เปิดหน้าประวัติศาสตร์!! ย้อนรอยพระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมมนูญ ครั้งสำคัญจาก ๓ รัชสมัย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

Publish 2017-04-05 14:49:25

            พระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญนั้น เป็นธรรมเนียมราชประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดมาแต่ครั้งการพระราชพิธีพระราชทาน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 ซึ่งกระทำ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต โดยพระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญ ที่นับเป็นครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกัน 2 ครั้ง ได้แก่

 

1 พระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 ฉบับแรก เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2475 เวลา 14.40 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งได้กลายเป็น วันรัฐธรรมนูญมาจนถึงปัจจุบัน

 

         "วันที่ 10 ธันวาคม พุทธศักราช 2475 เวลา 14 นาฬิกา 40 นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์ ทรงพระมหากฐิน ประดับเครื่องราชอิสสริยาภรณ์ ทรงสอดสายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์อันเป็นโบราณมงคล เสด็จออกพระที่นั่งอนันตนสมาคม ประทับเหนือพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์บนพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร ในพระวิสูตรมหาดเล็กรัวกรับ ชาวมม่านไชพระวิสูตร กรมวังชูพุ่มดอกไม้ทองให้สัญญา ชาวประโคมกระทั้งแตะมะโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรญเสริญพระบารมี พระบรมวงศานุวงศ์มีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัตติวงศ์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัตนวิศิษฏ์ พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมธุนชัยนาทนเรทร เป็นอาทิ  และคณะฑูตานุฑูตผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ , สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และข้าราชการฝ่ายทหารพลเรือนเฝ้าฯ ตามตำแหน่ง

เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ประธานคณะกรรมการราษฎรพร้อมด้วยกรรมการราษฎรบางท่าน เชิญฉะบับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม น้อมเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว พระยามโนปกรณนิติธาดาได้เชิญฉะบับรัฐธรรมนูญไปประดิษฐานไว้ยังที่เดิม และได้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ครั้นแล้วพระราชทานพนักงานประทับพระราชสัญฉกร ในระหว่างนี้ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระสารประเสิรญ อ่านประกาศดำเนิรกระแสพระบรมราชโองการพระราชทานรัฐธรรมนูญจบลง พระยามโนปกรณนิติธาดาเชิญรัฐธรรมนูญซึ่งประทับพระราชลัญฉกรแล้วนั้น น้อมเกล้าฯ ถวายอีก

        ครั้นถึงอุตดมมงคลฤกษ์ ระหว่างเวลา 14 นาฬิกา 53 นาที ถึงเวลา 15 นาฬิกา 5 นาที พระยาโหราธิบดีลั่นฆ้องชัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามแก่เจ้าพระยามพิชัยญาติประธานผู้แทนราษฎร เจ้าพระพิชัยญาติ เข้าไปรับพระราชทานพร้อมด้วยนายพลเรือตรีพระยาศรยุทธเสนีรองประธานผู้แทนราษฎร ชาวพนักงานประโคมสังข์ แตรดุริยางค์ กองทหารเกียรติยศถวายเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ยืงปืนมหาฤกษ์มหาชัยมหาจักร มหาปรายุค 10 นัด และ ทหารบกทหารเรือยิงปืนใหญ่ฝ่ายละ 21 นัด ตามพระอารามต่างๆ ทั่วพระราชอาณาจักรสยามย่ำระฆังและกลอง ประชาชนนิกรโห่ร้องสำแดงความปีติยินดีกันกึกก้องกัมปนาท

ครั้นเจ้าพระยาพิชัยญาติรับพระราชทานรัฐธรรมนูญแล้ว ได้มอบให้แก่พระยาศรยุทธเสนีเชิญไปประดิษฐานไว้บนพานทอง ๒ ชั้น เหนือดั่งทอง หน้ามหาสมาคมเจ้าพระยาพิชัยญาติกรามบังคมทูลสนองพระมหากรุณาคุณ ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว มหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านบีดพระวิสูตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่งแตรมะโหระทึกทหารกองเกียรติยศถวายเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ขณะนี้เจ้าพระยาพิชัยญาติได้เชิญ ฉะบับรัฐธรรมนูญไปยืนอยู่ที่ลานพระที่นั่งอนันตสมาคมทิศใต้ พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องราชภูษิตาภรณ์ ทรงพระมาลาเส้าสะเทิน เสด็จออกสีหบัญชรทักษิณพระที่นั่งอนันตสมาคม ชาวพนักงานประโคมกระทั่งแตรมะโหระทึก กองทหารเกียรติยศถวายเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

ครั้นสุดเสียงบระโคมแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้พระบรรักษ์กฤษฎีกา กรมพระอาลักษณ์ อ่านประกาศ ดำเนิรกระแสพระบรมราชโองการพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามจบแล้ว  เจ้าพระยาพิชัยญาติ ชูพานฉะบับรัฐธรรมนูญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้น ชาวประโคมกระทั่งแตรมะโหระทึก กองทหารเกียรติยศถวายเคารพ แตวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นเสร็จการ"

 

2 พระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2511 เวลา 10.29 นาฬิกา ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม หลังจากที่ว่างเว้นการมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรมานานถึง 11 ปี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนตร์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม ประทับเหนือพระที่นั่งพุดตานกาญจนหาสน์บนพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร แวดล้อมด้วยเครื่องประกอบพระบรมขัตติยราชอิสริยยศ ในพระวิสูตร

