำปกาสนียกรรม คือประกาศให้ประชาชนทราบว่าสิ่งที่เทวทัตทำไม่เกี่ยวกับสงฆ์ หากพระเทวทัตทำอย่างใดด้วยกาย หรือวาจา ก็ไม่พึงเห็นว่าพระพุทธ พระธรรม หรือพระสงฆ์ เป็นเหมือนพระเทวทัต เป็นเฉพาะตัวพระเทวทัตเอง"

ต่อจากนั้นทรงรับสั่งถอดยศของพวกอำมาตย์ที่เสนอว่า "ควรฆ่าพระราชกุมาร พระเทวทัตและภิกษุทั้งหมด" ทรงลดตำแหน่งพวกอำมาตย์ที่เสนอว่า "ไม่ควรฆ่าพระภิกษุ เพราะพวกภิกษุไม่ผิด แต่ควรฆ่าพระราชกุมารและพระเทวทัต" แล้วทรงเลื่อนตำแหน่งให้แก่พวกอำมาตย์ที่เสนอว่า "ไม่ควรฆ่าพระราชกุมาร พระเทวทัตและพวกภิกษุ ควรให้พระราชาทรงวินิจฉัยเอง" จากนั้น ตรัสถามพระราชกุมารอชาตศัตรูว่า

"ลูก เจ้าต้องการฆ่าพ่อเพื่ออะไร?

ทูลว่า "หม่อมฉันต้องการราชสมบัติ พระเจ้าข้า"

ตรัสว่า "ถ้าเจ้าต้องการราชสมบัติ ราชสมบัติทั้งหมดนั้นก็เป็นของเจ้าแล้ว พ่อขอมอบให้ลูก"

เมื่อพระเทวทัตทราบดังนี้แล้วก็ยังไม่ยอม ทูลยุยงให้จับพระเจ้าพิมพิสารมาคุมขังไว้ และให้ตัดพระกระยาหาร พระเทวทัตทูลยุยงว่า "พระองค์ก็เหมือนจับเอาสุนัขจิ้งจอกขังไว้ภายในกลองหุ้มหนัง" คือเมือจำคุกพระราชบิดาหากออกมาข้างนอกได้ อีกสองสามวันพระบิดาของพระองค์ก็จะทรงคิดว่าพระองค์ดูหมิ่น ก็จักกลับมาเป็นพระราชาผู้มีอำนาจอีก หากเวลานั้นมาถึงก็จะมีภัยคุกคามพระราชกุมาร ควรจะขุดรากถอนโคนฆ่าให้ตายเสีย"

พระเจ้าอชาตศัตรูตรัสถามว่าจะฆ่าด้วยวิธีใด? พระเทวทัตแนะนำให้คุมขัง แล้วตัดพระกระยาหาร พระกุมารจึงให้ควบคุมพระราชบิดาไว้ในเรือนสำหรับควบคุมนักโทษ ตรัสสั่งทหารว่า นอกจากพระราชมารดาแล้ว ห้ามคนอื่นเยี่ยม และให้งดส่งอาหาร

พระนางเวเทหิราชมารดาทรงแอบเอาหารซ่อนชายพกผ้าเข้าเยี่ยม ให้พระสวามีเสวยประทังชีวิต พระราชกุมารทรงทราบว่าที่พระบิดายังไม่ตายก็เพราะพระมารดานำอาหารเข้าไปให้ จึงตรัสห้ามนำสิ่งของใด ๆ เข้าไปเยี่ยม พระนางก็แอบนำอาหารซ่อนไว้ในมวยผม ในฉลองพระบาท เมื่อพระราชกุมารทรงทราบแล้ว ทรงสั่งห้ามทำมวยผมและห้ามการใส่ฉลองพระบาทเข้าเยี่ยม พระนางก็ใช้วิธีทางพระวรกายด้วยอาหารแล้วห่มพระภูษาเข้าเยี่ยม ให้พระสวามีทรงเลียพระวรกาย ที่สุดพระราชกุมารก็ทรงสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้พระราชมารดาเข้าเยี่ยม

พระเทวทัตถูกธรณีสูบ พระราชาอชาตศัตรูสะดุ้งหวาดหวั่น

         นับแต่พระราชบิดาพิมพิสารสวรรคตแล้ว พระเจ้าอชาตศัตรูทรงบรรทมไม่หลับเลย ทรงสะดุ้งพระทัยยิ่งนัก หลังจากทรงสดับว่าพระเทวทัตถูกธรณีสูบ คิดว่าตัวเราจะถูกแผ่นดินสูบด้วยหรือไม่? นับจากวันนั้นพระองค์ก็ไม่ได้รับความสุขในราชสมบัติ ไม่ยินดีบนพระแท่นบรรทม เหมือนนอนอยู่บนแผ่นเหล็กร้อน
แล้วยังถูกแทงด้วยหลาวเหล็ก ทรงหวาดผวาเหมือนเปรตที่ถูกทรมานอย่างหนักในทุกที่ที่ทรงเสด็จไป

ทรงรู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกแผ่นดินสูบ เหมือนเปลวเพลิงในเอวจีกำลังแลบออกมา ความสงบพระทัยแม้สักครู่หนึ่งก็ไม่มีแก่พระองค์ ผวาอยู่เหมือนสัตว์ถูกเชือด 
ทรงต้องการจะเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อกราบทูลขอให้ทรงยกโทษและทูลถามปัญหา
 



ราชวงศ์ปิตุฆาต
อรรถกถาว่า ในราชวงศ์ของพระเจ้าพิมพิสารนี้ เกิดเหตุการณ์ลูกฆ่าพ่อถึง ๕ ชั่วรัชกาล คือ

๑. พระเจ้าพิมพิสารถูกฆ่าโดยพระเจ้าอชาตศัตรูผู้เป็นราชโอรส
๒. พระเจ้าอชาตศัตรูถูกฆ่าโดยพระเจ้าอุทัยผู้เป็นราชโอรส
๓. พระเจ้าอุทัยถูกฆ่าโดยพระเจ้ามหามุณฑิกะผู้เป็นราชโอรส
๔. พระเจ้ามหามุณฑิกะถูกฆ่าโดยพระเจ้าอนุรุทธะผู้เป็นราชโอรส
๕. พระเจ้าอนุรุทธะถูกฆ่าโดยพระเจ้านาคทาสะผู้เป็นราชโอรส
พวกชาวเมืองมคธเห็นว่าราชวงศ์นี้เป็นราชวงศ์ล้างตระกูล ไม่มีประโยชน์ที่จะให้ปกครองบ้านเมืองอีก จึงช่วยกันฆ่าพระเจ้านาคทาสะเพื่อล้มล้างราชวงศ์นี้

ผลกรรมจากการปิตุฆาต
คัมภีร์สุมังคลวิลาสินี อาสวักขยญาณกถาวัณณนา ระบุว่าพระเจ้าอชาตศัตรูหลังจากสวรรคตได้ไปเกิดในโลหกุมภีนรก ใช้เวลาสามหมื่นปีจึงจะจมลงถึงพื้นล่างของโลหกุมภี
 และใช้เวลาอีกสามหมื่นปีจึงจะโผล่ขึ้นมาถึงปากโลหกุมภี รวมระยะเวลาชดใช้กรรมถึงหกหมื่นปี แต่ในอนาคตพระองค์จะได้ตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าพระนามว่า "ชีวิตวิเสส"
 

ที่มาจาก : http://www.phuttha.com

ภาพจาก : ซีรี่ส์ พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ

ติดตามข่าวอื่นๆ