 

            เวลา 10 นาฬิกา 29 นาที มหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านไขพระวิสูตร ชาวพนักงานกระทั่งแตรมะโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายเคารพแตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูต สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และข้าราชการเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทตามตำแหน่ง

 

            เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศกระแสพระราชปรารภประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจบแล้ว ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญมอบฉบับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้ราชเลขาธิการเชิญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย และพระราชทานรัฐธรรมนูญซึ่งได้ลงพระปรมาภิไธยแล้วนั้น แก่ราชเลขาธิการ เพื่อนำไปให้ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เจ้าพนักงานอาลักษณ์ประทับพระราชลัญจกรแล้ว มอบราชเลขาธิการทูลเกล้าฯถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 แก่ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัยสังข์ แตร ดุริยางค์ แตรวงบรรเลงเพลงมหาฤกษ์มหาชัย ทหารบก ทหารเรือ จะได้ยิงปืนใหญ่ฝ่ายละ 21 นัด เครื่องบินโปรยข้าวตอก ดอกไม้ และวัดต่าง ๆ ทุกวัดทั่วราชอาณาจักร จะได้ย่ำระฆังและกลอง

 

           เมื่อประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญรับพระราชทานรัฐธรรมนูญแล้วจะได้มอบให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเชิญไปประดิษฐานไว้บนพานทอง๒ชั้นเหนือตั่งทองหน้ามหาสมาคม แล้วประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญกราบบังคมทูลสนองพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ทรงลงพระปรมาภิไธย และพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจบแล้ว มหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านปิดพระวิสูตร ชาวพนักงานกระทั่งแตรมะโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายเคารพแตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินลงจากพระที่นั่งอนันตสมาคม ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับ"

 

 

และล่าสุด สำนักพระราชวัง เผย 6 เมษายนนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  จะเสด็ยพระราชดำเนินไปประกอบ พระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญในวันที่ 6 เมษายนนี้ ถือเป็นหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยจะยึดแบบปีพุทธศักราช 2475 และ 2511

ดังนี้...

 

“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ดังรายการต่อไปนี้

          วันที่ 6 เมษายน เจ้าพนักงานเตรียมพระราชพิธี ที่พระที่นั่งอนันตสมาคมพระราชวังดุสิต ไว้พร้อม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถานไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต เวลา 15.00 น. เสด็จออก ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์หน้าพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร แวดล้อมด้วยเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ มหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านเปิดพระวิสูตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่งแตร มโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูต สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระ ข้าราชการฝ่ายทหารและพลเรือน เฝ้าทูลละอองธุีลีพระบาท ตามตำแหน่งเป็นมหาสมาคม

        เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว พระราชทานแก่นายกรัฐมนตรี เจ้าพนักงานอาลักษณ์ กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ประทับพระราชลัญจกรแล้วเชิญไปประดิษฐานบนพานทองที่เสาบัวหน้ามหาสมาคม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอ่านกระแสพระราชปรารภประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 จบแล้ว ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร ดุริยางค์ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพวงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่ฝ่ายละ 21 นัดและวัดทั่วราชอาณาจักรย่ำระฆังและกลอง

ครั้นสุดเสียงปืนใหญ่ มหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านปิดพระวิสูตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่งแตร มโหระทึก วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดําเนินกลับ การแต่งกาย แต่งเครื่องแบบเต็มยศ ไว้ทุกข์ สายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์ หรือสายสะพายสูงสุด

สํานักพระราชวัง
วันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐”

 

 



 


จากที่ผ่านมา พระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญในปีพุทธศักราช 2475 , 2511 และ 2560  นั้นยึดรูปแบบเดียวกัน กล่าวคือ

        สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะต้องเสด็จพระราชดำเนินไปยัง พระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อประกอบพระราชพิธีดังกล่าว พร้อมด้วย พระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูต ร่วมในพิธี โดยจะมีการประโคมมะโหระทึก  และเมื่อพระเจ้าอยู่หัวลงพระปรมาภิไธย และพระราชทานรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว จะมีการลั่นฆ้องชัย ยิงปืนใหญ่ 21 นัด ประโคมแตรมะโหระทึก และวัดทั่วประเทศจะย่ำระฆัง และกลอง เป็นต้น

แต่จะมีส่วนแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย อาทิ

ในปี 2475 นอกจากจะมีการยิงปืนใหญ่ฝ่ายละ 21 นัดจากทหารบกและทหารเรือแล้ว ยังมีการยิงปืนมหาฤกษ์ มหาชัย มหาจักร มหาปราบยุค ถึง 10 นัดด้วยกัน

ส่วนในปี 2511 นอกจากการลั่นฆ้องชัยแล้ว ในปีดังกล่าว ได้มีการจัดให้เครื่องบินโปรยข้าวตรอก ดอกไม้ อีกด้วย

และสำหรับในปี 2560 นี้ ทุกอย่างดำเนินไปตามโบราณราชประเพณี แต่ข้อแตกต่างอยู่ตรงที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้ประทับอยู่บนพระแท่นราชบัลลังก์ เนื่องจากยังไม่ผ่านการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จินต์จุฑา เจนสระคู

ติดตามข่าวอื่นๆ